วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ราคาและตัวเลขสมรรถนะ BMW รุ่นใหม่ล่าสุด!

ราคาและตัวเลขสมรรถนะ BMW รุ่นใหม่ล่าสุด!

  • Share:

BMW Thailand ชวนสื่อมวลชนทดลองขับ BMW หลากซีรีส์ พร้อมนวัตกรรม BMW ConnectedDrive เปิดประสบการณ์ยนตรกรรมด้านเทคโนโลยีการบริการสู่โลกแห่งอนาคต

BMW 320d M Sport
BMW 330e M Sport
BMW 430i Convertible M Sport
BMW 520d Sport
BMW 530e M Sport
BMW 630d GT M Sport
BMW X2 sDrive20i M Sport X
BMW X3 xDrive20d M Sport
BMW M2 Coupe
BMW M4 Coupe

BMW Thailand พาสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์การขับขี่แบบจัดหนัก ยกทัพยนตรกรรมพรีเมียม BMW หลากหลาย Series มาให้สัมผัสกันอย่างครบครัน ในกิจกรรมทดสอบรถยนต์ BMW Fleet Review 2018 ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 14 – 16 สิงหาคม 2561 โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสกับการทดสอบรถยนต์ BMW อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น BMW Series 3 และ Series 4 Convertible ความสง่างามของรถผู้บริหารอย่าง BMW New Series 5 และ BMW Series 6 GT รวมไปถึงรถสปอร์ตที่ทรงพลังและท้าทายขีดจำกัดของ BMW ตระกูล M ความคล่องตัวแม่นยำในทุกสภาวะการขับขี่จาก BMW ตระกูล xDRIVE หรือนวัตกรรมการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดแห่งโลกอนาคตอย่างเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive

​BMW 320d M Sport
ราคา 2,459,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW 320d M Sport ดีไซน์ตัวรถในสไตล์ซีดานไซส์เล็กแบบ 4 ประตู ประจำการด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ วางตามยาวขับเคลื่อนล้อหลัง เอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์ของแบรนด์ตราใบพัด พร้อมเทคโนโลยีระบบอัดอากาศที่มีประสิทธิภาพ BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจัดโหดถึง 400 นิวตัวเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 320d M Sport จัดชุดแต่ง M Sport รอบคัน ช่วงล่าง M Sport พร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้ว ลาย Star-spoke ยางรันแฟลต bridgestone potenza s001 หน้า 225/45R18 91Y หลัง 255/40R18 95Y ขอบหน้าต่างภายนอกตกแต่งด้วย Black high-gloss รับกันอย่างลงตัวกับหลังคาภายในสีดำ Anthracite ตัดกับอะลูมิเนียมลาย Hexagon พร้อมแถบสีดำเงา และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้ดีไซน์ M อำนวยความสะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) เซนเซอร์ควบคุมความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side impact protection) พร้อมระบบบันเทิงล้ำสมัย จอภาพขนาด 6.5 นิ้ว ปุ่มควบคุม iDrive และการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB

BMW 330e M Sport Plug in Hybrid

ราคา 2,759,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดสุดแรง BMW 330e M Sport เป็นนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อย CO2 ต่ำ และประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูงแบบแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร วางตามยาวขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบ หรือ BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์ 8 สปีดจาก ZF เสริมแรงบิดให้กำลังเพิ่มเติมอีก 65 กิโลวัตต์ หรือ 89 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร 330e มีสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์รถปลั๊กอินไฮบริดที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยเสริมแรงบิด

ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Paddle Shift เพื่อให้ขับขี่ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในโหมดไฮบริด 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที เป็นสปอร์ตซีดาน 4 ประตูที่ร้อนแรงและคล่องตัวสูง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกันในระบบผสมผสานพลังงานไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า ประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 55.6 กิโลเมตรต่อลิตร และลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 42 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 330e M Sport เป็นสปอร์ตซีดานที่ครบเครื่องเรื่องของความโฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamic ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-Spoke ยาง pirelli cinturato p7 หน้า 225/45R18 91Y หลัง 245/45R18 95Y ช่วงล่าง M Sport สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งถูกปรับให้ต่ำกว่าเดิม 10 มิลลิเมตร พร้อมสปริงของช่วงล่าง M Sport และท่อนเหล็กกันโคลงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังที่ช่วยลดอาการโยนตัวในโค้ง เพิ่มความแม่นยำของการบังคับเลี้ยวโดยยังไม่ทิ้งความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดการขับขี่และสปีดความเร็ว นอกจากนี้ 330e M Sport ยังติดตั้งกระจกซันรูฟหลังคา สั่งงานเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมแผ่นเบนเบี่ยงทิศทางลมที่ติดตั้งมากับกระจกซันรูฟ ช่วยลดลมหมุนเวียนเข้ามาภายในและลดเสียงรบกวนที่เกิดจากลมภายนอก ขณะที่ภายในห้องโดยสารเติมเต็มความสปอร์ตกับพวงมาลัยดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เบาะนั่งแบบสปอร์ตพร้อมที่หนุนหลังปรับไฟฟ้า (Lumbar support) สำหรับเบาะนั่งตอนหน้า ระบบนำทาง เครื่องเสียงระบบ Hi-Fi แผงคอนโซลลาย Aluminium Hexagon และพนักพิงเบาะหลังสามารถปรับแบ่งพับได้แบบ 40:20:40 เพื่อความคล่องตัวในการบรรทุกสัมภาระ

BMW 430i Convertible M Sport
ราคา 4,259,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

สปอร์ตคูเป้เปิดประทุนสุดหล่อ BMW 430i Convertible พร้อมชุดแต่ง M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบเทคโนโยลี BMW TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 147 กรัมต่อกิโลเมตร เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 430i Convertible M Sport ติดตั้งชุดแต่ง M Aerodynamics ล้ออัลลอย M ขอบ 19 นิ้ว แบบ double-spoke ยาง bridgestone potenza s001 หน้า 245/45R19 98Y หลัง 245/45R19 98Y และขอบหน้าต่างสีดำเงาจากชุดแต่ง BMW Individual หลังคาภายในตกแต่งอย่างสวยงามลงตัวด้วยวัสดุสีดำ anthracite จาก BMW Individual พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก Harman Kardon

BMW 520d Sport
ราคา 3,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

ซาลูนไซส์กลางรุ่นใหม่ Series-5 รหัส G30 รุ่น 520d Sport สะท้อนให้เห็นความสง่างามที่เป็นตัวตนของรถยนต์ผู้บริหาร มาพร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วแบบ double-spoke ยาง bridgestone turanza ER300 หน้า 245/45R18 96Y หลัง 245/45R18 96Y พร้อม BMW Individual high-gloss Shadow Line อวดโฉมเส้นสายที่ยกระดับความโฉบเฉี่ยว ไฟหน้า follow-me-home และไฟ welcome lighting ให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความใส่ใจและบุคลิกภาพของรถยนต์ ตั้งแต่เริ่มจนจบการเดินทาง

ภายในของรถยนต์ซาลูนไซส์กลางรุ่นนี้ มาพร้อมกับห้องโดยสารที่เอื้อต่อผู้ขับขี่และการตกแต่งด้วย fine-wood trim ในสี poplar grain grey พร้อมด้วย highlight trim finisher สีโครเมียมมุก พวงมาลัยและเบาะหนังอย่างหรู พร้อมระบบ BMW Gesture Control และหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ที่ช่วยให้การควบคุมระบบความบันเทิงและฟังก์ชั่นโทรศัพท์แบบมาตรฐานเป็นไปอย่างง่ายดายและชาญฉลาด

BMW 520d Sport วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ วางตามยาวขับเคลื่อนล้อหลัง อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ ZF Steptronic 8 สปีด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อย CO2 เพียง 132 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 530e M Sport
ราคา 3,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

