วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากใจซิงเกิลมัม 'แอฟ ทักษอร' ขอแค่ 'คุณปี' มีสุข "คุณแม่" แสนแฮปปี้

นึกว่า “ลูก” โตแล้วจะสบาย มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นแต่ที่ไหนได้ต้องใช้พลังสมองมากกว่าเดิม สำหรับแอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นางเอก-พิธีกรสาวแห่งรายการ “แชร์ข่าวสาวสตรอง” ทางช่องไทยรัฐทีวี ตั้งแต่กลายเป็น “คุณแม่” เวลายกให้ “ลูกสาว” น้องปีใหม่-เอวาริณ เตชะณรงค์ วัย 3 ขวบ ขวัญใจพี่ป้า น้าอาที่เอ็นดูความแก่นเซี้ยว ทะเล้นได้ใจ จนกลายเป็นซุป’ตาร์ฟันน้ำนมสุดฮอต “คนดังนั่งคุย” วันแม่ปีนี้ เลยคว้าสาวแอฟ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มาเปิดใจกับชีวิตของความเป็นคุณแม่ที่เจ้าตัวยอมรับไม่ง่ายเลย

ตั้งแต่มีลูกวงจรชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมั้ย?

“ชีวิตเปลี่ยนแปลงมากเลยค่ะ เค้าเอาเวลาทั้งหมดของเราไปเมื่อก่อนเราให้เวลากับตัวเองมากที่สุด ให้ความสำคัญทุกอย่างในเรื่องส่วนตัวของเรา คนเดียวซึ่งมันง่ายเยอะ พอมีน้องแล้ว ลูกมาก่อน ทุกอย่างให้ลูกก่อนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่เหลือค่อยเป็นของเรา จริงๆแทบทุกเรื่อง เรื่องเวลาจะเห็นชัดสุดในชีวิตที่มันเปลี่ยน จะทำอะไรต้องรอลูกนอนก่อน”

พอลูกโตขึ้นทำให้แอฟเป็นคุณแม่ที่สบายขึ้นหรือเปล่า?

“เหนื่อยกายน้อยลงแต่ต้องใช้สมองมากขึ้น (หัวเราะ) เวลาที่ลูกโต มีความรู้สึกอย่างนั้น ตอนเค้าเด็กจะเหนื่อยตรงต้องคอยจับตลอดเวลา ปล่อยคาดสายตาไม่ได้เลย พอโตขึ้นเป็นเรื่องสมองจะสู้ยังไงกับเด็ก 3 ขวบ ฟังดูตลก อะไรจะไม่ทันลูกได้ยังไง จะยากอะไร จัดการกับเด็กตัวเล็กแค่นี้แต่มันยากค่ะ”

เช่นอะไรที่เราต้องใช้พลังสมองรับมือกับลูก?

“ตั้งแต่เค้า 2 ขวบ เค้าเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง แอฟเทคอร์สเพื่อให้เข้าใจลูก เริ่มเข้าใจแล้วว่าเป็นธรรมชาติของเด็ก วัย 2 ขวบเค้าจะชอบลองโน่นลองนี่ เป็นประสบการณ์แต่จะมีลองของกับแม่(ยิ้ม) ลองพูดแบบนี้จะเป็นยังไง ไม่ทำจะป็นยังไง สู้ๆกัน สรุปสุดท้ายไม่เค้าร้องไห้ก็เราร้องไห้ มันไม่ได้ผล เราก็รู้แล้วโตขึ้นเหนื่อยตรงนี้แหละ ต้องใช้สมอง ใช้สติในการเลี้ยงลูก มันไม่ใช่อะไรง่ายๆ เคยตีจนตอนนี้ไม่ตีแล้ว เพราะรู้แล้วว่าตีไปก็ไม่ได้อะไร แล้วถอยหลังด้วย เค้าเสียใจเราก็เสียใจ”

แอฟคิดว่าสมัยนี้จำเป็นมั้ย รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี?

