วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
5 กกต.ยึดมั่นคาถา เป็นกลางกล้าตัดสินใจไม่โดนครอบ

5 กกต.ยึดมั่นคาถา เป็นกลางกล้าตัดสินใจไม่โดนครอบ

  • Share:

‘อิทธิพร’ รับแม้ทําไม่ง่าย สามมิตรผ่อนเคลื่อนไหว สรอรรถจี้ กกต.-คสช.ฟัน

“สามมิตร” ย้ำเคลื่อนไหวบริสุทธิ์ คิด ทำ เพื่อสังคม พร้อมผ่อนคันเร่ง ถ้าทำให้ไม่สบายใจ โวปั้นดาวฤกษ์ดวงใหม่ประดับวงการการเมือง ยังกั๊กปฏิสัมพันธ์พลังประชารัฐ ถึงคิว “ภูมิใจไทย” กระทุ้ง “สรอรรถ” จี้ คสช.-กกต.ลงดาบ “สามมิตร” กกต.ใหม่สนองพระบรมราชโองการ ปวารณาตัวทำงานเป็นกลาง กล้าหาญ ไร้ครอบงำ ส่งมอบตำแหน่งกันชื่นมื่น “วิษณุ” เล็งหารือทันที ชี้เป็นสิทธิ์ กกต.ใหม่สะสางปมผู้ตรวจฯ ศาลฎีการับฟ้อง “วัฒนา” คดีบ้านเอื้ออาทร “กี้ร์” โดนพ่วงด้วย “บิ๊กป๊อก” โวไทยนิยมคืบหน้าสุดติ่ง ตั้งเป้าโกยรายได้ท่องเที่ยวปีละ 3 แสนล้าน

ยังคงมีลูกติดพันตามน้ำสำหรับความเคลื่อนไหว ของกลุ่มสามมิตรที่บรรดาพรรคการเมืองออกมารุมโจมตีว่าได้รับไฟเขียวจาก คสช. และมีเสียงปรามจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ล่าสุดฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทยก็ออกมาจี้ให้ คสช. และ กกต. ออกมาจัดการเบรกความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรเช่นเดียวกัน

“สามมิตร” ยันเคลื่อนไหวบริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรว่า ทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ผ่านมานายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรได้ตอบคำถามสื่อมวลชนไปหมดแล้วว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร ตนถือเป็นผู้ปฏิบัติคนหนึ่งก็เชื่อในแนวทางของนักกฎหมาย ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์การเดินสายลงพื้นที่ของกลุ่มสามมิตรนั้น ยืนยันว่ามีเจตนาที่บริสุทธิ์ เพื่อไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน เพราะปกติทุกพรรคการเมืองก็ปฏิบัติแบบนี้กันอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว แต่กลุ่มสามมิตรอาจจะเป็นข่าวบ่อย อาจทำให้เป็นที่รำคาญของคนที่ยังทำอะไรไม่ถูกและไม่ได้ออกมา หากไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์อะไรต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ยังกั๊กปฏิสัมพันธ์พลังประชารัฐ

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปดูด นายสมศักดิ์ตอบว่า สื่อมวลชนเขียนให้กลุ่มสามมิตรมีผลงานในลักษณะแบบนั้น อาจทำให้กระทบ กระเทือนใจภาคการเมืองอื่นๆได้ ส่วนที่พรรคการเมืองต่างๆ มองว่าทหารไฟเขียวให้กลุ่มสามมิตรมากเกินไป ความจริงไม่ใช่ เพราะทุกพรรคการเมืองทำงานเหมือนกันหมด แต่อาจจะไม่เป็นข่าวเหมือนกับกลุ่มสามมิตร ที่ผ่านมาเราพยายามดูกฎระเบียบทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ ส่วนเรื่องอนาคตนั้น ตนเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยบอกว่าจะหยุดเล่นการเมือง เป็นนักการเมืองตั้งแต่อายุ 25 ปีจนตอนนี้อายุ 60 กว่าปีแล้ว จะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีประโยชน์ก็เลิกตอนนั้น ส่วนกลุ่มสามมิตรจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อหรือไม่ ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในกลุ่มสามมิตร จุดยืนของเราอยากสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชาวบ้าน โดยเฉพาะราคาสินค้าทางการเกษตร สิ่งใดที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้เราทำได้ก็จะทำไปเรื่อยๆ ส่วนความเป็นไปได้ระหว่างกลุ่มสามมิตรกับพรรคพลังประชารัฐนั้น ก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น เรื่องพรรคการเมืองเรายังไม่อยากพูดถึง

