วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เข้าถึงชาวบ้าน

เข้าถึงชาวบ้าน

  • Share:

ภาพจาก : เพจ สุรเชษฐ์ หักพาล

เป็นเพจที่ช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพจ “สุรเชษฐ์ หักพาล” หลังจากที่ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนที่ขอความช่วยเหลือแก้ไขได้ทันที

รายล่าสุดเกิดเหตุที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม คนที่เขียนมาเล่าว่า มีเด็กผู้หญิงลาวอายุ 20 ปี มาเยี่ยมพ่อเลี้ยงชาวลาวที่เป็นคนงานอยู่ในโรงงาน ถูกคนร้ายหลอกเอาตัวไปกักขังล่วงละเมิดทางเพศ ไม่รู้ชะตากรรม

ข้อมูลที่ผู้เสียหายให้ตำรวจไว้คือ นายปราโมทย์ ม่วงกลิ้ง เข้าทำงานในตำแหน่งลูกจ้างทั่วไป ได้ลักรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน 1 ฒม 4394 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทไป เหตุเกิดวันที่ 31 ก.ค. พร้อมออกอุบายล่อลวงเด็กหญิงลาวที่มาพักอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงที่โรงงานออกไปด้วย

ติดต่อไม่ได้ ญาติยิ่งร้อนใจ

คนร้องบอกว่า เคยตามข่าวว่ามีคนที่ได้รับความเดือดร้อนขอความช่วยเหลือผ่านไปที่เพจ สุรเชษฐ์ หักพาล เลยลองติดต่อไปได้พูดคุยกับทีมงาน พอได้รับเรื่องประสาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. สั่งให้ทีมงาน พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. เร่งช่วยเหลือเหยื่อหญิงชาวลาวทันที

ระหว่างนั้นทีมงานได้ประสานข้อมูลแจ้งความคืบหน้าโดยตลอด ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และได้รับการติดต่อจาก พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.สามพราน บอกว่ากำลังร่วมกับชุดทำงานของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่ลงพื้นที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก

ด้วยเมื่อตำรวจตรวจสอบประวัติคนร้ายที่กักขังตัวหญิงสาวลาว มีหลายคดีติดตัว ซึ่งในวันที่รับเข้ามาทำงานไม่ได้ตรวจสอบ จนเกิดเป็นปัญหาตามมา แต่ทีมงานช่วยเหลือสืบสวนกันเต็มที่ บอกสั้นๆแค่ว่า

เป็นความเดือดร้อนที่รอไม่ได้

พนักงานสอบสวน สภ.สามพราน รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับนายปราโมทย์ พร้อมกับเร่งติดตามจนช่วยเหลือนำตัวเด็กผู้หญิงชาวลาวออกมาได้ปลอดภัย

ส่วนตัวผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะของโรงงานหลบหนีไปอยู่ในวัดโคนอน เขตภาษีเจริญ ชุดสืบสวนได้ติดตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ใช้เวลาเพียง 2 วันในการช่วยเหลือและจับกุมคนร้าย

คนที่เขียนมาบอกว่า อยากขอบคุณทีมงานตำรวจที่ช่วยเหลือกันเต็มที่ และชื่นชมความตั้งใจที่ดีของเพจ สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ช่วยเหลือสังคม ทำให้หลายเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนโดยตรงของชาวบ้านได้รับการแก้ไข

เป็นการทำงานของตำรวจแบบเชิงรุก เข้าถึงปัญหา และช่วยเหลือได้รวดเร็วมากขึ้น

แบบไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน.

“เพลิงพยัคฆ์”

pluengpayak@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้