วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่โหนดาราดัง ดึงณเดชน์ ‘โปรโมต’ ผลงาน

รายการเดินหน้าประเทศไทยมีนักร้อง-เซเลบออกทีวีด้วย ทักษิณเป่าเค้กยํ้า พท.ชนะขาด

“บิ๊กป้อม” เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯฉลอง เงียบเบิร์ธเดย์ 73 ปี ยัน สนช.ชงแก้กฎหมาย ลูก กกต.ไม่กระทบโรดแม็ป “สมชาย” ออกตัวทำไม่ทันหมดวาระแย้มให้ กกต.ชุดใหม่สกรีน 616 ว่าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง กรธ.การันตีได้เข้าคูหาช้าสุด พ.ค.62 “ชาติชาย” เฉ่งต้นตอปัญหาอยู่ที่จ้องโละทิ้ง พท.โวยดีแต่รื้อ ก.ม.เมื่อไหร่จะได้กาบัตร “สมคิด” ซัด คสช.เลิกเล่นละคร รีบปลดล็อก “นิพิฏฐ์” ขู่ระวังฟางเส้นสุดท้ายคนจะหมดความอดทน “บิ๊กตู่” กระตุ้นคนไทยเตรียมตัวลงคะแนนรักษาสิทธิ์ สั่งขนดาราโปรโมตรัฐบาล ดึง “ณเดชน์” ตีปี๊บแก้หนี้นอกระบบ ปชป.เย้ย “ทักษิณ” ส่งซิกปลุกความรุนแรงแก้เกมดูด “บุญยอด” บี้ กกต.ใหม่ฟันข้อหาครอบงำพรรคการเมือง

ฝ่ายรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต่างยืนยันการที่สมาชิก สนช.เสนอแก้ไขกฎหมายลูกว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประเด็นการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด จะไม่ส่งผลกระทบโรดแม็ป จนต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปถึงปลายปี 2562 โดยผู้แทน กรธ.ระบุว่าแม้ต้องเลื่อนกรอบเวลาไปบ้าง แต่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างช้าเดือน พ.ค.2562

“บิ๊กป้อม” จัดเล็กๆครบรอบ 73 ปี

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดที่ทำการมูลนิธิชั้น 2 ให้คณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพระดับ 5 เสือและ ผบ.ตร. และนายตำรวจระดับสูงราว 40 นาย นำโดย “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมทั้งข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสคล้ายวันเกิดครบรอบ 73 ปี เป็นการส่วนตัว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้เดินทางมาร่วมอวยพรด้วย โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรขอเป็นส่วนตัวจัดงานเล็กๆ เปิดให้ ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรและรับประทานอาหารเช้าเท่านั้น ไม่ได้จัดงานเป็นทางการเหมือนทุกปี ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ

ปลอบ ตร.ตกเป็นเป้าต้องอดทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณ ผบ.เหล่าทัพและ ผบ.ตร.ที่ได้ทำงานร่วมกันมาตลอด 1 ปีเต็มที่ ทำให้งานความมั่นคงประสบความสำเร็จด้วยดี แม้ทหาร ตำรวจ จะเป็นเป้าใหญ่ แต่ขอให้อดทนทำงานต่อไป โดยเฉพาะตำรวจเป็นเป้าใหญ่ต้องอดทน จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้เปิดให้สื่อมวลชนสายทหารเข้าร่วมอวยพร โดยกล่าวว่าขอบคุณอย่างจริงใจ หนักนิดเบาหน่อย ไม่อยากจะคิดอะไรมาก บางคำพูด ตนไม่มีเจตนาจะพูดไปแบบนั้น แต่ไปแปลให้เป็นประเด็น ทำให้ประชาชนไม่เข้าใจ ขอฝากทุกคน เราทำงานร่วมกันมาดีตลอด ตนไม่มีความขัดแย้งกับใคร ถูกใจด้วยกันทุกคน บางคำถามที่ไม่ถูกใจตนก็ไม่ตอบ

