วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อันคัต! สุทธิชัย หยุ่น พูดถึง เลือกตั้ง การเมือง กนก และสรยุทธ

ก่อนหน้าเป็นการขึ้นสู่จุด 'สูงสุด' และตกสู่ความ 'สามัญ'

ในวัย 72 'สุทธิชัย หยุ่น' ถูกผลักให้ก้าวเท้าออกมาเดินนับหนึ่งอีกครั้ง ส่วนหนึ่งบอกถูกผลัก แต่อีกนัยเป็นความกล้าหาญในการก้าวเดินใหม่ให้คนที่ยังขี้ขลาด เขาบอกผมและ Thairath Talk ว่า เป็นการก้าวในวัย และฐานะ สถานะที่ไม่ต้องก็สบาย

ทว่าย่างก้าวของ 'สุทธิชัย หยุ่น' บนรอยทางใหม่เพื่อให้สื่อที่สอนให้คนอื่นปรับตัว แต่ตัวเองยังกลัวเหมือนอยู่ 'ในรู' 

จากบริษัทมหาชน ลูกน้องมหาศาล วันนี้ที่ทำงานเขาคือ 'ร้านกาแฟ'                                                                                               

'สุทธิชัย หยุ่น' ชายร่างผอมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วัย 72 ที่ออกมาทำสิ่งใหม่ 

วันที่สื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์มากสุดในยุคนี้ Thairath Talk เดินทางไปหาเขาที่ออฟฟิศเพื่อพูดคุยทุกเรื่องๆ กับเขา ตั้งแต่ความรู้สึกจากการถูกผลักออกมาจากสิ่งที่สร้าง เรื่องสื่อในยุคปัจจุบัน ภูมิทัศน์ใหม่ของสื่อ

กระทั่งความในใจที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน บาดแผลในชีวิต สุทธิชัย หยุ่น เรื่องการเมือง เลือกตั้ง และนักข่าวผู้ทรงอิทธิพลลูกหม้อเก่า กนก รัตน์วงศ์สกุล และ สรยุทธ สุทัศนะจินดา 


สุทธิชัย หยุ่น - '
สูงสุด' ไม่ 'สู่สามัญ' 


Thairath Talk ถามตรงๆ จากออฟฟิศใหญ่โตแล้วมาเหลือแค่นี้รู้สึกยังไง น้อยเนื้อต่ำใจไหม

'ดีใจ สบายใจมาก โล่งอกด้วย เพราะว่าเป็นการทำงานที่สนุก คล่องตัว ขยับได้ ตัดสินใจได้เร็ว สำคัญคือค่าใช้จ่ายไม่มี ไม่ต้องเช่าออฟฟิศ ไม่มีค่าน้ำ-ไฟ แม้แต่กระดาษในห้องน้ำคุณยังต้องซื้อเลย แต่มานี่มีให้หมด ห้องน้ำ แอร์ wi-fi บางคนออกมาจากที่เก่าคิดจะทำใหม่ก็มีนะ แต่ก็จะต้องมีออฟฟิศ มีรถประจำตำแหน่ง มีเลขาฯ มี Staff เท่านั้นเท่านี้ ข้อแม้เยอะมาก พนักงานจะเรียกร้องนั่น-นี่ เข้า-ออกงานกี่โมง OT เสาร์-อาทิตย์หยุดไหม ปีหนึ่งหยุดกี่วัน คิดแบบเก่า

เราต้องปฏิวัติตัวเอง สร้างเนื้อหาแบบใหม่ที่ทำได้ ทุกคนทำงานที่บ้าน แปลงคอนโดฯ เล็กๆ ของ Staff เป็นห้องส่งง่ายๆ สมัยหนึ่งในห้องส่งที่เป็น Immersive มีภาพ 3 มิติโผล่ขึ้นมาก็ตื่นเต้นได้พักหนึ่ง เดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้แล้ว ช้ามาก ทำซ้ำไปคนไม่ตื่นเต้น 

แต่ถ้าคุณมีศิลปะในการเล่าเรื่อง Storytelling เล่าสนุก เจาะเรื่อง แกะประเด็นที่คนอื่นไม่มี ไปอยู่กับข่าวไปนั่งตั้งวงคุยที่ได้เรื่องความลึก ความสีสันเบื้องหลังต่างๆ นานา จะมีคนต้องการสิ่งเหล่านั้น และเดี๋ยวนี้การตัดต่อมันก็ง่ายขึ้น มือถือก็ตัดต่อได้ ทั้งหมดนี้ค่าใช้จ่ายลดลงไปเยอะ สมัยนี้ถ้าใครทำสื่อสมองอย่างเดียวเลย ค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงเพราะมันจะถูกมาก

Thairath Talk คุณกำลังบอกว่าสื่อจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในรู?