ลั่นเป็นนักคิด นักทำเพื่อสังคม

“พวกเราเป็นนักคิด ทำนโยบายที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคม และมีแนวทางบางอย่างในอดีตที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ทำ เราก็อยากนำเสนอให้รัฐบาลรับไปทำ และบางอย่างที่เราคิดไว้รัฐบาลชุดนี้ก็นำไปทำแล้ว เราก็ไปถามดูว่าเป็นไปตามแนวทางที่เราคิดไว้หรือไม่ หรือมีอะไรที่ต้องต่อยอดให้ได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่ เราก็อยากทำ เดิมทีเราเคยอยู่พรรคไทยรักไทย ทุกคนมีความเก่งและมีนโยบายหลายอย่าง แต่วันนี้คนที่คิดนโยบายไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย เมื่อผมมาอยู่ตรงนี้ก็คิดว่ายังทำประโยชน์ให้กับสังคมชนบทได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้กองทุนหมู่บ้าน ส่วนที่บางคนคิดว่ากลุ่มสามมิตรจะมากรุยทางให้พรรคพลังประชารัฐ เพราะมีความสนิทสนมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าสนิทแบบไหน เพราะเจอนายสมคิดเมื่อเดือน ธ.ค. 61 และล่าสุดผ่านมา 6 เดือนเพิ่งมาเจอกันอีกครั้ง” นายสมศักดิ์กล่าว

โวปั้นดาวฤกษ์ใหม่หลายดวง

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับนักการเมืองคนรุ่นใหม่ เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าเป็นคนหนุ่มนายธนาธรก็มาแรง แต่ถ้าจะเป็นถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้สนับสนุนนายธนาธร ส่วนเด็กปั้นหน้าใหม่ของกลุ่มสามมิตรยอมรับว่าตอนนี้มีหลายคน ที่เป็นคนใหม่ เปรียบเสมือนเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง เราจะเน้นดาวฤกษ์แม้เป็นดวงเล็ก มีอายุมากหรือน้อยก็พิจารณาต่อไป เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่จะตัดสินใจเดินหน้าทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม นายสมศักดิ์ตอบว่า ความพร้อมอยู่ที่ว่ากำหนดวันเลือกตั้งเมื่อใด เราต้องดูกฎหมาย และตอนนี้พรรคการเมืองยังทำกิจกรรมไม่ได้ กลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจเดินหน้าเมื่อถึงเวลาสมบูรณ์แล้วเราจะไม่ผลีผลาม เพราะตอนนี้ถือว่ามีความคล่องตัวมากกว่า เพื่อไปรับฟังปัญหา แต่เราไม่ได้สัญญาว่า จะให้แต่จะช่วยนำเสนอนโยบายที่ดีๆเพื่อต่อยอดต่อไป

พร้อมผ่อนคันเร่งถ้าไม่สบายใจ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานการแข่งขันฟุตบอลการกุศลสมทบทุนช่วยเหลือ สมาคมสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ถึงกรณีที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายว่า หากอะไรที่จะก่อให้เกิดความยุ่งยากสร้างความร้าวฉานแก่ประชาชนเรายินดีที่จะชะลอ แต่จะยังเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านตามกฎระเบียบที่มีอยู่ กรณีที่เคยบอกว่าจะเปิดเผยว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ 2 เรื่อง หากเปิดเผยแล้วผิดเราจะยังไม่เปิด เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรกำลังใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่รู้ว่ามีช่องโหว่ แต่คิดว่าการแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของคนในชาติคงไม่ใช่ความผิด แต่เมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เราจะผ่อนคลายความเคลื่อนไหว แต่ก็ต้องทำงาน เพราะอยู่เฉยๆไม่ได้