เผยฟื้นช้าติดเชื้อในกระแสเลือด

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำมาทั้งหมดต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้า ทุกวันนี้เดินไปข้างหน้าอยู่แล้ว ตนเป็น รมว.กลาโหม 4 ปีที่ผ่านมา เห็นนายกฯลงพื้นที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น แม้จะไม่เต็มที่ก็ตาม แต่เราทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความสงบเรียบร้อยและตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย เรารักกัน อย่าเอาประเด็นนิดๆหน่อยๆไปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ตนไม่คิดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ต้องการให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนปัญหาสุขภาพอย่างที่เห็นอยู่ ติดเชื้อเข้ากระแสโลหิต วันนี้หมอให้ยาวันสุดท้ายแล้ว เชื้อมันแรง อยากขอพรให้ประเทศชาติมีความสำเร็จ ประชาชนอยู่ดีกินดีรักใคร่ปรองดองกันร่วมกันอยู่ภายใต้กฎระเบียบ รัฐธรรมนูญเดียวกัน การทำงานแก้ไขพัฒนาไปเรื่อยๆ ก็ดีขึ้นแต่รู้สึกเหนื่อยกับโซเชียลมีเดีย เพราะนำเสนอไม่ตรง ขณะที่การจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2561 ได้ประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้วเตรียมส่งนายกฯพิจารณา

โต้แก้ ก.ม.กกต.ไม่กระทบโรดแม็ป

จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในส่วนของผู้ตรวจการเลือกตั้งว่าตาม พ.ร.บ.กกต.กำหนดว่า ให้เป็นเรื่องของ สนช. ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบโรดแม็ป เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯประกาศ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าพรรคการเมืองมีหลายพรรค ต้องสู้กันไปในทางประชาธิปไตยให้ประชาชนรู้ว่าใครสมควรจะเป็นผู้นำ

วิปเชื่อทำไม่ทัน สนช.หมดวาระ

ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.พ.ศ.2560 ยังไม่เข้าสู่กระบวนการเตรียมบรรจุระเบียบวาระการประชุมของ สนช. อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 77 การพิจารณามีรายละเอียดขั้นตอนพอสมควร ต่างจากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปกติ อาจต้องใช้เวลาเป็นปี อาจไม่ทันกับวาระของ สนช.ที่จะหมดลงตามโรดแม็ป ยืนยันได้ว่าการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีเจตนาให้มีผลกระทบกรอบเวลาจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากการพิจารณากฎหมายใด สนช.ย่อมต้องคำนึงถึงโรดแม็ปด้วย

แย้มให้ กกต.ใหม่สกรีนอีกรอบ

นายสมชายกล่าวว่า รับทราบจาก กกต.ว่ากระบวนการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งกำลังรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับ 616 คนว่าจะมีประชาชนร้องเรียนหรือไม่อย่างไร และการลงนามรับรองอาจให้ กกต.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของวิป สนช.จะนำข้อมูลเหล่านี้พิจารณาต่อไป

“มหรรณพ” เสียงแข็งโต้ยื้อกาบัตร

นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อ 36 สนช.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต.มีเจตนายื้อการเลือกตั้งออกไปว่า ยืนยันไม่เกี่ยวกันโดยสิ้นเชิง ก่อนเสนอได้วิเคราะห์ทุกแง่มุมรอบคอบถี่ถ้วนแล้วว่าไม่กระทบไทม์ไลน์การเลือกตั้งแน่นอน ไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมือง การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแม็ป ที่ระบุจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปเป็นปลายปี 2562 แล้วแต่จะคิด ส่วนระยะเวลาแก้ไขยังไม่สามารถตอบชัดเจนได้ เพราะเกี่ยวข้องหลายฝ่าย การขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขร่างกฎหมายยังเร็วเกินไปที่จะพูด ยังมีขั้นตอนวิป สนช.และที่ประชุม สนช.ต้องฟังความเห็นของ สนช.คนอื่นที่ร่วมเข้าชื่อ

รับไม่ได้การเมืองแฝงมือไม้ กกต.

