วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สหรัฐฯ เล่นงานอิหร่านอีกแล้ว

สหรัฐฯ เล่นงานอิหร่านอีกแล้ว

  • Share:

กฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 7 ว่าด้วยมาตรการการคุกคามต่อสันติภาพ การทำลายสันติภาพ และการปฏิบัติการรุกราน และได้ระบุอำนาจหน้าที่ของสหประชาชาติไว้ในมาตรา 39-50 ว่า สหประชาชาติอาจตอบโต้ด้วยมาตรการหลายระดับ ตั้งแต่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจนถึงการใช้อาวุธ แล้วแต่ความหนักเบาของการฝ่าฝืนกฎบัตร

เรื่องของปรมาณูหรือนิวเคลียร์ มีองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ซึ่งเป็นองค์กรในเครือสหประชาชาติ เป็นผู้ควบคุม ไอเออีเอตั้งเมื่อ พ.ศ.2511 ตอนที่ตั้งก็มีการยอมให้สหรัฐฯ โซเวียต จีน อังกฤษ และฝรั่งเศสมีอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป แต่ห้ามประเทศอื่นผลิตอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาอีก แต่ปรากฏมีการจับได้ว่า อิหร่านยังมีการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมอย่างต่อเนื่อง ไอเออีเอจึงรายงานพฤติกรรมของอิหร่านต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อ พ.ศ.2549

2 ประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีฯ ที่เห็นใจอิหร่านคือ รัสเซียกับจีน แต่ก็ยังมีมติของคณะมนตรีฯ ก็ให้อิหร่านยุติการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม ทว่าอิหร่านไม่ทำตาม คณะมนตรีจึงมีมติ 2 ข้อเพื่อทำการคว่ำบาตรอิหร่านบางส่วน

ข้อแรกคือ ห้ามสมาชิกสหประชาชาติทุกประเทศจัดหา ขาย หรือส่งต่อชิ้นส่วนวัสดุ วัตถุ เครื่องมือ สินค้า และเทคโนโลยีใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม และ/หรือการพัฒนาพลังงานแบบน้ำหนักหรือการพัฒนาระบบนำส่งอาวุธ อาวุธนิวเคลียร์

ข้อที่สองก็คือ ห้ามสมาชิกสหประชาชาติติดต่อและทำธุรกรรมกับธนาคารแห่งรัฐของอิหร่านและบุคคล และองค์กรต่างๆ 28 หน่วย ที่เจาะจงชื่อมาอย่างชัดเจน ห้ามซื้อขายอาวุธกับอิหร่าน ห้ามมีการจัดเงินกู้ให้อิหร่าน ยกเว้นเงินกู้ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยธรรมและการพัฒนา

อ่านแล้วก็เห็นว่าเป็นมติที่อ่อนปวกเปียก ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัสเซียกับจีนขัดขวางไม่ให้คณะมนตรีฯ มีมติที่เข้มข้น จีนมีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะ ต้องการทั้งวัตถุดิบและน้ำมัน ซึ่งอิหร่านเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของจีน แถมจีนยังไปลงทุนในอิหร่านเป็นอันดับ 1 และเป็นผู้ส่งสินค้าสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดให้อิหร่าน ส่วนรัสเซียก็เคยช่วยอิหร่านด้านเครื่องมือเทคนิคพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

อิหร่านไม่ได้กลัวสหประชาชาติดอกครับ ยังคงเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมต่อไป ประเทศที่กลัวอิหร่านจะมีนิวเคลียร์ก็คือ สหรัฐฯ อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย

ยุคของจอร์จ ดับเบิลยู.บุช เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สหรัฐฯจองล้างจองผลาญอิหร่านทุกเรื่อง กล่าวหาว่าอิหร่านหนุนกลุ่มการก่อการร้าย เรือเร็วของอิหร่านติดตามก่อกวนเรือของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ยุคของนายบุช ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านติดลบมาก

ตอนที่นายโอบามาหาเสียงจะเป็นประธานาธิบดี แกประกาศว่ายินดีที่จะเจรจาปัญหานิวเคลียร์กับรัฐบาลอิหร่านอย่างเป็นมิตร อย่างไม่มีข้อแม้และไม่มีการวางเงื่อนไขล่วงหน้า แต่พอเป็นประธานาธิบดีในสมัยแรก โอบามาก็ถูกกลุ่มที่มีอิทธิพลในรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ให้อ่อนข้อต่ออิหร่าน อิหร่านเองก็พูดซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าตัวเองมี ความชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมายในการพัฒนานิวเคลียร์ หลายประเทศก็ทำกัน อินเดียกับปากีสถานก็ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ไม่เห็นสหรัฐฯ หรือสหประชาชาติลงโทษอย่างอิหร่านนี้เลย

ปลายยุคของโอบามา โอบามาโทร.คุยกับผู้นำอิหร่านแบบตัวต่อตัวในเรื่องของปัญหานิวเคลียร์ โอบามาพูดว่า “ไม่มีปัญหาเลย ที่อิหร่านจะพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติใช้สำหรับพลเมือง ไม่ได้ใช้ในการสงคราม” ผู้นำอิหร่านตอบว่า “หวังว่าการเจรจานี้จะคืบหน้า”

ต้นปี พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นปลายสมัยของโอบามา องค์การพลังงานปรมาณูฯ รับรองว่าอิหร่านทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ให้ไว้กับมหาอำนาจหลายชาติ ทำให้สหภาพยุโรป สหรัฐฯ และนานาประเทศยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน นายจอห์น แคร์รี รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นคนลงนามคำสั่งยกเลิกคว่ำบาตร ทำให้ทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่ถูกอายัดไว้ได้รับการปลดล็อกและถูกนำมาใช้จ่าย ตั้งแต่นั้นมา อิหร่านก็ขายน้ำมันให้นานาประเทศได้

ข้อตกลงที่อิหร่านให้ไว้กับชาติมหาอำนาจเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ก็คือ อิหร่านจะลดจำนวนเครื่องหมุนเหวี่ยงสำหรับเพิ่มสมรรถนะแร่พลูโตเนียมและยูเรเนียมลง รวมทั้งรื้อทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์น้ำมวลหนัก ซึ่งสองอย่างนี้นำมาใช้ทำอาวุธนิวเคลียร์ได้

พรุ่งนี้มาต่อในยุคของทรัมป์ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้