อยู่กับความกลัว ความไม่กล้าที่จะเสี่ยง อยู่ใน Comfort zone เดิมๆ คือหมายความว่าสบาย ตื่นเช้ามาไม่ต้องทำอะไร เงินเดือนก็มีกิน ไม่ต้องทำอะไรที่มันไม่เคยทำ แต่นั่นแหละคือสูตรของความล่มสลายเพราะว่าคุณไม่ยอมออกจาก Comfort zone เขาถึงบอกว่าคุณออกจาก Comfort zone เล็กๆ ความสำเร็จมันอยู่ข้างนอก คุณไม่กล้าออกมาจะไปเห็นเหรอว่า ท้องฟ้ามันแจ่มใส มันมี Sky is Unlimit ไม่มีขีดจำกัด เสียดายว่าคนทำสื่อจำนวนไม่น้อยเอาหัวซุกอยู่ในรู แล้วก็บอกว่าทำไงดี เอาไงดี พอผมไปอยู่ทีวีช่องนั้นช่องนี้นะครับเจ้าของเขาก็ขาดทุนเพราะโฆษณาไม่เข้า

ตอนนี้เขาก็บังคับให้พวกเราทำมีคลิกเยอะๆ มีไลค์เยอะๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ แต่ว่าเราต้องทำเพราะว่าเขาบอกว่า ถ้าผมทำอะไรที่มันไม่มีคนไลค์ มี View เยอะๆ เขาจะไม่เอา ฉะนั้นพวกผมก็ต้องทำสิ่งที่พวกผมไม่ชอบครับ นี่ไงคุณไม่กล้าออกมาจากตรงนั้น ทำไมคุณไม่คุยกับเพื่อน 2-3 คน คุยกันว่าคุณทำอะไร Content ที่คนต้องการที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้ทุน สำคัญกว่านั้นมันมีอยู่ในโซเชียลมีเดียแล้ว Youtube คุณสร้างช่องขึ้นได้เลย แล้วใครจะดูครับ มันมีไง มันมีไง (หัวเราะ)

Thairath Talk คนมันจะมีข้อแม้ มันก็มีข้อแม้อยู่ดี

นี่ไง ทั้งหมดแล้วผมก็ทำให้ดู อย่างที่คุณเรย์บอกผมอายุ 72 ผมยังออกมาทำเลย มีคนบอกก็เป็นคุณสุทธิชัยก็ทำได้ คุณมีข้ออ้างอีกแล้ว ความจริงถ้าเป็นสุทธิชัยไม่ต้องทำก็ได้ ไม่ได้แปลว่าออกจากเนชั่นมาแล้วทุกคนต้องแห่ตามผมนะ No ถ้าผมทำสิ่งที่เชย ทำอย่างคนแก่ เดี๋ยวนี้เขาไม่อ่านกันแล้ว เขาไม่ทำกันแล้ว ผมเสี่ยงมากกว่าพวกคุณ ผมออกมาถ้าผมไม่ทำอะไรเลย คนจะนึกว่าผมทำอะไรไม่เป็น

แต่พอผมมาทำผมเสี่ยงกับการที่บอกว่าสุทธิชัยทำเป็นจริงรึเปล่า ผมก็เลยมาลอง ผมก็ลองจากศูนย์ ในโซเชียลฯ ทำอะไรไม่เป็นเลย เนื้อหาผม ผมก็ต้องหาทุกวันใหม่ๆ กินของเก่าได้ที่ไหน ไม่ได้ก็ต้องหาของใหม่ และเนื้อหาก็ทันตามสมัย นี่แหละถ้าผมทำได้พวกคุณต้องทำได้

สุทธิชัย หยุ่น - ออกจากเนชั่น

Thairath Talk จดไว้ข้างเตียงไหมว่า ออกจากเนชั่นมากี่วัน

4 เดือนครับ เหมือน 4 ปี (หัวเราะ)

Thairath Talk วิธีเลือกประเด็นในการนำเสนอ

Storytelling คือเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องทันสมัย ให้แรงบันดาลใจสำคัญนะครับ ผมชอบคุยกับดาวตลก ล่าสุดเลย 'เด๋อ ดอกสะเดา' อยู่ดีๆ ก็มีพาดหัวว่าพูดในรายการไหนไม่รู้ว่าตอนนี้ตกอับ ชีวิตลำบาก ติดต่อแรกๆ เขาบอกอย่าดีกว่า เดี๋ยวต่อความยาว ปรากฏว่าโอ้โห ร่ำรวยเพราะภรรยาเขาคือคุณปู กนกวรรณ ที่เคยเล่นตลก ลูกสาวเขาอายุ 13 ลากมาทั้ง 3 คนเลยไลฟ์พร้อมกันแบบนี้ทีวีทำก็ไม่ได้ 