ปลั๊กอินไฮบริด BMW 530e M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo มีกำลังสูงสุดถึง 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 290 นิวตันเมตร ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงในเกียร์ ให้กำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์ หรือ 133 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์สูงถึง 250 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันแบบผสมผสาน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะให้กำลังรวมสูงสุดถึง 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดกว่า 420 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 55.6 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 41 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากโหมด SPORT, COMFORT และ ECO PRO ผู้ขับสามารถใช้ eDrive เพื่อเปิดการใช้งานระบบ BMW eDrive ซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางแม่นยำมากขึ้นด้วยอีก 3 โหมดเพิ่มเติม คือ AUTO eDRIVE, MAX eDRIVE และ BATTERY CONTROL และยังมาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) หน้าจอความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งนอกจากจะควบคุมโดยปุ่ม iDrive Controller ยังสามารถสั่งการด้วยการกดปุ่มบนหน้าจอ หรือด้วยระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) อีกด้วย และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (BMW Gesture Control)

BMW 530e M Sport ใส่ล้ออัลลอยลาย M ขนาด 19 นิ้ว ลาย Double-Spoke ยาง bridgestone turanza ER300 หน้า 245/40R19 94Y หลัง 275/35R19  96Y ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-Up Display) หลังคากระจกเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า ขอบหน้าต่างภายนอกตกแต่งแบบ BMW Individual high-gloss พร้อมชุดตกแต่งภายนอก M Aerodynamics

ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) ทำให้การจอดรถง่ายดายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในรูปแบบแนวขนานหรือการจอดแบบเข้าซอง ระบบอัลตราโซนิคเซนเซอร์ (ultrasonic sensors) สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมได้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 35 กม./ชั่วโมง โดยเมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกียร์ หมุนพวงมาลัย ตลอดจนผ่อนคันเร่งหรือเบรกโดยอัตโนมัติ และในกรณีที่พื้นที่จอดรถทำมุมกับถนน ระบบจะต้องการพื้นที่ว่างด้านข้างตัวรถเพียงข้างละ 40 เซนติเมตรเท่านั้นในการทำงานแบบอัตโนมัติ

BMW 630d GT M Sport
ราคา 4,739,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

ด้วยการออกแบบที่เน้นความเบาด้วยการลดทอนน้ำหนักส่วนเกิน และการเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าคุณภาพสูงในส่วนโครงสร้างตัวรถและแชสซี ทำให้ BMW 630d GT M Sport มีน้ำหนักลดเมื่อเทียบกับ BMW Series-5 GT รุ่นก่อนหน้ามากถึง 150 กิโลกรัม เมื่อนำไปผสมผสานกับคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์หรือแอร์โรไดนามิกส์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่หมด พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ใหม่ที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพจากแรงบิดมหาศาล ทำให้ BMW 630d GT M Sport มีสมรรถนะแบบรถสปอร์ตบนเรือนร่างของรถครอบครัวไซส์โตที่เพียบพร้อมไปด้วยแรงบิด เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 สูบ วางตามยาวขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังยังเน้นการประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบที่เป็นหัวใจของ 630d GT M Sport เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบคู่ หรือ BMW TwinPower Turbo ล้ำสมัย ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ZF Steptronic มีกำลังสูงสุดที่ 195 กิโลวัตต์ หรือ 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจัดเต็มมากถึง 620 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร และ 149 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 630d GT M Sport เป็นยานพาหนะที่เน้นพื้นที่ภายใน ให้ความกว้างขวางสะดวกต่อการใช้งาน ประตูฝาท้ายรถแบบบานเดี่ยวควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งปรับเอนได้แบบ 40:20:40 สามารถพับให้เป็นพื้นราบสำหรับเก็บสัมภาระได้ด้วยปุ่มกดบริเวณพื้นที่กระโปรงท้าย ส่วนฝาปิดช่องเก็บสัมภาระแบบสองชิ้น มาพร้อมกับโครงสร้างแข็งแกร่งทนทาน และสามารถพับเก็บไว้ใต้พื้นกระโปรงท้ายได้