“แอฟคิดว่าขึ้นอยู่กับเด็กด้วย จริงๆ ไม่ตีดีที่สุดอยู่แล้ว ถ้าเรารู้จักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับเค้า เด็กแต่ละคนการสื่อสารไม่เหมือนกัน บางคนพูดแค่นี้เข้าใจไม่กล้าทำแล้ว ปีใหม่ก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ถึงพูดแล้วฟังกัน”

ช่วงลูกไม่ฟังเครียดมากน้อยแค่ไหน?

“เครียดๆ เพราะว่าเราไม่อยากให้ทุกครั้งที่เราอยากสอนลูกกลายเป็นเรื่องทะเลาะกัน ลูกทำผิดต้องยอมรับผิดแล้วขอโทษนะ กลายเป็นว่าที่เราจะสอนกลายเป็นเรื่องขึ้นมา วันนั้นเราตีลูกเสร็จ ลูกร้องไห้ คุณยายก็ร้องไห้อีก ทำไมกลายเป็นแบบนี้ ยายไม่เคยตีลูกเลยนะ แอฟก็แย้งไม่เหมือนกันนิ ตอนเด็กๆแอฟไม่ได้เป็นแบบนี้ ไม่ได้ดื้อ เราก็พูดแบบนี้ แม่บอกไม่จริงหรอก แอฟจำไม่ได้ (ยิ้ม)”

ตอนนี้แอฟใช้วิธีการรับมือกับปีใหม่เวลาเป็นเด็กดื้อยังไง?

“ถ้าเค้าพีกไปไกลแล้วค่อนข้างอธิบายลำบาก ทำความเข้าใจลำบากเมื่อไปถึงจุดพีกนั้นเค้าจะฟังไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจแล้วในสิ่งที่แม่อธิบาย ดีที่สุดต้องรีบเข้าจัดการก่อนที่เค้าจะอารมณ์ขึ้น แต่แอฟไม่ได้เบี่ยงเบนความสนใจนะ ตรง จุดคืออะไร หรืองอแงกับพี่เลี้ยงก็ต้องรีบพูดตรงนั้นเลย ต้องหนักแน่น ยืนยัน คืนนี้ถ้าลูกทำอะไรช้าแม่จะไม่เล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง ถ้าลูกเล่นต่อ จะเล่นได้แม่ไม่ว่า แต่คืนนี้ไม่มีนิทานก่อนนอน บางทีเค้าจะต่อลองขอเรื่องนึงหน่า สั้นๆ ก็ได้ เราก็ต้องไม่คือไม่ เราไม่ได้ดุเค้า แต่ไม่มีนะเพราะลูกเลือกเอง พยายามให้เค้าเลือกเพราะเค้านึกย้อน อ่อๆเค้าเลือกที่จะเล่นของเล่นไม่ใช่ฟังนิทาน พยายามปะทะน้อยลง ตอนเค้าเล็กๆไม่ต้อง มีจิตวิทยาอะไรเลย แต่ตอนนี้ท้าทายมาก ใช้เหตุผล รู้ว่าเค้าไม่เข้าใจแต่พูดไปก่อน บางอย่างคิดว่าเค้าไม่เข้าใจ วันนึงย้อนกลับมาพูดประโยคที่เราเคยพูดก็เคยมี เค้างอแงไม่อยากให้แม่ไปทำงาน อยากอยู่บ้านกับแม่ แอฟบอกไม่ได้ หนูโตแล้ว มีหน้าที่ไปโรงเรียน แม่ออกไปทำงาน เสร็จแล้วเราสองคนกลับมาเจอกัน ปีใหม่เวลาไปงานบอกคนอื่น พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน เดี๋ยวกลับบ้านก็เจอกัน แม่ต้องไปทำงานหาเงินมาให้ปีใหม่ไปโรงเรียน เหมือนบอกคนอื่นรู้หรือเปล่า แม่เราหาเงินมาให้เราไปโรงเรียน แหม่ อันนี้ก็เข้าใจที่อยู่กับแม่เหมือนไม่รับ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ”

มีนิสัยอะไรที่คล้ายแอฟบ้าง?