นายมหรรณพกล่าวว่า เจตนาที่เสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต.เพราะรับไม่ได้กับองค์ประกอบคณะกรรมการคัดเลือกฯ ตามระเบียบ กกต.กำหนดขึ้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยคัดจากตัวแทนสภาประชาชน สภาตำบล น่าเป็นห่วงอาจมีกลไกการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนเอาผู้เล่นมาเป็นกรรมการ จะเป็นกลางได้อย่างไร ที่สำคัญเมื่อกำลังจะมี กกต.ชุดใหม่ ไม่อยากให้ กกต.ชุดเก่าเร่งรีบคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ควรให้ กกต.ชุดใหม่ทำแทนไม่ใช่การแทรกแซงอำนาจ กกต.ชุดเก่า แต่ทำเพื่อให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม จึงนำไปสู่การแก้ไขที่มาของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ระบุที่มาของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งลงไปใน พ.ร.บ.กกต.ให้ชัดเจน ดีกว่าการให้ กกต.ไปออกระเบียบคัดเลือกเอง อาจถูกครอบงำทางการเมืองในอนาคตได้

กรธ.ยันได้จัดคูหาอย่างช้า พ.ค. 62

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ในส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะใช้เวลาราว 10 เดือน ทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งของ คสช. เลื่อนจากต้นปีไปปลายปี 2562 ว่า ไม่ใช่ การนับโรดแม็ปเลือกตั้ง ต้องยึดตามร่าง พ.ร.บ.ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะครบกำหนดประกาศในราชกิจจานุเบกษากลางเดือน ก.ย. ก่อนจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีก 90 วัน จะไปตกกลางเดือน ธ.ค. แล้วกรอบ 150 วันเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งจะเริ่มนับ ที่ผ่านมา คสช.เคยระบุว่าวันเลือกตั้งจะอยู่ระหว่างปลายเดือน ก.พ. ถึงต้นเดือน พ.ค. ดังนั้นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. จะไม่ส่งผลให้วันเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากกรอบเวลาแน่นอน เมื่อกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ของ สนช.ยังไม่เริ่ม ต้องยอมรับว่าตัวเลือกกำหนดวันเลือกตั้งแรกปลายเดือน ก.พ.62 อาจไม่ทัน แต่เลื่อนไปไม่เกินกรอบ 150 วัน อย่างช้าคือต้นเดือน พ.ค. 62 ตามที่เคยประกาศไว้

ฉะปัญหาอยู่ที่ สนช.จ้องจะโละ

“ปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ สนช. หากต้องการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. เพื่อยกเลิกผู้ตรวจการเลือกตั้ง แล้วให้คัดเลือกใหม่โดย กกต.ชุดใหม่ ต้องเร่งแก้ไข เพราะถ้าแก้ไม่ทันผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ กกต.ชุดนี้คัดเลือก จะเป็นผู้ทำหน้าที่ระหว่างเลือก ส.ว.แบบแบ่งกลุ่ม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. 50 คน ที่มีกำหนดต้องเสร็จก่อนมีการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างน้อย 15 วัน” นายชาติชายกล่าว

พท.สับดีแต่แก้ ก.ม.เมื่อไหร่จะ ลต.

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.สรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งตามกฎหมายลูก กกต.ที่ สนช.ร่างขึ้นมาเอง อยู่ดีๆ สนช.มาบอกว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวก อาจไม่เป็นกลางทางการเมืองทั้งที่ยังไม่ทำหน้าที่ ตีตนไปก่อนไข้หรือไม่ พวกท่านเองที่กำลังจะเล่นพวกหรือไม่ ถ้าจะแก้วิธีสรรหาใหม่ต้องใช้เวลา และคนที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว อาจไปร้องศาลปกครองได้อีก กรอบเวลาเลือกตั้งที่วางไว้ต้นปี 2562 จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ หรือนี่เป็นวิธีที่ทำให้ สนช.ได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ทางที่ดีควรทำหน้าที่ไป ถ้าไม่พอใจอะไรแล้วแก้ได้ ต่อไปจะแก้กฎหมายให้วุ่นวายกันไปอีก แล้วเมื่อไหร่จะได้เลือกตั้ง

ซัด คสช.เลิกเล่นละครรีบปลดล็อก

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก สนช.ต้องการยื้อการเลือกตั้งออกไป ถ้าแก้กฎหมายว่าด้วย กกต.กระทบโรดแม็ปแน่นอน แต่คนใน คสช.บอกไม่กระทบ ไม่รู้ว่า คสช.กับ สนช. อันไหนใหญ่กว่ากัน ขอให้เลิกเล่นละครได้แล้ว ทุกคนเชื่อว่า คสช.รู้เห็นเรื่องการแก้กฎหมายนี้ ถ้าอยากเลื่อนการเลือกตั้งขอให้พูดมาชัดๆ วันนี้ทางออกของประเทศคือการเลือกตั้ง กระบวนการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ กกต.ทำไว้ควรเดินหน้าต่อ เมื่อกฎหมายลูกอีกสองฉบับประกาศใช้ คสช.ควรรีบปลดล็อกคำสั่ง คสช.ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง ประเทศจะได้มีรัฐบาลของประชาชนเสียที