630d GT M Sport มาพร้อมระบบควบคุมและแสดงผลขั้นสูงที่ทันสมัย นำเสนอที่สุดแห่งความครบถ้วนในการควบคุมรถยนต์ การนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสารและระบบบันเทิง ด้วยระบบ iDrive เวอร์ชั่นล่าสุดที่เป็นแกนหลักของการสั่งงานรถยนต์รุ่นนี้ เสริมประสิทธิภาพการใช้งานด้วยระบบสัมผัสบนหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (BMW Gesture Control)

BMW X2 sDrive20i M Sport X
ราคา 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X2 ครอสโอเวอร์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่มาพร้อมรูปทรงโฉบเฉี่ยวและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จาก BMW Group ผสานรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้เข้ากับความแข็งแกร่งทรงพลังในแบบฉบับของ BMW ตระกูล X นับเป็นครั้งแรกที่กระจังหน้าไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW มีรูปทรงส่วนฐานด้านล่างกว้างกว่าด้านบน สร้างมิติให้รถดูกว้างและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ตอกย้ำความสปอร์ตด้วยช่องดักอากาศลวดลายหกเหลี่ยม นอกจากนี้ X2 ยังเป็นรุ่นแรกในตระกูล X ที่มีตราของ BMW ประดับอยู่บนเสา C-pillar ทั้งสองข้าง ในดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับรถยนต์ BMW ระดับตำนานอย่าง BMW 2000 CS และ BMW 3.0 CSL

X2 มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน M Sport X สร้างความสะดุดตาด้วยสเกิร์ตและซุ้มล้อสี Frozen Grey ตัดกับสีตัวถังอย่างลงตัว สร้างมิติความกว้าง และย้ำถึงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่ง ท่อไอเสียแบบคู่ สื่อถึงพลังของเครื่องยนต์ ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาลาย Y-spoke ในสไตล์ M ขนาด 19 นิ้ว เฟรมรอบซุ้มล้อรูปทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ในสี Frozen Grey 

BMW X2 sDrive20i M Sport X ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัวเมตรที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF แบบ Steptronic คลัตช์คู่ 7 จังหวะ (เป็นชุดส่งกำลังแบบเดียวกับ MINI Cooper S F56 Minorchange) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อีกหนึ่งไฮไลต์อันโดดเด่นของ X2 คือ หลังคากระจกแบบ Panorama แบบสองส่วน ส่วนหน้าสามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ หน้าจอ Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ปุ่มควบคุม iDrive พร้อมระบบสัมผัส ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้าฝั่งคนขับ (BMW Head-Up Display) วิทยุพร้อมการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB การเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ช่อง USB และแท่นสำหรับอุปกรณ์เสริม ส่วนพื้นที่เก็บของที่มีความจุสูงสุด 470 ลิตร 

BMW X3 xDrive20d M Sport

ราคา 3,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

เอสยูวีไซส์กลางของครอบครัว BMW X3 xDrive20d M Sport ยังคงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งบนท้องถนนและลุคสปอร์ตปราดเปรียวไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมกับล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke ขนาด 19 นิ้ว ยาง bridgestone potenza s001 หน้า 245/45R19 98Y หลัง 245/45R19 98Y เสริมความสะดุดตาด้วยชุดตกแต่งรอบคัน ดีไซน์ M Aerodynamics และขอบหน้าต่างสีดำเงา

ภายในรถตกแต่งด้วย Aluminium Rhombicle trim finishers ตัดกับ Pearl Chrome พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ M Sport พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ และยังเสริมความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ และกล้องมองหลัง เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและแม่นยำในทุกเส้นทาง