“แอฟว่าเวลาเค้าทำงานเต็มที่ ฟังดูตลกสำหรับเด็ก 3 ขวบแต่ว่าพอไปทำงานด้วยกันบ่อยๆ เค้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เค้าจะอารมณ์เด็กบ้าง หิว ง่วง งอแง แต่ถ้าเวลาทำงานเต็มที่ อดทน ไม่บ่น อยู่ง่าย กินง่าย ทีมงานมีอะไรเท่านั้น เคยไปทำงานด้วยกันแล้วมันเลต เค้าได้ เค้าไหว จริงๆ อารมณ์แม่พูดตลอด เราจะออกไปทำงานด้วยกันจะบรีฟทีมก่อน พี่เปิ้ล (เลขาส่วนตัว) มีปีใหม่ เราตกลงกันก่อนว่า ออกไปแล้วหนูได้ทำงานกับแม่เพราะหนูโตแล้ว เค้าชอบคำนี้มาก โตแล้วเค้ารู้สึกภูมิใจ ถ้าหนูมีอะไรไม่อยากทำบอกแม่ บอกพี่เปิ้ลเลยเราไม่เคยดุ ไม่เคยบังคับให้ลูกต้องทำอะไร สิ่งที่หนูต้องทำคือพูดกันดีๆ พอไปถึงเค้าจะแอ็กเป็นผู้ใหญ่เนอะ บางทีน่าหมั่นไส้ (หัวเราะ)”

ไม่ค่อยเหมือนคุณแม่เลย?

“เมื่อก่อนก็คิดว่าไม่เหมือน ความคึก ความตลก ความซน ความดื้อ แม่ของแอฟก็บอกว่าเมื่อก่อนแอฟก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนโตอยู่ๆทำไมเรียบร้อยก็ไม่รู้ ความเฮี้ยวไม่รู้หายไปไหน แม่แอฟก็บอกว่าเมื่อก่อนแอฟก็ซน ดื้อเหมือนกัน เพียงแต่ว่าอาจจะไม่คึกขนาดนี้ คนละเบอร์กัน ปีใหม่ สายฮา สายรั่ว คึกมาก”

แนวทางเลี้ยงลูกสไตล์แอฟเน้นเรื่องอะไรเป็นสำคัญ?

“เอาจริงๆนะ ยอมรับก็อยากให้ลูกเหมือนเรา มองโลกเหมือนเรา ปฏิบัติตัวกับตัวเองหรือกับคนอื่น เหมือนที่เราคิดเมื่อก่อนคิดว่าการเลี้ยงลูกไม่น่ายากเหมือนที่พ่อแม่เลี้ยงเรามาให้ดูเป็นตัวอย่าง น่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและน่าจะได้ผลมากที่สุด พ่อแม่แอฟไม่ได้มาพูดอะไรกันมาก ไม่ได้ดุ แต่ทำให้ดู แอฟ กับน้องก็เป็นอย่างนั้นโดยปริยาย บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้านแอฟไม่ทานน้ำอัดลม ไม่ทานทอฟฟี่มันดูเป็นเรื่องง่ายมาก พ่อแม่ไม่ทานเราก็ไม่ทาน พอมาถึงลูกเรากับเรื่องทอฟฟี่ทำไมมันดูยากจัง กว่าที่ลูกจะเข้าใจคือนานไม่เอาทอฟฟี่ไม่ดี ส่วนที่ถามว่าอยากให้ลูกเป็นยังไง อย่างที่บอกอยากให้ลูกมีแนวความคิดเหมือนเรา ไม่ได้อยากล้างสมองลูก แนวเหมือนเรา แต่รายละเอียดแล้วแต่เค้า แน่นอนที่สุดอยากให้เค้ารักตัวเอง รักครอบครัว หลังจากนั้นเค้าเรียนรู้รักตัวเอง เค้าจะรับผิดชอบในส่วนตัวเองได้ อย่างน้อยๆจะไม่เป็นภาระของโรงเรียนของสังคม รักตัวเองในที่นี้ไม่ใช่เห็นแก่ตัวนะ รักตัวเองจะไม่มีการทำร้ายตัวเองด้วยการเกเร โตขึ้นไม่ติดยา ไม่เที่ยวเตร่เพราะรักตัวเอง เป็นลูกผู้หญิงรักนวลสงวนตัว เพราะเค้ารักตัวเอง แอฟคิดว่าต้องเริ่มจากเล็กๆ ข้างในของเราก่อน รักและเคารพในคำพูดของตัวเอง เป็นคนไม่โกหกไม่พูดจา ต่อไปได้หมด จุดสำคัญเริ่มจากตัวเองก่อน ค่อยเผื่อแผ่ออกไปข้างนอก ไม่ยินดียินร้ายมากเกินไป มีความสุขเพียงพอดี สิ่งที่เป็นห่วงปีใหม่ ปฏิเสธไม่ได้เค้าเป็นที่รู้จัก ตอนเด็กๆมันง่ายเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง เค้าคิดว่าทุกคนแฮปปี้พูดคุยกันหมด พอโตขึ้นลำบากเหมือนกันให้มันพอดี”