อัดจ้องส่งพวกไปคุมเกม จี้ถอนร่าง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ถ้าเลื่อนเลือกตั้งอีกความเชื่อมั่นประเทศจะเป็นศูนย์ ยิ่งตอกย้ำเรื่องความเหมาะสมเป็นประธานอาเซียน ที่อ้างว่า กกต.เก่าทิ้งทวนไม่ สมเหตุสมผล เมื่อพ้นจากตำแหน่งไม่มีส่วนได้เสียอีก แต่ในร่างที่ สนช.ขอแก้ไข มาตรา 9 ให้โละทิ้งผู้ตรวจการเลือกตั้งที่สรรหาไว้ทำให้เห็นเจตนาว่า สนช.จะวางคนให้คุณให้โทษกับการเลือกตั้งหรือไม่ หวังว่า สนช.จะวิเคราะห์ผลดีผลเสียเพื่อส่วนรวม ถ้าคิดถึงแต่พวกพ้องต้องรับผิดชอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ทางที่ดีควรรีบถอนร่างแก้ไขดังกล่าวออกโดยเร็ว

“นิพิฏฐ์” ขู่ฟางเส้นสุดท้ายคนไม่ทน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อสังเกตการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง อาจ ทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งเลื่อนไป 9 เดือนว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปได้ต้องใช้มาตรา 44 แก้บทเฉพาะกาล ให้การบังคับใช้กฎหมายเลื่อนออกไป เช่น ใช้บังคับใน 90 วัน อาจใช้บังคับ 150 วัน หรือ 180 วัน เรื่องนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ ความอดทนของคนจะถึงที่สุด ไม่ควรใช้วิธีการเลื่อนเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว กกต.ปัจจุบันทำตามกฎหมายที่ สนช.เป็นคนออก ถ้าไม่ทำละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่อาจไม่ถูกใจบางคนเท่านั้นเอง กกต.ปัจจุบันคิดว่าทำได้และเหมาะสม เพราะไม่ได้ลงนามเอง ให้ กกต.ชุดใหม่เป็นคนลงนาม เรื่องอย่างนี้ สนช.คิดเองไม่ได้หรอก ต้องมีคนไปสะกิดให้ทำ ต้องมีคนคิดให้ทั้งนั้น อาจมีคนไปเข้าฝัน สนช.ให้ทำ ดังนั้นการเลือกตั้งจะเลยไปถึง พ.ค.62 เป็นไปได้ ถ้าผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มี เลือกตั้งไม่ได้ต้องเลื่อนออกไป

ปั่นแต้มโหวตต้าน ก.ม.กกต.พุ่ง 5 หมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กรณี สนช.เปิดรับฟังความเห็นประชาชนการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ประเด็นการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ผ่านเว็บไซต์ www.senate.go.th  เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-18 ส.ค. ช่วง 7 วันแรก เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ส.ค. มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 6,800 คน เห็นด้วย 88% ไม่เห็นด้วย 16% แต่หลังเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป พบว่ามีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นหลายหมื่นคน กระทั่งล่าสุดเวลา 19.00 น. ยอดผู้แสดงความคิดเห็นยิ่งพุ่งขึ้นเกือบ 57,000 คน แต่ปรากฏว่าคะแนนไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แซงขึ้นมาเป็น 88% หรือ 50,037 คะแนน ขณะที่คะแนนเห็นด้วย หล่นไปเหลือแค่ 12% หรือ 6,857 คะแนน ขณะนี้ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศของ รัฐสภากำลังจับตาดูความผิดปกติอยู่ เพราะเพียง 4 ชั่วโมง มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มผิดปกติถึงกว่า 40,000 คน ต่างกับการเปิดให้แสดงความคิดเห็น เรื่องการเสนอกฎหมายแต่ละฉบับ ที่มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นระดับหลักร้อยมากสุดหลักพันเท่านั้น