BMW X3 xDrive20d M Sport มาพร้อมช่วงล่าง M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลทรงพลังแบบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร อัดอากาศเข้าท่อร่วมไอดีด้วยเทอร์โบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic มีกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ยที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร X3

xDrive20d M Sport มาพร้อมปุ่มควบคุม iDrive และสั่งงานด้วยระบบสัมผัส จอแสดงผลภาพความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานอัจฉริยะ BMW Gesture Control ที่สามารถควบคุมระบบนำทางและระบบบันเทิงสื่อสาร ผ่านการเคลื่อนไหวของมือ และการสั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานโดยใช้ภาษาพูดในชีวิตประจำวันแทนที่การใช้ชุดคำสั่งที่กำหนดมา นอกจากนี้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังสามารถเพลิดเพลินกับระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon เพื่อการเดินทางที่สุนทรีย์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ยังมาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) ทำให้การจอดรถง่ายดายขึ้นด้วยระบบอัลตราโซนิคเซนเซอร์ (ultrasonic sensors) สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสม โดยเมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด

BMW M2 Coupe
ราคา 5,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW M2 Coupe เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูไซส์เล็กกะทัดรัดและมีความคล่องตัวสูงมากจากประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน ชุดบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ เทอร์โบคู่ เทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo ปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดมากถึง 370 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 465 นิวตัวเมตร ที่ 1,400 – 5,560 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด พร้อมโหมดการขับเคลื่อนหลากรูปแบบ ตอบสนองการขับขี่แบบรถแข่งได้ในทุกจังหวะและย่านความเร็ว

M2 Coupe มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ด้วยกันชนหน้าที่ใหญ่และดุดัน พร้อมกระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M และล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว M Double Spoke และโดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง มาพร้อม Adaptive LED หรือระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัย กระจกซันรูฟ กล้องและเซนเซอร์ด้านหลัง

ภายในห้องโดยสารหรูหราปราดเปรียวด้วยโทนสีดำ พร้อมการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งหลังคาภายในสี Anthracite พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแบบ M และเบาะหนังประทับตราสัญลักษณ์อักษร M มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบ BMW Apps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น M Laptimer ที่ช่วยบันทึกและวิเคราะห์การขับขี่ พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้ หรือ GoPro สำหรับการควบคุมกล้องวิดีโอทั้งภายในและภายนอกตัวรถ และเพลิดเพลินไปกับระบบเสียงไฮไฟ Harman Kardon

BMW M4 Coupe
ราคา 8,909,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW M4 Coupe รถสปอร์ตระดับตำนานของ BMW M-Power ติดตั้งตราสัญลักษณ์ตระกูล M สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถแรงตราใบพัดเครื่องยนต์สมรรถนะสูงกลายเป็นหัวใจหลักของ M2 โดยเครื่องยนต์เบนซิน BMW M TwinPower Turbo แบบแถวเรียง 6 สูบในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe ใช้ชุดอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ มีกำลังสูงสุด 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจัดโหดมากถึง 550 นิวตันเมตรที่ 1,850 – 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดสูงสุดของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่าง M3 ประมาณ 40% แม้จะมาพร้อมสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่ M4 Coupe ยังประสบความสำเร็จในการลดอัตราสิ้นเปลืองพลังงานและอัตราการปล่อยมลพิษได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ที่เฉลี่ย 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ M 7 สปีด

หัวใจแห่งความสำเร็จและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากการลดน้ำหนัก M4 Coupe สามารถลดทอนน้ำหนักส่วนเกินได้มากกว่า M3 รุ่นก่อนหน้าถึง 80 กิโลกรัมด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ จากงานวิศวกรรมขั้นสูงและการออกแบบที่คำนึงถึงน้ำหนัก ทำให้ M4 Coupe สร้างมาตรฐานใหม่ของคอนเซ็ปต์โดยรวม การตอบสนองที่แม่นยำและความคล่องตัวของระบบบังคับเลี้ยวและระบบรองรับสไตล์ M ด้วยดีไซน์อัจฉริยะที่คัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา โดยใช้วัสดุเสริมใยคาร์บอน (CFRP) และอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบของโครงแชสซีและตัวถัง

หลังคาของ BMW M4 Coupe ทำจากวัสดุเสริมเส้นใยคาร์บอนทั้งหมด ภายในของ M4 Coupe โฉบเฉี่ยวในแบบสปอร์ต พวงมาลัยและเบาะที่นั่ง M บุหนังแท้ Merino เสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งอะลูมิเนียมลาย Blade พร้อมแถบโครเมียมสีดำ มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน ม่านบังแดดกระจกหลังไฟฟ้า และสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon และแอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟน

BMW ConnectedDrive: เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด เพื่ออิสระในทุกจังหวะชีวิต

BMW Thailand ได้เปิดตัว BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์ BMW iPerformance ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับ BMW iPerformance จะเปิดให้ผู้ใช้งานควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้จากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอปพลิเคชัน BMW Connected บน iPhone โดยฟีเจอร์พิเศษสำหรับ BMW ปลั๊กอินไฮบริด ได้แก่

· การแสดงสถานะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและระดับของแบตเตอรี่ ระยะทางที่คาดว่าจะแล่นได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถได้จากทุกที่ ทุกเวลา

· การควบคุมการชาร์จพลังงานไฟฟ้าและระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารจากระยะไกล ผู้ใช้งานสามารถเปิด/ปิดเครื่องปรับอากาศในห้องโดยสารได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือตั้งเวลาเปิด/ปิดล่วงหน้าให้ตรงกับเวลาที่ต้องการออกเดินทาง และหากรถยนต์เชื่อมต่ออยู่กับสถานีชาร์จ ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการชาร์จด้วยการตั้งเวลาที่ต้องการได้ เพื่อเลือกให้ชาร์จไฟฟ้าในช่วง off peak หรือในช่วงเวลาที่มีความต้องการในการใช้ไฟฟ้าน้อยและมีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำกว่าช่วงเวลาอื่นๆ

· ระบบการนำทาง ที่สามารถค้นหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย

· การประมวลและแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ของแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์รูปแบบการขับขี่และควบคุมรถยนต์บนท้องถนน

นอกจากฟีเจอร์สำหรับการใช้งานกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance แล้ว BMW ConnectedDrive ยังมาพร้อมฟีเจอร์อีกมากมายเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดแบบครบวงจร ระหว่างผู้ขับ ยานยนต์ และโลกภายนอก โดยมีบริการพื้นฐาน ได้แก่ BMW Teleservices บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติ โดยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูจะสามารถรับรู้กำหนดของการบริการตามสภาพ (CBS) และทำการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการ BMW ที่ต้องการโดยอัตโนมัติ หรือทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ BMW ด้วยตนเองผ่าน BMW Teleservice Call ในเมนู iDrive เพื่อนัดหมายการรับบริการล่วงหน้า พร้อมด้วย BMW Teleservice Battery Guard บริการที่คอยตรวจสอบระดับแบตเตอรี่และแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยการส่งข้อความ SMS หรืออีเมล หากระดับพลังงานในแบตเตอรี่ลดลงต่ำกว่าระดับมาตรฐาน และหากระดับพลังงานในแบตเตอรี่ต่ำกว่าจุดที่วิกฤติ ศูนย์บริการจะได้รับการแจ้งให้ทราบโดยอัตโนมัติ เพื่อดำเนินการนัดหมายกับลูกค้าเพื่อเข้ารับบริการได้