สิ่งหนึ่งที่เห็นแอฟปลูกฝังเรื่องมารยาทไทยๆ ปีใหม่ไหว้สวยมาก?

“พอดีโตขึ้นด้วยค่ะ โรงเรียนเดิมก็ดีมากก็คิดว่าตัดสินใจถูกที่ให้โรงเรียนเดิมเป็นโรงเรียนแรก เริ่มจากเล็กๆ อบอุ่น ปลอดภัย ได้รับความดูแลอย่างดี พอเด็กเริ่มโตก็ไปโรงเรียนที่ใหญ่ขึ้นๆ สืบเนื่องเตรียมอนุบาลอินเตอร์ เค้าเลยได้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ พออนุบาลอยู่ที่โรงเรียนที่ใหญ่ขึ้น บอกเค้าหนูโตขึ้นไปโรงเรียนใหญ่ขึ้น มีกฎระเบียบ วินัยมากขึ้น บางอย่างหนูไม่แฮปปี้กับมัน คนเยอะต้องรอ เข้าคิว เด็กๆไม่ชอบรอ ไม่ชอบยืน เค้าจะต้องเรียนรู้ มาเฉพาะทางโรงเรียนทางเลือก แอฟกับคุณแม่ปรึกษามาแนวนี้ดีกว่ามั้ย อย่างน้อยช่วงนี้ ตอนนี้ภาษาอังกฤษไม่ห่วง แอฟอยากให้เค้าได้ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย อยากไหว้สวย ที่เค้าไหว้สวยทุกวันนี้ มาจากคุณยายอยู่แล้ว อยากให้เค้าได้แนว ความคิดแบบคนไทย การเคารพผู้ใหญ่ เลือกโรงเรียนนี้เพราะเป็นแนวพุทธปัญญา ให้เค้าซึมซับพุทธศาสนา อยากให้เค้าไปช้าๆบ้าง แอฟไม่ อยากกิริยาช้าลงแบบแอฟ แอฟช้ามากพอแล้วแต่อยากให้เค้าได้เรื่องความคิด ไตร่ตรอง มีสมาธิ ไม่ใช่ว่าจะให้เค้าเรียบร้อย มีคนถามเยอะมาก ทำไมพยายามให้ลูกเรียบร้อย ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยากให้ลูกเรียบร้อย อยากให้ลูกสดใส ร่าเริง ทะเล้น ทะลึ่งอะไรก็ได้ เอาให้เค้าเป็นตัวของตัวเอง แต่เค้าจะต้องรู้จักกาลเทศะเท่านั้น”

มองจากภายนอกเวลาปีใหม่อยู่กับแม่จะเรียบร้อย พออยู่กับพ่อความทะเล้นมาก?