Thairath Talk ปกติจะเห็นทำอะไรเรื่องเครียดๆ ไลฟ์ก็ทำเรื่องป๊อปๆ ได้

ผมสนใจหมด ผมอยากจะได้คุยกับคนเหล่านี้เพื่อที่จะให้แรงบันดาลใจกับคนอื่นโดยเฉพาะเรื่องของการปรับชีวิต วิธีคิดให้มันทันกับความเปลี่ยนแปลง

Thairath Talk เรียนรู้อะไรจากคนที่สัมภาษณ์บ้างครับ ทำงานมา 50 ปี

เด็กๆ ที่ผมยกตัวอย่างไง เด็กๆ ที่ผมไม่คาดฝันเลยว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผม เด็กอายุ 17 เด็ก 10 คนนี้อายุ 13 จนถึง 20 มารวมตัวกันได้ มันทำสื่ออย่างผมทำมา 50 ปี ผมยังงงเลย มันทำได้แบบนี้เลยเหรอ และนี่คือแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่ผมคิดถูกต้อง

Thairath Talk แตกต่างจากสุทธิชัย หยุ่น แต่ก่อนที่คุยกันเรื่องหนักๆ

ก็ยังคุยนะทุกวันนี้ผมก็ยังไลฟ์นะ เรื่องเกาหลีเหนือ เรื่องโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะว่านั้นคือจุดที่คนอื่นไม่ทำ แต่ขณะเดียวกันผมก็ขยายออกไปสู่แวดวงต่างๆ คุณจะแปลกใจมาก เด็กรุ่นใหม่มาฟังผมวิเคราะห์เรื่องเกาหลีเหนือ เรื่องโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่อง คิม จองอึน เด็กอายุ 17-18 ผมเจอในร้านอาหาร ผมนั่งอยู่ดีๆ มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาสวัสดีครับ ผมติดตามคุณลุงทางสุทธิชัยไลฟ์ เห้ย จริงอะ อายุคุณเท่าไร ผมอายุ 15 ครับ แล้วติดตามผมเหรอ แล้วติดตามเรื่องอะไร

เรื่องเกาหลีเหนือ เรื่องโดนัลด์ ทรัมป์ แม่เขาเล่าว่าที่บ้านพ่อ แม่ ลูก ติดตามสุทธิชัยไลฟ์ คุณไม่มีกำลังใจได้ไง ผมทำทีวีมาตลอดชีวิตยังไม่มีใครมาบอกผมแบบนี้เลยว่าทั้งในบ้านหลังนี้ติดตามผม แล้วคุณจะไม่ทำได้ยังไง

Thairath Talk นี่คือความสุของปัจจุบัน

ใช่ครับ

สุทธิชัย หยุ่น-ความในใจผู้สร้างเนชั่น

Thairath Talk อะไรคือความผิดพลาดที่สุดตอนอยู่ที่เนชั่น

ความผิดพลาดก็คงจะเป็นว่าเข้าไปในระบบทุนที่มีการต่อสู้แก่งแย่งกัน กระทั่งว่าการดำเนินต่อไปของสื่อเครือเนชั่นแบบเดิมเป็นไปไม่ได้ ก็เลยต้องเกษียณตัวเองออกมา แต่ว่าจะบอกเป็นความผิดพลาดก็คงไม่ใช่ มันก็เป็นกติกาเพราะเราก็เอาบริษัทเข้าตลาดเพื่อจะระดมทุน

ตอนนั้นขยายจากหนังสือพิมพ์เป็นทีวี จากทีวี วิทยุ วิทยุมีมหาวิทยาลัย แล้วก็สู่ดิจิทัลทีวี ฉะนั้นมันก็ต้องมีทุน เราก็เคยคิดว่าคนทำสื่อถึงแม้จะไม่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ควรจะเป็นคนกำหนดทิศทางได้ แต่เรื่องมันก็เปลี่ยนเพราะว่ามีคนอยากได้ที่จะทำ ก็ดีจังหวะก็กำลังดีครับ

Thairath Talk อะไรที่จดจำมากที่สุดในเนชั่น

ก็คือดวงตาของนักข่าวที่มีแววตาที่ต้องการจะเปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีขึ้น อันนั้นคือสิ่งที่จำได้ตลอด เวลาเราประชุมข่าว เวลาเรานั่งคุยกับนักข่าวดวงตาของนักข่าวที่ต้องการจะทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม แล้วต้องการทำเนื้อหาที่ออกมาให้สังคมได้ประโยชน์ที่สุด เปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีขึ้น ตรงนี้แหละที่มันประทับอยู่ในสมองของผมตลอดเวลา อย่างอื่นรายละเอียดก็คงจะไม่สำคัญเท่ากับว่าสามารถสร้างให้เกิดประกายของความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

Thairath Talk รู้สึกพ่ายแพ้ไหมถามตรงๆ?