บริการพื้นฐานของ BMW ConnectedDrive คือ Intelligent Emergency Call ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของ BMW ทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS ซึ่งสามารถรองรับการบริการได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซนเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถ หมายเลขตัวถัง ชนิดของการชน สถานะของถุงลมนิรภัย และเข็มขัดนิรภัย ไปยังศูนย์บริการโดยอัตโนมัติเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน BMW ConnectedDrive สามารถเลือกเพิ่มบริการและแอปพลิเคชันตามความต้องการของตนได้ ผ่าน BMW ConnectedDrive Store โดยมีบริการและแอปพลิเคชันต่างๆ ดังนี้

Concierge Services: ที่สุดของการบริการกับผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นไดเรกทอรีเบอร์โทรศัพท์ สถานที่ที่น่าสนใจ เวลาเปิดทำการของสถาบันทางวัฒนธรรม ข้อมูลเที่ยวบิน การแนะนำร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายยา สนามกอล์ฟ หรือธนาคารที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยผู้ใช้งานสามารถโอนย้ายที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ไปยังระบบนำทางของรถได้โดยตรง พร้อมแสดงเส้นทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการผ่านระบบนำทางภายในรถในทันที ผ่านซิมการ์ดที่ถูกติดตั้งไว้ในรถยนต์

Apple CarPlay Support[1]: เข้าถึงฟีเจอร์และแอปพลิเคชันโปรดใน iPhone จากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านการเชื่อมต่อทาง Bluetooth ไม่ว่าจะฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือการใช้งานแผนที่ Apple Map, iMessage และแอปพลิเคชันต่างๆ จาก iPhone ผ่านการสัมผัสหน้าจอ Control Display ระบบควบคุม iDrive หรือระบบสั่งการด้วยเสียง Siri

ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) ที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบนาทีต่อนาที เพื่อแนะนำเส้นทางไปยังจุดหมายที่รวดเร็วที่สุด พร้อมแสดงสภาพอากาศบนแต่ละเส้นทาง ผ่านทั้งระบบนำทางภายในรถและแอปพลิเคชัน BMW Connected

Web Radio: ฟังเพลงโปรดผ่านวิทยุออนไลน์กว่าหมื่นสถานีจากทั่วโลก หรือเลือกฟังเพลงจากสถานีวิทยุส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตอย่าง Spotify ได้อย่างง่ายดายผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

BMW Online: ติดตามข้อมูลข่าวสารและสภาพอากาศล่าสุดจาก RSS feed และข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียด รวมถึงพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 4 วัน และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ

Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของรถยนต์ เช่น ระยะทางหรือสถานะของหน้าต่างและประตูจากแอปพลิเคชัน BMW Connected บนโทรศัพท์ หรือเว็บไซต์

BMW ConnectedDrive ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศและระบบไฟจากระยะไกลได้

เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดมากยิ่งขึ้นในทุกที่และทุกเวลา ผู้ใช้งานยังสามารถเชื่อมต่อบริการ BMW ConnectedDrive เข้ากับแอปพลิเคชัน BMW Connected เพื่อใช้งานเทคโนโลยีล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยูได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผ่านทาง iPhone หรือ Apple Watch ซึ่ง BMW Connected มาพร้อมบริการที่สามารถอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน ได้แก่

BMW Connected Send To Car: ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของจุดหมายปลายทางที่ค้นหาไว้ทางอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟน หรือข้อมูลนัดหมายการประชุมจากปฏิทินไปยังระบบนำทางในรถยนต์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
Time-To-Leave Notification: แอปพลิเคชัน BMW Connected จะแจ้งเตือนเวลาที่ควรออกเดินทางผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะเดินทางถึงที่หมายได้ทันเวลา โดยระบบจะคำนวณเวลาในการเดินทางจากตำแหน่งของรถและสภาพการจราจรในช่วงเวลานั้น


BMW Connected Remote 3D View[2]: แสดงภาพพื้นที่โดยรอบของรถที่จอดอยู่ด้วยภาพสามมิติ โดยสามารถเลือกมุมมองต่างๆ ได้ผ่านทาง iPhone.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้