“สรอรรถ” จี้ คสช.-กกต.ลงดาบ

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยผ่านรายการริงไซด์การเมืองถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถช่วงชิงพื้นที่ข่าวได้ในระดับหนึ่ง ทำให้พรรคการเมืองอื่นตื่นตัวในการตรวจสอบลูกพรรคของตัวเอง เป็นปกติธรรมดาที่หลังจากการปฏิวัติรัฐประหารจะมีกลุ่มการเมืองออกมาสานต่องานของคณะปฏิวัติ หรือรองรับคณะปฏิวัติให้มีพื้นที่ทางการเมือง ดังนั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรจึงเป็นอะไรที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง เพราะเคลื่อนไหวได้เพียงกลุ่มเดียว มองว่ามีความได้เปรียบเสียเปรียบกันเกิดขึ้นในสนามการเมือง จะมา อ้างว่าไม่ใช่พรรคการเมืองไม่ได้ เพราะพฤติกรรมของกลุ่มสามมิตรเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองชัดเจน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการเพราะขัดกฎหมาย การชุมนุมเกิน 5 คน ทั้ง กกต. และ คสช.คงต้องมาพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือผิดคำสั่งของ คสช.หรือไม่

กกต.ใหม่สนองพระราชโองการฯ

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.และ กกต. อีก 4 คน เข้าร่วมพิธีรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีเลขาธิการ และพนักงาน กกต. ร่วมพิธี พร้อมมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ กกต.ทั้ง 5 คน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สำนักงานพร้อมสนับสนุนการทำงานของ กกต.อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเตรียมการเลือกตั้ง พร้อมทั้งบุคลากร และทุกๆด้าน เพื่อให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ มีความสุจริต เที่ยงธรรม

เป็นกลาง–กล้าหาญ–ไม่ถูกครอบ

นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงวิสัยทัศน์ของ กกต.ชุดใหม่ในการปฏิบัติหน้าที่ว่า การประชุมวันอังคารที่ 21 ส.ค. จะกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมของ กกต.ทั้งชุด จากนั้นจะแจ้งรายละเอียดต่อสาธารณะ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานทุกคนก็มีความมุ่งมั่นทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเตรียมการเลือกตั้งเพราะเป็นหน้าที่โดยตรง ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ระบุชัดว่าต้องเป็นกลาง มีความกล้าหาญตัดสินใจ ไม่ถูกครอบงำจากอำนาจใดๆ เป็นคาถาหรือบทบัญญัติที่ กกต.ทุกคน รวมทั้งตนต้องยึดมั่นอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นคาถาชี้นำไปสู่การทำงานที่ถูกต้อง แม้ไม่ง่ายในการปฏิบัติแต่ก็จะไม่เกิดปัญหาหากเรายึดมั่นในคาถานี้ เพราะคนที่เลือกเราเข้ามาก็มุ่งมั่นว่าจะได้บุคคลที่เชื่อถือได้เข้ามาทำงานเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใคร ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดกฎหมายเป็นหลัก

เชื่อสายงานทูตช่วยแจง ตปท.

นายอิทธิพรกล่าวอีกว่า กรณีที่ตนเป็นประธาน กกต. คนแรก ที่ไม่ได้มาจากสายศาล แต่มาจากนักการทูตจะทำให้ชี้แจงกับต่างประเทศได้ง่ายขึ้นหรือไม่นั้น คิดว่าเป็นเพียงประเด็นหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญคือการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ให้ต่างประเทศยอมรับ แม้ว่าพวกตนจะไม่ได้มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมาก่อน แต่จะมุ่งมั่นแรงใจทุกอย่างที่มีเรียนรู้อย่างรวดเร็วถึงอำนาจหน้าที่เพื่อทำงานตามความรับผิดชอบ แต่ละคนก็มีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จะเตรียมตัวกันแล้วพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อให้สังคม มั่นใจว่าในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งสามารถทำงานได้ ส่วนในวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะมาหารือกับ กกต.ทราบว่าเป็นเรื่องการจัดทำไพรมารีโหวต