ไม่เลยครับ เพราะว่านักข่าวหรือว่า บก.หรือว่าคนทำเนื้อหาของเนชั่นก็กระจายตัวไปเกือบทุกสื่อ บางวันมีคนบอกผมว่า เปิดทีวีทุกช่องเป็นคนมาจากเนชั่นหมด ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกว่าภูมิใจนะครับ ดีนะครับ คนมีคุณภาพไปอยู่ที่ไหน ผมก็พูดเล่นๆ ว่าหน้าผากคุณจะมีตัวเอ็นตลอดเวลา ไปที่ไหนก็ได้ ด้วยจิตวิญญาณวิธีทำงาน วิธีคิดมันอาจจะไม่เหมือนใคร แต่พอไปเจอกับบรรยากาศใหม่ คุณก็จะบอกตัวเองตลอดเวลาว่า ความเป็นเนชั่น ถ้าเราคิดอย่างเนชั่นเราต้องคิดแบบนี้ หาทางออกแบบนี้ เราต้องทำแบบนี้ ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา ก็แปลว่าเราต้องยึดหลักอะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อะไรเป็นการทำหน้าที่ของเรา

โดยการที่เราจะเป็นสื่อที่รับผิดชอบที่สุด แต่คำว่าผิดจากนี้ไม่ใช่เรามันเป็นคู่มือหลักจริยธรรมของเนชั่น Nation way เรารับปากกับสังคมว่านี้คือกติกา ถ้าเห็นเราทำผิดจากนี้กรุณาแจ้งเรา ต่อว่าเรา กรุณาบอกกับเรา เพราะว่าถ้าผิดจากนี้ไม่ใช่เราอย่างที่เราต้องการจะเป็น แต่สังคมก็ต้องช่วยเราในการตรวจสอบ ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่แล้วนะคุณ ผิดไปจากที่คุณตกลง เราก็จะได้แก้ไข ใครไม่แก้ไขคนนั้นก็จะไม่ใช่ Nation way แล้ว ผมถือว่านี่เป็นหลัก เป็นไม้วัด เป็นมาตรฐานของการทำสื่อที่ควรจะเป็น

Thairath Talk วันนี้ออกมาดูทิศทางของเขา ให้คะแนนผลงานเนชั่นกี่คะแนน

ผมก็ดูเหมือนกับดูทุกช่อง ต้องให้ความเป็นธรรมกับเนชั่นเพราะเขาก็อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะดีหรือไม่ดี ผมก็ให้กำลังใจขอให้เขาไปให้ได้เพราะว่าอุปสรรคเยอะ วิธีการที่จะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เรื่องของภาระหนักทางด้านของการลงทุนต่างๆ นานา ให้โอกาสเขา

Thairath Talk ตกลงคะแนนเต็ม 10 ให้เท่าไร

อย่างที่บอกผมยังไม่ให้คะแนนเลย ต้องให้เวลาเขาที่ทำหลังจากนี้สักระยะถึงจะแฟร์ ถึงจะให้คะแนน ตอนนี้มันเหมือนล้มลุกคลุกคลาน

Thairath Talk สื่อในเครือเนชั่นวันนี้ยังมี DNA ของคุณอยู่ไหม

ไม่แน่ ผมไม่ได้ไปคาดหวังว่ายังจะมี DNA ของผมอยู่ เพราะมันไม่จำเป็นแล้ว มันเป็นสิ่งที่คนที่เข้าไปบริหารต้องสร้างขึ้นมาใหม่เอง หวังว่าสิ่งที่ผมสร้างมา 40 กว่าปี จะช่วยทำให้การต่อยอดต่อไปมันสามารถช่วยได้ สามารถไปต่อได้ หวังว่าอย่างงั้น

 