“ไม่จริง (ยิ้ม) เอาเรื่องจริงมั้ยคะ คลิปแก่นๆ เต้นแก่นๆ แอฟก็ลง เหมือนคนคิดไปแล้วว่า ปล่อย ลูกไว้กับพ่อจะแก่นๆ ไปดูในไอจีได้เลยก็มีภาพแก่นๆ ของเค้า ทะเล้น ทะลึ่งของเค้าก็มี เป็นมุมมองของคนมองที่คิดกันไปเอง ถามแอฟอธิบายได้ว่าแม้กระทั่งบางรูปที่คุณสงกรานต์ลง ที่ทุกคนบอกว่าอยู่กับพ่อแล้วดูเป็นธรรมชาติ อยู่กับพ่อแล้วดูแฮปปี้จังเลย ทุกประโยคย้อนมาที่เรา อ้าว! อยู่กับแม่ไม่เป็นธรรมชาติเหรอ อยู่กับแม่ไม่แฮปปี้เหรอ แต่มีใครถามมั้ยว่ารูปนั้นปีใหม่อยู่กับแอฟแล้วแอฟถ่าย ไม่ได้อยู่กับคุณสงกรานต์ แต่ว่าคุณสงกรานต์ไม่ได้ผิดอะไร ปีใหม่ก็เป็นลูกคุณสงกรานต์ ทำไมเค้าจะลงรูปปีใหม่ไม่ได้ รูปไหนตลกเค้าก็อยากจะลง พอมีคอมเมนต์ เราก็อีกแล้ว โดนกระทบชิ่งอีกแล้ว ความจริงเค้าอยู่กับแอฟ อยากจะบอกที่คนข้างนอกมอง เวลาเค้าอยู่กับเราเชื่อว่าเค้าทะเล้นที่สุดแล้ว จะลิงโลด ลีลาเยอะจะตาย เป็นตัวของตัวเองมาก บางทีเค้าไม่ให้ถ่ายนะ”

วางอนาคตลูกยังไงตามประสาคุณแม่?

“เป้าหมายสูงสุดเลี้ยงปี เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข ฟังดูพื้นๆ มากแต่ไม่ง่าย เก่งในที่นี่แอฟ ทำใจเก่งอะไรก็ได้ พ่อแม่ยุคใหม่เป็นแนวนี้ไม่ต้องเก่งวิชาการ แต่ขอให้เก่งสักอย่าง อย่าเป็นคนเหยาะแหยะ แอฟเชื่อว่าการที่เค้าอยู่กับแอฟ หรือมองคุณสงกรานต์ทำงาน น่าจะมีส่วนทำให้เค้ามุ่งมั่นเก่งในทางใดทางหนึ่งก็ได้ วิชาการ ดนตรี กีฬา ภาษา อะไรก็ได้เก่งถึงจุดเค้าเองภูมิใจในตัวเอง เค้ามีความสุข แค่นี้แม่ก็มีความสุขแล้ว อยากให้ลูกมีความสุขในเวลาทำงานด้วย แน่นอน อยากให้ลูกเป็นคนดี อยากให้มีเพื่อนดี อยากให้มีแฟนดี”

อยากให้เป็นนางเอกเหมือนคุณแม่มั้ย?

“ลีลาขนาดนี้จะไหวมั้ย อยู่ข้างนอกเรียบร้อย ดูเป็นผู้หญิงวางตัว แต่พออยู่บ้านโอ้โห เค้าชอบทำหน้าภูมิใจมากที่ได้ไปกับแม่ ตอนเช้าตื่นมาคำแรกวันนี้เราจะไปไหนกัน รู้ว่าวันไหนต้องทำงาน ตื่นเช้ามาจะเป็นเด็กดีไม่งอแง จะไปบอกทุกคนวันนี้เค้าจะทำงานกับหม่ามี้เป็นเรื่องที่ภูมิใจ”.

ทีมข่าวบันเทิง

นึกว่า “ลูก” โตแล้วจะสบาย มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นแต่ที่ไหนได้ต้องใช้พลังสมองมากกว่าเดิม สำหรับแอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นางเอก-พิธีกรสาวแห่งรายการ “แชร์ข่าวสาวสตรอง” ทางช่องไทยรัฐทีวี... 10 ส.ค. 2561 13:49 10 ส.ค. 2561 16:35 ไทยรัฐ