วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กฉัตร' ระดมหน่วยงานทุกส่วน บูรณาการรับมือปัญหาน้ำท่วมภาคใต้

"บิ๊กฉัตร" พบพี่น้องชาวใต้ มุ่งสร้างการรับรู้แนวทางรับมือน้ำหลาก หวังบูรณาการแก้ปัญหาน้ำของประเทศ ระบุก้าวแรกของการพัฒนาคือสิ่งสำคัญที่รัฐบาลนี้เริ่มต้นไว้ให้

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.61 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการเสวนา "การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ภาคใต้" ณ โรงแรม หรรษา เจบี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 โดยมี นายประดับ กลัดเข็มเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา คณะกรรมการลุ่มน้ำ ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การจัดเสวนาดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย จากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และตนเองเป็นรองประธาน โดยให้ สทนช.เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ซึ่งการเสวนานั้นจะทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำ ได้รับรู้แผนงานและผลงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาล รวมทั้งสร้างความเข้าใจและรับทราบถึงสถานการณ์น้ำ ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการน้ำภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ปี 2561 นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านความพร้อม ด้านแผนงาน ด้านการบริหารจัดการ การให้ความช่วยเหลือ ด้านเครื่องจักรเครื่องมือในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เป็นต้น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมทำได้อย่างถูกต้องทันเวลา โดยเฉพาะในประเด็นความพร้อมของแผนงาน การบริหารจัดการในการรับมือกับภัยจากน้ำ

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้แผนนี้สามารถนำไปปรับใช้กับทุกภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งเพื่อการสร้างรับรู้ให้ประชาชนทราบว่า แผนบริหารจัดการน้ำดังกล่าว จากนี้ไปจะมีขั้นตอนที่ชัดเจน ลดความซับซ้อนจากทุกหน่วยงานลง และนำแผนบริหารจัดการน้ำนี้ไปเป็นตัวหลักที่จะขับเคลื่อนเรื่องน้ำของประเทศไปอีก 20 ปี เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามหลายพื้นที่มีปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม แต่ในภาคใต้ส่วนใหญ่จะเจอกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง ก็เชื่อว่าจะสามารถลดผลกระทบต่อประชาชนได้ ขณะเดียวกันน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญต่อภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยหลักของภาคใต้ ดังนั้นหากสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งได้ ก็จะส่งเสริมให้เศรษฐกิจภาพรวมของพื้นที่ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี สทนช.จะลงพื้นที่ให้ครบทั้ง 4 ภาค แล้วนำรายละเอียดทั้งหมดมาปรับปรุงแผน โดยยึดหลักปรับแผนให้ตรงต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ปัญหาเหมาะสมกับทุกพื้นที่และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหลายโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว และกำลังจะเริ่มดำเนินการในปี 2562 เช่นที่จังหวัดตรังและที่ทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี และใช้งบประมาณที่สูง ดังนั้นการที่หลายคนมองว่าทำไมมีแผนบริหารจัดการน้ำแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อีก ก็ต้องเรียนว่าขั้นตอนการจัดทำแผน ต้องใช้เวลาพอสมควร บางครั้งอาจจะประมาณ 2 ปี เพราะต้องรับฟังแระชาพิจารณ์ การทำ EIA ให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะเริ่มดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มนับหนึ่งแล้ว ในวันข้างหน้าก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ในเวทีเสวนาครั้งนี้ ตนเองได้ฝากกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า รัฐบาลจะต้องพ้นหน้าที่ หลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็อยากเห็นรัฐบาลชุดต่อๆไป เดินตามแผนบริหารจัดการน้ำที่วางไว้ เพราะถ้าสามารถทำตามนี้ได้ทั้งหมด ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

ด้าน นายประดับ กลัดเข็มเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการ สทนช.กล่าวว่า ที่ผ่านมา สทนช.ได้มีการจัดเสวนาในระดับส่วนกลางแล้วเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และมีการเดินสายจัดเสวนาในระดับพื้นที่จำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น และครั้งที่ 3 ภาคกลาง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งการจัดทุกครั้งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ โดยในแต่ละครั้งก็มีการนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำมาตรการต่างๆ การเชื่อม โยงและการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในฤดูน้ำหลากปี 2561 นี้ และในวันนี้เป็นการจัดเสวนาในระดับพื้นที่ครั้งที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีข้อหัวข้อหลักในการเสวนา คือ การเตรียมความพร้อมจัดการน้ำหลาก ปี 2561 พร้อมทั้งยังมีการจัดนิทรรศการ หัวข้อ "แผนปฏิบัติการจัดการน้ำหลาก ปี 2561 ในระดับพื้นที่(จังหวัด)" โดยหน่วยงานจากจังหวัดที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ทั้งนี้ภาคใต้มีพื้นที่ครอบคลุม 14 จังหวัด และเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ แต่ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ก็มักจะประสบปัญหาอุทกภัย เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากมรสุมและพายุที่พัดเข้ามาโดยตรง สร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดพื้นที่การแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ(Area Based) 66 พื้นที่ทั่วประเทศรวม 29.70 ล้านไร่ พบว่า มีโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ที่สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปี 2561-2580) รวมทั้งสิ้นกว่า 300 โครงการ และในช่วงปี 2562-2565 มีโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญจำนวน 31 โครงการ แบ่งเป็นภาคเหนือ 4 โครงการ ภาคกลาง 13 โครงการ ภาคอีสาน 10 โครงการ ภาคตะวันออก 2 โครงการ ภาคใต้ จำนวน 2 โครงการ โดยมีโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช เป็น 1 ใน 9 โครงการสำคัญ ที่รัฐบาลจะเริ่มขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้ใน ปี 2562 ด้วย

"บิ๊กฉัตร" พบพี่น้องชาวใต้ มุ่งสร้างการรับรู้แนวทางรับมือน้ำหลาก หวังบูรณาการแก้ปัญหาน้ำของประเทศ ระบุก้าวแรกของการพัฒนาคือสิ่งสำคัญที่รัฐบาลนี้เริ่มต้นไว้ให้ 9 ส.ค. 2561 22:44 9 ส.ค. 2561 23:13 ไทยรัฐ