สุทธิชัย หยุ่น -  มองสื่อ

Thairath Talk ปัจจุบันมองสถานการณ์สื่อยังไง ขายความหวือหวา

อันนี้น่าเป็นห่วง ผมพยายามบอกทุกคนที่ทำสื่อว่ากล้าที่จะต้านกระแส เพราะอย่าลืมว่า สื่อทีวีส่วนใหญ่ ทุนใหญ่เขาเข้าไปหมดแล้ว ฉะนั้นคนที่พร้อมจะควักกระเป๋าเพื่อเข้าไปเป็นเจ้าของสื่อเขาก็หวังผลตอบแทนทางธุรกิจและเงิน และเขาก็ต้องการให้คนทำข่าวทำในสิ่งที่เขาจะไปแลกเป็นรายได้ได้ ซึ่งก็จะทำให้คนทำข่าวอึดอัด คนที่มีหลักการจะอึดอัด เขาเหล่านั้นก็คงอยู่ไม่นาน เพราะคงจะรู้สึกต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของนายทุน ซึ่งอาจจะมีจำนวนหนึ่งที่อยู่ แต่ก็จำนวนไม่น้อยจะรู้สึกอึดอัด

บุคคลเหล่านี้ผมก็อยากให้กำลังใจ ควรจะสามารถปลีกตัวเองออกมาสร้างระบบใหม่ สร้างวิธีใหม่อย่างที่ผมทำอยู่ ก็คือว่าไม่ต้องใหญ่เล็กๆ สร้างเนื้อหาที่แปลกใหม่ที่คนต้องการ และลุยไปข้างหน้าโดยคิดแบบใหม่ เดี๋ยวนี้มันมีนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยคนทำสื่อได้

ล่าสุดคือ Blockchain สามารถให้คนทำ Content กับผู้บริโภคเจอกันโดยตรง ไม่ต้องผ่าน Platform อื่นๆ ถ้าคุณมี Content ดี ผมยังเชื่อว่าผู้บริโภคพร้อมจะจ่ายตังค์ให้คุณโดยตรง อยู่ที่เราจะสร้าง Content ได้ไหม ถ้าผมช่วยได้ผมก็อยากจะช่วยตรงนี้ว่าคนทำสื่อที่มุ่งมั่นทำเนื้อหาที่มีคุณภาพ คุณไม่ต้องมีเรตติ้งสูง มี View มากหรอก คุณมีเรตติ้งมี View พอสมควร แต่คุณมีเนื้อหาที่คนอื่นไม่มี

Thairath Talk คุณให้คะแนนสื่อทั้งวงการเท่าไร

ผมให้ไม่ถึง 30% ที่น่าพอใจ นี่คือวิกฤติของสื่อมืออาชีพ 30% คือยังพอใช้ได้นะ ที่เป็นคุณภาพจริงๆ มีแค่ 10% ที่วิเคราะห์เจาะลึก และรับผิดชอบจริงๆ ที่เหลือนั้นมาจากโซเชียลมีเดียของคนที่เข้าไปเล่นแล้วก็เขียนตามอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ก็จงใจที่จะเขียนเป็นข่าวแบบที่ตัวเองอยากจะเห็นมากกว่าจะเป็นข่าวจริง 

องค์ประกอบของข่าวที่ดีในมุมผม 1. น่าเชื่อถือ 2. เป็นประโยชน์ต่อสังคม 3. ตรวจสอบได้ 4. ส่งต่อได้ด้วยความมั่นใจว่ามันถูกต้อง เพราะทุกวันนี้มันมีแชร์ใช่ไหมครับ ที่ผ่านมาไม่มีแชร์ก็วัดกันไม่ได้ แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณแชร์ได้อย่างถูกต้อง นั่นแหละคือคุณสมบัติที่ดี

Thairath Talk ปัจจัยที่ทำให้สื่อไม่มีคุณภาพ

1. ติดกับนายทุน 2. ความไม่กล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ 3. ขาดความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

สมัยก่อนการทำสื่อผมเคยสัมภาษณ์นักข่าวที่เข้ามา ถามว่าคุณมาทำสื่อเพราะอะไร รายได้ก็น้อยนะ ชีวิตก็ลำบาก งานก็เยอะ เหนื่อยนะไม่ได้หลับไม่ได้นอน ผมถามเขาว่า คุณทำทำไม ผมเตือนเขาเลยว่าคุณทำงานสื่อรายได้น้อยและเหนื่อย ไส้แห้งด้วยนะ เขาบอกว่าต้องการทำสื่อเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม นั่นคืออุดมคติของคนทำสื่อยุคนั้น

แต่ยุคนี้ผมยังไม่เห็น น้อยคนมากที่จะบอกว่าผมมาเพื่อจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น ผมต้องการไปขุดคุ้ยหาข้อเท็จจริงให้สังคมรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง ก็ตามกระแส แล้วยิ่งพอเข้าไปอยู่ในโซเชียลมีเดียก็ยิ่งสนใจยอด View Like กลายเป็นตัวกำหนดตัดสิน