กกต.เก่า–ใหม่อวยกันชื่นมื่น

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมด้วย กกต.ได้พบและหารือกับอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ที่ประกอบด้วยนายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต. นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายประวิช รัตนเพียร และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ อดีต กกต. โอกาสนี้นายศุภชัยได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ กกต.ชุดใหม่ พร้อมอวยพรให้ทำงานประสบความสำเร็จ ไม่มีอุปสรรค ยินดีที่จะให้คำปรึกษาในฐานะ กกต.รุ่นพี่ แต่จะไม่แทรกแซงการทำงาน เพราะเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้มากอบโกยผลประโยชน์

ขณะที่นายอิทธิพรตอบว่า พวกเราขอใช้คลังสมองของท่านอดีต กกต. เพราะที่อื่นก็มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง เราจึงขอใช้ระบบนี้เช่นกัน จะใช้องค์ความรู้ของอดีต กกต.ทั้ง 4 คน ทำประโยชน์กับการทำงานของเราให้ได้มากที่สุด และจะเคารพสิ่งที่ท่านทำและจะทำต่อไป

“วิษณุ” เตรียมหารือ กกต.ปมไพรมารี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมหารือกับ กกต.ชุดใหม่ วันที่ 20 ส.ค. ว่ายังไม่ทราบว่าเป็นวันที่ 20 ส.ค. เพราะตนประสานไปยัง กกต.ให้เลือกวันที่สะดวก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการกลับมา โดยจะหารือกันในทุกเรื่อง แต่วันที่ 20 ส.ค. ตนมีวาระงานต้องลงพื้นที่ในการประชุม ครม.สัญจร มีเวลาพูดคุยได้ไม่มากนักอาจหาข้อสรุปไม่ได้ทั้งหมด อาจต้องนัดคุยกันอีกครั้ง จากนั้นจะนำผลการหารือมาเสนอให้ คสช.พิจารณา เช่นจะทำไพรมารีโหวตในรูปแบบใด ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งจะต้องดูข้อมูลต่างๆประกอบ ก่อนออกคำสั่งมารองรับ ซึ่งสามารถทำได้ช่วง 90 วันหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ ต้องบริหารเวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ ไม่ให้ไปเบียดเวลา 150 วัน ในการเตรียมการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามหลังจากได้ข้อสรุปจากการหารือกับ กกต.ชุดใหม่ แล้วจะมีความชัดเจนว่าการประชุมร่วมกับพรรคการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งที่ 2ที่นายกฯจะเป็นประธานจะเกิดขึ้นวันใด

เป็นสิทธิ์ กกต.ใหม่สะสางผู้ตรวจฯ

นายวิษณุกล่าวว่าสำหรับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด กกต.ชุดใหม่มีอำนาจพิจารณาว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร แต่การจะโละใหม่ทั้งหมดคงยาก เชื่อว่า กกต.ใหม่จะทำตามหลักเกณฑ์เดียวกับ กกต.ชุดเก่า สามารถพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ที่ได้รับเลือกทั้ง 616 คนได้ หากเห็นว่าอะไรที่ควรจะเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องของ กกต.ใหม่ เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ระบุว่า จะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2562 เพราะรัฐบาลจะใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อเลื่อนออกไปอีก นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบเรื่องที่นายสมชัยพูด แต่รัฐบาลก็ยังยืนยันว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 62 อาจารย์สมชัยอาจจะมีข้อมูลลับจากทางไหนก็ได้ที่รัฐบาลกับ คสช.ไม่มี ท่านเป็นคนรู้เทคนิคเยอะ ซึ่งตนไม่ทราบ