“ศรีสุวรรณ” ตอก สนช.รับใบสั่งใครมา

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นสิทธิโดยชอบของ กกต.ชุดปัจจุบัน ออกระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามบริบทกฎหมายลูก กกต. แต่การที่ สนช.จุ้นจ้านเสนอแก้กฎหมาย กกต.ที่บังคับใช้ไม่ถึงปี เพราะไม่พอใจมติเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น เป็นการแทรกแซงการทำงานของ กกต. สะท้อนถึงการทำงานไม่มีคุณภาพในการออกกฎหมาย แทรกแซง กกต.อย่างน่าเกลียดที่สุด ขอถาม สนช. 36 คนว่ามีใบสั่งจากใครหรือไม่ หรือเป็นเล่ห์ยื้อการเลือกตั้ง เพื่อให้ตนเองและพวกพ้องอยู่ในอำนาจได้ยาวนานขึ้นหรือไม่ สนช.ควรตรวจสอบการทำหน้าที่ของตัวเองว่า ที่ผ่านมาทำงานเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน หรือเพื่อตอบสนองเฉพาะผู้มีอำนาจเป็นที่ตั้ง ขอให้หยุดแทรกแซง กกต.และถอนร่างแก้ไขดังกล่าวก่อนที่สังคมจะประณามมากไปกว่านี้ ต้องสำเหนียกอยู่เสมอว่าพวกท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

“สมศักดิ์” ปฏิเสธวุ่นไม่ใช่เด็กเส้น

วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร เดินทางลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อพูดคุยรับทราบปัญหาการเกษตร พร้อมเปิดรับสมาชิกใหม่ อาทิ นายสถาพร สงคราม รองนายก อบจ.ชัยภูมิ นายวสันต์ กล้าแท้ และนายอภิสิทธิ์ เวียนเศษ ส.จ.ชัยภูมิ จากนั้นนายสมศักดิ์กล่าวถึงกรณีมีคนมองว่ากลุ่มสามมิตรได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ เป็นเด็กเส้นของรัฐบาลเดินสายลงพื้นที่ต่างๆได้ ว่าหลายคนหลายกลุ่มเดินสายกันอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ไม่เป็นข่าว ยืนยันว่ากลุ่มเราไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ การที่เราลงพื้นที่แค่ไปรับรู้ปัญหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับคนในแต่ละพื้นที่

นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร กล่าวว่าตามผลโพลล่าสุดของการเมือง ขณะนี้กลุ่มสามมิตรยังไม่ตั้งพรรค หรือพรรคประชารัฐยังตั้งไม่เสร็จ แต่ได้อันดับ 2 ด้วยคะแนน 21% เป็นรองเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ได้ 30% พวกเราทำงานมา 4 เดือนห่างแค่ 10% ถ้าเดินอีกสัก 3 เดือน น่าจะแซงพรรคเพื่อไทยแน่นอน

“บิ๊กตู่” ติวทูต–กงสุลยึดซุนวูเชื่อมโลก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานและมอบนโยบายการประชุมเต็มคณะระหว่างเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและมาเลเซีย พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ภายใต้คำขวัญ “เชื่อมโลกสู่ไทย เชื่อมไทยสู่โลก เชื่อมจังหวัดสู่เพื่อนบ้านและโลก”มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ ผวจ.จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 32 จังหวัดเข้าร่วม โดยนายกฯมอบนโยบายตอนหนึ่งว่าการทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและโลก ต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นโยบายไทยนิยมและโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ที่ไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่นโยบายสืบทอดอำนาจ โดยต้องรู้เขารู้เราตามหลักการสงครามของซุนวู วันนี้ไม่ใช่สงครามสู้รบด้วยกำลังทหาร แต่เป็นสงครามทางการค้า การบริหารราชการต้องปฏิรูป อยากให้ศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ

ลั่นต้องเป็นผู้นำพลิกโฉมอาเซียน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์อาเซียนด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นประเทศไทยคงไม่อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกาได้จนถึงวันนี้ อยากให้ทุกคนไปทบทวนด้วย วันนี้นักวิชาการ สื่อมวลชน ทุกคนรู้หมด แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้ในสิ่งที่เราทำไปแล้วในวันนี้ ต่างพูดไปด้วยหลักการตัวเอง ตนจะไปทะเลาะกับเขาก็ไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่อาเซียนทางพฤตินัย ไม่ใช่การกล่าวอ้างว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนให้ได้ การประชุมอาเซียนครั้งหน้าในเวลาอันใกล้นี้ อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต้องหารือร่วมกัน ภายใต้หลักการต้องทำวันนี้ เพราะไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ตอนนั้นใครจะเป็นรัฐบาลไม่รู้ แต่ไทยจะเป็นเจ้าภาพอยู่ดี ขออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้ไปทบทวนกันดูว่าใครมันเกี่ยวข้องบ้าง

ปลุกเตรียมตัวเข้าคูหารักษาสิทธิ

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า ในเรื่องการเป็นประชาธิปไตยการเลือกตั้ง เป็นกระบวนการหนึ่งซึ่งสำคัญ แม้ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด อย่างที่ประชาชนให้ความคิดเห็นมากับการตอบแบบสอบถาม 10 ข้อ แต่เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วน เห็นหลายคนหลายฝ่ายย้ายกันไปย้ายกันมาเป็นเรื่องของท่าน แต่ถ้าทุกคนคิดว่าการย้ายมาจะทำให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในการทำงาน ในวันหน้ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาคงต้องทำตามกฎหมาย คงทำอย่างเดิมไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่ทำได้วันนี้เลยทุกคนต้องเตรียมการรักษาสิทธิใช้สิทธิอย่างมีความรู้ว่าใช้อย่างไรจะเกิดผลอย่างไร ไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมการซื้อสิทธิขาย เสียง ต้องร่วมมือกันเดินหน้าประเทศของเราไปได้ ตนต้องไปเลือกตั้งในคูหาเหมือนกัน ต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลมาบริหารอย่างมียุทธศาสตร์ที่ต้องการ

ดึง “ณเดชน์” ร่วมโปรโมตผลงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่าแม้ตนจะพยายามสื่อสารกับประชาชนในทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งในรายการทุกคืนวันศุกร์หรือการให้สัมภาษณ์สื่อฯในประเด็นต่างๆ แต่ยังคงปรากฏว่ามีข้อมูลข่าวสารบางส่วนที่ผิดเพี้ยนบิดเบือนเกิดขึ้นเป็นระยะ เรามีช่องทางของรัฐบาลและ คสช. อาทิ ไลน์แอด “ข่าวจริงประเทศไทย” facebook “สายตรงไทยนิยม” และ “ไทยคู่ฟ้า” รวมทั้ง GNEWS เป็นต้น ข้อเท็จจริงเหล่านี้ที่ปรากฏเกิดจากการบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ ถามมาตอบไปด้วยข้อมูลหลักการและกฎหมาย แล้วยังมีรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” อย่าเพิ่งเบื่อเพราะเรากำลังเปลี่ยนแปลงสร้างประวัติศาสตร์ของเรา ได้ให้ปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในรูปแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เน้นการปฏิรูปประเทศ จะมีดารานักร้องหรือผู้มีชื่อเสียงมาร่วมดำเนินรายการคงจะน่าดูกว่าที่ตนพูด วันเสาร์ที่ 11 ส.ค.จะเป็น “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่จะพาไขปัญหา “หนี้นอกระบบ”

ชี้ “ทักษิณ” ส่งซิกรุนแรงแก้ลำพลังดูด

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯปลุกมวลชนให้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยย้ำว่าสงครามยังไม่จบว่า นายทักษิณอยู่ในฐานะแม่ทัพใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ต้องให้กำลังใจสมาชิกว่ายังมีโอกาสจะชนะ เพราะมีกระแสดูดสูง การประกาศว่าสงครามยังไม่จบอาจถือเป็นการส่งสัญญาณทางลบได้ ก่อให้เกิดความเคียดแค้นชิงชัง รุนแรงเหมือนในอดีต ไม่ควรเกิดขึ้นอีกขณะที่บ้านเมือง ต้องการความปรองดอง สงครามจะจบเมื่อเขาชนะและกลับมาเป็นผู้นำประเทศ แต่ถ้าแพ้สงครามจะมีต่อไป อยากฝากประชาชนเจ้าของประเทศ ถ้าต้องการให้ประเทศกลับมาเป็นแบบนั้นอีกก็เลือกพรรคหรือนักการเมืองที่มีบุคลิกสร้างความรุนแรงเข้าไป ถ้าไม่ต้องการต้องเปลี่ยน