'บางแห่งถึงขั้นที่ว่าเงินเดือนนักข่าวขึ้นอยู่กับว่าข่าวที่คุณเสนอได้กี่ Like, Like มากคุณรายได้ดี Like น้อยเงินเดือนคุณต่ำนะ' แล้วคุณคิดว่านักข่าวเขาจะทำอะไร เขาก็ต้องสร้าง Like วิธีสร้าง Like ที่ไม่ใช่การไปหาข่าวแบบละเอียด เจาะลึก ก็ทำข่าวขยะ ข่าวกระแส ข่าวที่สร้างความเกรียวกราวมากกว่า ดังนั้นนักข่าวรุ่นนี้ถ้าจะอยู่รอดในบรรยากาศเช่นนี้ ก็ต้องทำอย่างนั้น มันจึงไม่มีคุณภาพ

Thairath Talk ที่นักข่าวคุณภาพน้อยลงเป็นเพราะปัจจัยต่างๆ ไม่ใช่น้อยลงด้วยตัวเอง

ใช่ครับ ความเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ว่าพอไปทำสื่อไม่กล้าเสี่ยง ทุกอย่างต้องชัวร์ เงินเดือนต้องออกตามเวลา เพราะว่าไปผ่อนรถ ผ่อนบ้าน มีภาระ ถ้าคุณเชื่อมั่นจริงสิ่งเหล่านี้มันจะมาทีหลังนะ

'ผมจำได้ ผมเดินไปเดินมาในห้องข่าวใหม่ๆ จะได้ยินเสียงกระซิบนักข่าวพนันกันว่างวดนี้เงินเดือนออกไหมวะ เขาก็ไม่แน่ใจ ผมเดินผ่านไปผมใจไม่ดีเลย' ผมก็ไปนั่งคุยผมบอกไปว่าผมรู้นะพวกคุณคิดยังไง แต่พวกเรารู้ใช่ไหมที่เรามาทำคือเพื่อสร้างมาตรฐานของสื่อที่ดี 

ยกตัวอย่างเวลามีไฟไหม้ คุณวิ่งเข้าไปเขามีเส้นกั้นไม่ให้คุณเข้าเพราะเขากำลังดับเพลิงอยู่ คุณเอาบัตรนักข่าวให้ตำรวจดูเขาให้คุณเข้าเลย สังคมจึงให้เกียรตินักข่าว สังคมไม่ได้บอกว่า นักข่าวต้องรวยนะ สังคมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นนักข่าวคุณจะมีเกียรติ ร่ำรวย มั่งคั่งนะ แต่สังคมบอกว่าอาชีพนักข่าวน่านับถือ เพราะคุณเชื่อถือได้และคุณเสียสละด้วย สังคมคาดหวังให้เสียสละ เพราะถ้าคุณเข้าไปทำข่าวไฟไหม้ คุณอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืน ต้องเหนื่อย อาจจะเสี่ยงตายมากกว่าคนอื่น สังคมให้สิทธิคุณที่จะก้าวข้ามในจุดที่คนอื่นเข้าไม่ได้เพื่อไปทำหน้าที่นี้

ผมกำลังเปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นข่าวที่ต้องเจาะแล้วไปกระทบผลประโยชน์ นักข่าวจะยังสวนกระแสไหม นักข่าวส่วนใหญ่จะบอกอย่าเลยเดี๋ยวนายทุนเขาไม่ชอบ เดี๋ยวโทรสั่งถอดโฆษณา เพื่อนผมเองอย่าไปยุ่ง นักข่าวตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะยอม แต่ก็ยังมีนักข่าวจำนวนหนึ่งที่บอกว่าไม่ได้ อย่างงั้นผมทิ้งอาชีพนี้ดีกว่า คนเหล่านี้แหละที่ผมอยากให้กำลังใจ

สุทธิชัย หยุ่น - ยุคไหนสื่อถูกคุกคามที่สุด

Thairath Talk ตลอดระยะกว่า 50 ปี ในวงการนี้ ยุคไหนสื่อโดนคุกคามมากที่สุด

ตลอดเวลาทุกวันนี้ก็โดนคุกคามอยู่ อยู่ใต้ ม.44 หรืออยู่ใต้ข้อบังคับต่างๆ นานา ช่วงที่ทหารปฏิวัติก่อนหน้านี้ก็โดนตลอด ช่วงการเมืองแบ่งเป็นซ้าย-ขวา แบ่งเป็นเหลืองแดงก็โดน คุณอยู่ฝ่ายไหน ถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง ก็ถูกคุกคามทั้งในแง่ของธุรกิจ ในแง่ของการที่จะต้องรายงานให้เป็นที่พอใจของฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ ผมถือว่าเป็นการคุกคามวิชาชีพนี้โดยตรงอยู่แล้ว