นายกฯขอคิดสิ่งใหม่ๆให้คนไทย

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 61” มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงาน มีตัวแทนภาครัฐ เอกชน และเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆเข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วิทยาศาสตร์ มีทั้งธรรมชาติและสิ่งประดิษฐ์ ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างการเรียนรู้ อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าบอกเด็กไทยใช้เวลากับเกมหลายชั่วโมงต่อวัน แบบนี้ไม่ได้ อย่างประเทศฝรั่งเศสห้ามเด็กตั้งแต่มัธยมปีที่ 1 ใช้โทรศัพท์ครึ่งวัน ทำไมถึงทำได้ แล้วทำไมประเทศไทยถึงคิดไม่ได้ ขณะที่ปัญหาจราจร รัฐบาลนี้พยายามแก้ทุกอย่าง ทำรถไฟฟ้า คนที่ไม่ใช้ก็บ่นว่าสร้างทำไม 4-5 สายพร้อมกัน แล้วแต่ก่อนทำไมไม่สร้าง รัฐบาลนี้เร่งสร้าง เร่งทำสัญญา แต่ปัญหาคือที่ดินของประชาชน ต้องแก้ผังเมือง ตนจะพยายามทำเต็มที่ ไม่ได้แก้ตัวให้ใคร อยากคิดอะไรใหม่ๆเพื่อคนไทย ไม่อย่างนั้นสมองจะเป็นอัลไซเมอร์ แต่อย่าคิดใกล้ตัวเพราะจะติดกับดักตัวเอง

ขอเวลาอีกไม่นานไทยเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายนายกฯกล่าวกับเอกอัครราชทูตที่มาร่วมงานว่า “ขอเวลาให้กับประเทศไทยอีกไม่นานประเทศไทยจะเหมือนกับประเทศอื่นจะเข้มแข็งไปด้วยกัน จะไม่ทำประเทศไทยเป็นภาระของโลก แต่จะปรับให้เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เป็นเป้าหมายที่สำคัญของรัฐบาลนี้” จากนั้นนายกฯเยี่ยมชนนิทรรศการบูธต่างๆ อาทิ บูธนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ติดถ้ำ ที่นำอุปกรณ์การช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีมาแสดง และภายหลังนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่กล่าวเพียงสั้นๆว่า “เข้าไปดูนะ วิทยาศาสตร์คือความเป็นจริง ไม่ใช่การเมือง”

ดันระบบ “ล้อ ราง เรือ” แก้รถติด

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า วันที่ 15 ส.ค. ตนลงพื้นที่ตรวจด้านการจราจรใน กทม. ได้พูดคุยถึงการเชื่อมโยง “ล้อ ราง เรือ” ด้วยการเร่งสร้างโครงการต่างๆอาจจะส่งผลกระทบการสัญจรของชาว กทม. และปริมณฑล แต่อีกไม่นานจะมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะสมบูรณ์แบบ ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ภายในปี 2575 จะต้องเร่งลงทุนสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครบ ทั้ง 10 สาย ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อ การเดินทาง “ล้อ ราง เรือ” แบบไร้รอยต่อ มี “ระบบตั๋วร่วม” ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.เป็นต้นมา กทม.ทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือสะพานตากสิน- เพชรเกษม (บางหว้า) คลองภาษีเจริญ ถึงท่าเรือวัดกำแพงบางจาก คลองบางกอกใหญ่ เป็นบริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสาร ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีท่าเรือใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า และจุดจอดรถโดยสารประจำทาง ผ่านเส้นทางย่านท่องเที่ยวสำคัญ

ศาลฎีกานัดฟังคดีบ้านเอื้ออาทร

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดฟังคำสั่งหมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และบริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นจำเลยที่ 1-9 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและข้อหาอื่นๆ โดยตัวจำเลยไม่ต้องมาศาล

รับฟ้อง “วัฒนา” กับพวกรวม 9 คน

โดยอัยการฟ้องว่า เมื่อปี 48-49 จำเลยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการ ร่วมกันกับบริษัทนิติบุคคล ได้ทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ทำให้รัฐเสียหายเป็นความผิดฐาน อาทิ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ องค์คณะพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 จึงให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป

“อริสมันต์” โดนด้วยฐานสนับสนุน

พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดฟังคำสั่งคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรอีกสำนวน หมายเลขดำ อม.102/2561 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน นายวัฒนา ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ และ สนับสนุน นายมานะ เป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ โดยศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้เช่นเดียวกัน หลังจากนี้ทั้งสองคดีศาลจะได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยต่อไป

ศาล ปค.ชี้เลือกเลขา ป.ป.ท.ไม่ชอบ

อีกด้านหนึ่ง ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนมติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในการประชุมคัดเลือกเลขาธิการ ป.ป.ท. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2560 กรณีคัดเลือก พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. โดยให้มีผลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด เนื่องจากการประชุมในวันดังกล่าว ไม่มีหนังสือเชิญเลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นกรรมการของคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยตำแหน่ง จึงเป็นการประชุมที่ไม่ชอบด้วยขั้นตอนวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนด ส่งผลถึงความสมบูรณ์ของมติที่ประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ดังนั้น มติในการ ประชุมดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับคดีนี้ นายฉัตร์ชัย ยอดอุดม รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ท. ต่อศาลปกครองกลาง ว่าการดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2560 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ปปง.โว 1 ปียึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานงานวันครบรอบวันสถาปนา สำนักงาน ปปง. 19 ปี มี พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. เข้าร่วมใน พิธี พล.ต.ต.ปรีชากล่าวว่า ปปง.มีภารกิจป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต่อต้านการสนับสนุนก่อการร้าย รอบปีที่ผ่านมายึดอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน ไม่น้อยกว่า 13,000 ล้านบาท ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ปปง. (ศปก.ปปง.) รับแจ้งเหตุจากประชาชนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ทางสายด่วน 1710 ประสานงาน สถาบันการเงิน ยับยั้งการถอนเงินของคนร้าย รวมถึงประสานผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ตรวจสอบ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคนร้าย ช่วยเหลือผู้เสียหายนำเงินมาคืนแล้วไม่น้อยกว่า 17 ล้านบาท

ครม.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อเลขา ปปง.

นายวิษณุกล่าวถึงการเสนอชื่อ เลขาธิการ ปปง. คนใหม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้ง เลขาธิการ ปปง. คนใหม่ แทน พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ที่ถูกคำสั่งมาตรา 44 ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะกฎหมายให้สิทธิคณะกรรมการ ปปง. เป็นผู้เสนอชื่อให้คณะรัฐมนตรี ก่อนจะส่งให้ สนช.ดำเนินการตามขั้นตอนขอย้ำว่าคณะรัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการเสนอชื่อ

บูมท่องเที่ยวชุมชนโกย 3 แสนล้าน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ใน ฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ที่มีความ คืบหน้าไปมากเพราะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วกว่า 8,781 แห่งในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ รัฐบาลต้องการแก้ไขความยากจนให้ประชาชนแบบยั่งยืนให้สำเร็จจึงเร่งทำงานโครงการไทยนิยมยั่งยืนเต็มที่ โครงการที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จคือ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ที่ต้องการให้ประชาชนทั่วประเทศไปท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ผ่านแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญาต่างๆ รับบริการนวด พักอาศัย กิจกรรม D.I.Y ชิมอาหารถิ่น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยตั้งเป้าทำรายได้จากการท่องเที่ยวทะลุเป้าหมายแบบก้าวกระโดดปีละ 2-3 แสนล้านบาท และได้ทุ่มงบกลางปี 61 กว่า 8,344 ล้านบาท นำร่องแผนการท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชน ในพื้นที่ 3,273 หมู่บ้าน และพัฒนาสินค้าอยู่ดีกินดี 64,570 ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ จำหน่ายได้ มั่นใจจะช่วยปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทั่วไทยได้