ยุจะให้ดีกลับมาสู้ร่วมกับมวลชน

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่นายทักษิณกล้าพูดและกล้าทำ ขอให้ทำการเมืองอย่างเปิดเผย อย่าซ่อนใต้ผ้าใต้พรมหรือใช้วิธีพลิกแพลง สำคัญคือขอให้นายทักษิณกลับมาต่อสู้ร่วมกับมวลสมาชิกในประเทศไทย จะดีกับทุกฝ่าย ต้องยอมรับคือกติกา อย่ากล่าวหาหรือให้ร้ายอำนาจนิติบัญญัติหรืออำนาจตุลาการให้เสียหาย ควรใช้สิทธิทางศาล ต่อผู้ที่ทำร้ายดีกว่าใส่ร้ายคนอื่น

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยควรศึกษาคำว่าประชาธิปไตยให้ถ่องแท้ ถ้ายังศรัทธาระบบเผด็จการรัฐสภา นั่นไม่ใช่แนวทางของนักสู้ ในระบอบประชาธิปไตย ที่หมายถึงการต่อสู้ทั้งฝ่าย นิติบัญญัติ และการสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างต้องยอมรับผลของคำตัดสิน ไม่ใช่ใช้ความถูกใจ อยากให้กลับมาเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมก่อนจะดีกว่า

บี้ กกต.ใหม่ฟันครอบงำ พท.

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณหนีออกนอกประเทศมา 10 ปี ใช้ตัวแทนในประเทศเคลื่อนไหวแทน มีทั้งติดคุกและหนีออกนอกประเทศ เป็นบทเรียนให้สังคมรู้ว่าจะยังเชื่อถือเครือข่ายนายทักษิณอีกหรือไม่ การอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นแค่การยกตุ๊กตาให้คนหลงเชื่อ ทั้งที่สู้เพื่อตัวเอง ขอเรียกร้อง กกต.ชุดใหม่ให้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง อย่าอ้างว่าไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้เหมือน กกต.ปัจจุบันที่พูดแค่ว่าจับตาดูว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถก้าวข้ามนายทักษิณได้ เป็นคำสารภาพที่สำคัญว่านายทักษิณอยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทย ตามกฎหมายใหม่ถือว่าเข้าข่ายต้องถูกยุบพรรค เพราะให้คนนอกเข้าแทรกแซง อย่าโอดครวญว่าถูกกลั่นแกล้ง

“ทักษิณ” เป่าเค้กซ้ำย้ำ พท.ชนะขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อเวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่ฮ่องกง ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคอีสานราว 36 คน อาทิ นายบุญฐิน ประทุมลี นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีต ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย นายมานะ โลหะวณิชย์ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้เข้าพบนายทักษิณที่ร้านอาหาร Ye Shanghai Restaurant ใกล้ โรงแรม Marco Polo Hongkong Hotel เพื่อร่วมรับประทานอาหาร เนื่องในโอกาสงานเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังปีที่ 69 ของนายทักษิณ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยกลุ่มอดีต ส.ส.ได้เตรียมเค้กวันเกิดให้นายทักษิณ โดยนายทักษิณมีสีหน้าร่าเริงสดใส แววตามุ่งมั่น ประกาศกับกลุ่มอดีต ส.ส.ว่ามั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมสู้เพื่อประชาธิปไตย รู้ว่าถึงอย่างไรพรรคเพื่อไทยจะชนะ เพราะได้สำรวจความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่อยู่ตลอด พรรคเพื่อไทยจะชนะถล่มทลายแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้นายทักษิณจะเดินทางออกจากฮ่องกงในวันที่ 12 ส.ค. เพื่อเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศแถบยุโรปหลายประเทศ เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษและข้ามไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเดินสายไปดูธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาโรคมะเร็ง

“บิ๊กตู่” กระตุ้นคนไทยเตรียมตัวลงคะแนนรักษาสิทธิ์ สั่งขนดาราโปรโมตรัฐบาล ดึง “ณเดชน์” ตีปี๊บแก้หนี้นอกระบบ ... 11 ส.ค. 2561 04:15 11 ส.ค. 2561 05:07 ไทยรัฐ