Thairath Talk ส่วนตัวคุณโดนคุกคามมากที่สุดยุคไหน

ยุคทหารก่อนหน้า ยุค รชส. เขาไม่พอใจที่เรารายงาน ผมทำรายการวิทยุแล้วรายงานก็มีทหารไม่พอใจเขาส่งคนมาฉีดน้ำมันเบรกใส่รถผม แล้วก็โทรศัพท์มาขู่ว่าให้มันรู้กันไป จะวิจารณ์กันไปถึงไหน ก็เป็นการขู่ให้หยุดวิจารณ์ แต่เราก็ทำหน้าที่ต่อไป

6 ตุลาคม เนชั่นโดนปิดไปเดือนกว่า พอกลับมาได้เขาก็สั่งให้คุณสุทธิชัยต้องไม่มีบทบาทในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ แต่ว่าเราก็ทำต่อครับ ผมก็เขียนใช้นามปากกาบ้าง เราสู้เราไม่ถอยหรอก เรามีวิธี เพราะรู้ว่าเผด็จการก็อยู่ไม่ได้นานหรอก และเราก็เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน เราก็ต้องสู้ทุกวิถีทาง

แต่ว่าพอมาถึงช่วงเลือกตั้งประชาธิปไตยไม่ใช่ว่าไม่โดนนะ พอเราไม่วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลก็สั่งให้ถอนโฆษณา ข้าราชการทั้งหลายไม่ยอมมาให้โฆษณากับสื่อในเครือเนชั่น ยุคทักษิณ ชินวัตร ยุคเลือกตั้งก็ดี ทุกยุคมันก็เจอหมด ถ้าคุณทำหน้าที่ของคุณมันจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เขาจะไม่พอใจ เขาถึงมีคำนิยามที่ว่า ข่าวที่ดีคือข่าวที่มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะไม่ให้สื่อออกไปให้ประชาชน

ถ้าข่าวดีนะมันต้องมีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่อยากให้ข่าวนี้ออกมันถึงเรียกว่าข่าว เพราะมันต้องไปกระทบผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาเวลาคุณเข้ามาในอาชีพนี้ต้องรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันเป็นอาชีพที่ไม่สบายนะ เป็นอาชีพที่จะต้องถูกคุกคาม แต่ว่าท้ายที่สุดภารกิจของคุณคือการที่จะเอาความจริงให้ปรากฏ คือสิ่งที่คุณภูมิใจที่สุด

สุทธิชัย หยุ่น -  มอง 2 ผู้ทรงอิทธิพล 2 ขั้ว

Thairath Talk ถามถึงบทบาทคนสื่อระดับแถวหน้าที่เป็นผลผลิตของเนชั่นหน่อย คุณมองคุณสรยุทธและคุณกนก ในฐานะคนทำสื่อผู้ทรงอิทธิพลยังไง

เขาแตกต่างกัน พอออกจากเนชั่นแล้วไปอยู่ในสื่อที่กติกาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขาก็ต้องปรับตัวตามนั้น คุณสรยุทธซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ข่าวการเมือง พอไปอยู่ช่อง 3 เขาก็ต้องมีบันเทิงเข้ามาเกี่ยว มีเรื่องเบาๆ เข้ามาเกี่ยว มันก็เปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่ง คุณกนกก็ยังอยู่เนชั่นสไตล์ก็เป็นอีกแบบหนึ่งคือเล่าข่าว ก็มีแฟนคลับจำนวนหนึ่งที่ชอบวิธีการนำเสนอ วิธีการพูดจา

คุณสรยุทธ ตอนเริ่มต้นเป็นนักข่าวการเมือง ความเป็นนักข่าวการเมืองของเขาเนี่ยแหละที่ผมขอให้เขาปรับจากนักข่าวการเมืองหนังสือพิมพ์มาออกทีวี ฝึกให้เขาวิเคราะห์ข่าวการเมืองออกทีวี ตอนแรกๆ ก็ไม่อยากทำ ต้องบังคับกัน จนกระทั่งพอออกทีวีก็ทำได้ดี คือบทบาทที่ผมพยายามให้เขาเป็น หลังจากนั้นพอเขาออกไปอยู่ช่องอื่นมันก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะว่าพอมันไม่ใช่สถานีข่าวแบบที่เราตั้งไว้ มันเป็นกึ่งบันเทิงแล้วต้องมีเรตติ้ง แล้วต้องมีแฟนคลับในลักษณะที่เป็นคนทั่วไปที่อยากจะมีความบันเทิงสนุกๆ ด้วย เขาก็ไปอีกรูปแบบหนึ่ง คุณกนกก็มีแฟนคลับลักษณะที่เขาชอบสไตล์การพูดสนุก เป็นกันเองของคุณกนกครับ