ย้าย มท.1-2 เดือนชัดไปอยู่ไหน

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวง กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดหาสถานที่สร้างกระทรวง แห่งใหม่ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง เพราะกระทรวง มหาดไทยเป็นกระทรวงใหญ่ แต่พื้นที่ขนาดเล็กคับแคบ หน่วยงานของทางกระทรวงต้องอยู่กระจัด กระจาย อีกทั้งพื้นที่เดิมอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ รัฐบาลกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ จะขอก่อสร้างอาคารใหม่จึงเป็นเรื่องยาก ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปหลายหน่วยงานในการขอใช้ที่ดินก่อสร้างกระทรวงแห่งใหม่ เช่นที่ดินราชพัสดุ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในความครอบครองของกรมชลประทาน ที่ดินราชพัสดุ บริเวณพระราม 9 ในความครอบครองของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. คาดว่าจะมีความชัดเจนในส่วนของสถานที่ก่อสร้างกระทรวงแห่งใหม่ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนของการออกแบบและตั้งงบประมาณก่อสร้างต่อไป

ปลื้มนายกฯใส่ใจ “ชุมพร-ระนอง”

นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะลงพื้นที่ จ.ชุมพร และ ระนอง เพื่อประชุม ครม.สัญจร วันที่ 20 ถึง 21 ส.ค.ว่า ต้องขออภัยนายกฯและคณะรัฐมนตรี ที่ตนไม่ได้อยู่ต้อนรับ เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ ส่วนตัวจะไม่ฝากอะไรเป็นพิเศษสำหรับการพัฒนาจังหวัด เพราะคิดว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะรวบรวมปัญหาต่างๆในการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ให้รัฐบาลรับทราบเพื่อนำไปแก้ไขอยู่แล้ว ตนดีใจที่ ครม.สัญจรให้ความสำคัญกับ จ.ชุมพร และระนอง ในฐานะเคยเป็นตัวแทนชาวบ้าน และเป็นประชาชนคนหนึ่งรู้สึกดีใจที่ผู้นำประเทศลงมารับรู้ รับทราบปัญหาของประชาชนในพื้นที่ด้วยตัวเอง จะแก้ไขได้ตรงตามความต้องการของชาวบ้าน

ส.ส.ปชป.ไม่รอรับ “บิ๊กตู่” ลงชุมพร

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นการเชิญอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ทราบว่าจะมีการเชิญตนให้ไปรับและพูดคุยกับนายกฯ แต่คงไม่ไปเพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.หลังสวน อ.สวี ถ้าตนไปอาจถูกกล่าวหาว่านักการเมืองเข้าไปยุ่งด้วย

ด้านนายสราวุธ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เขาไม่ได้เชิญให้ไปพบกับนายกฯและ ครม. ถึงเชิญก็ไม่ไป เพราะตนไม่อยู่ในพื้นที่เนื่องจากติดภารกิจ แต่น่าจะมีชาวบ้านไปชูป้ายเรียกร้องเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร คงไม่ใช่ การประท้วง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาดูแลอยู่ ส่วนเรื่องสนามบินก็อยากให้มีการขยายสนามบิน

“เทือก” ไลฟ์สดแจงคดีโรงพักร้าง

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายสุเทพและพวกรวม 17 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ กรณีสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง และโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ตนเคยรวบรวมหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดมี 94 หน้า ยื่นให้อนุฯ ป.ป.ช. ไปแล้ว วันนี้ต้องชี้แจงสังคมถึงการสั่งการจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างโครงการนี้ที่ตัดสินใจอนุมัติไปตามหลักฐาน ข้อเสนอของ สตช. ที่ตนลงนามในเอกสารหนังสือสำคัญๆ 3 ฉบับ โดยข้อเสนอของ ผบ.ตร. 3 ท่าน ต่างยุคต่างสมัย ประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ตนเคยอนุมัติไป แต่ปรากฏว่าก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการอนุมัติขยายเวลาตามสัญญาออกไปอีก 3 ครั้ง ในที่สุดเขาก็บอกเลิกสัญญา ป.ป.ช.เอาประเด็นนี้มากล่าวหาตนว่าที่ก่อสร้างไม่เสร็จเพราะไปเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เห็นว่าการกล่าวหานี้มีอคติ ไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้