Thairath Talk 2 คนนี้แตกต่างกันยังไง

แตกต่างกันในแง่ของการที่มุ่งไปคนละทาง คุณสรยุทธพอออกไปอยู่ช่อง 3 จะออกมาในแง่ของการเอาข่าวให้สนุกแล้วก็เอาความบันเทิงเข้ามาใส่ในข่าว คุณกนกก็ยังเป็นเนื้อหาข่าว แต่เป็นเนื้อหาข่าวในลักษณะที่เล่าอย่างชาวบ้านให้ชาวบ้านได้เข้าใจได้ มันก็เป็นคนละแนวแต่มุ่งหวังทางเดียวกันคือสร้างแฟนคลับของตัวเองให้อยู่กับตัวเองให้นานที่สุด

Thairath Talk นักข่าวต่างประเทศ

พวก CNN BBC ต่างๆ เขาก็เป็นสไตล์โดยเฉลี่ยไปแบบนั้น แต่เมืองไทยยังไม่มีไหวพริบลักษณะคล่องตัวถึงขนาดนั้น อยากจะเห็นการวิจารณ์การเมืองทั้งแบบจริงจัง สมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็มีแบบประชดประชัน เสียดสี ที่มันจะสนุก แต่ของเราส่วนใหญ่พอจะประชดประชันก็จะด่าตรงเลย มันไม่จำเป็นต้องด่าตรง ต้องใช้วิธีของกาย และภาษาภาพ ไวยากรณ์ ภาษากายทั้งหลายผสมกัน อยากจะเห็น เป็นการก่อเกิดของการรายงานข่าวอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้

Thairath Talk อีกกี่ปีเราจะได้เห็นสไตล์แบบที่คุณบอก

3-5 ปีข้างหน้า ถ้ามีความตระหนักว่าต้องเปลี่ยนแล้วต้องปรับแล้ว ถ้ายังไม่ตระหนักก็ยังไม่เกิดแล้วมันก็คงจะตายไป 

Thairath Talk ข่าวในยุคนี้ไม่ใช่ต้องเร็วแบบที่เราได้ยินคนกรอกหูกันเหรอ

เร็วเฉพาะอันที่ต้องการเร็ว พอเร็วเสร็จมันต้องลึกมันต้องกว้าง ถ้าเร็วอย่างเดียวทุกคนก็มีหมด ในมือถือไงครับทุกความเร็ว เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าข่าวเร็วที่คุณได้มาจากไหน จำไม่ได้หรอก แต่เขาจะจำได้ถ้าคุณเป็นนักวิเคราะห์ข่าว แล้วที่สามารถสื่อกับเขาได้ว่าต้องคนนี้ไงถ้าเรื่องนี้ต้องคนนี้ ซึ่งตอนนี้มันไม่มี สมมติเราบอกว่านักข่าววิเคราะห์การเมือง เป็นใครวะ นักข่าววิเคราะห์เศรษฐกิจเป็นใคร มีแต่คนอ่านข่าวนะแต่ไม่มีคนเล่า ไม่มี Story teller ที่คนดูแล้วจำได้ว่าเรื่องนี้ต้องคนนี้เลย ไม่มี พอไม่มีก็เฉลี่ยกันหมดเท่ากันหมด

ตอนนี้เราขาดข่าวที่มันลึกเป็นตัวของตัวเอง หมายถึงว่าวิธีนำเสนอเป็นแบบของตัวเอง ไม่ไปลอกเลียนแบบของคนอื่น เพราะคนทำทีวีมันจะลอกเลียนกันมา 

สุทธิชัยมองการเมือง

Thairath Talk คุณเปรยเรื่องการเมืองในประเทศบ่อย ห่วงการเมือง

ห่วงสิ เพราะเลือกตั้งครั้งนี้มาจะมีคนมีคุณภาพรึเปล่า เลือกตั้งจะมีหรือไม่มีผมเชื่อว่ายังไงก็ต้องมี เพราะว่าคสช.คงจะยื้อไปนานกว่านี้ไม่ได้ แต่คุณภาพนักการเมือง และคุณภาพสื่อเพราะที่ผ่านมาสื่อเป็นคนที่ทำให้นักการเมืองต้องระวังตัว ต้องทำให้นักการเมืองประพฤติตัวให้ดี แต่สื่อทุกวันนี้ไม่แน่ใจถ้าสื่ออยู่ในฐานะลำบากทางด้านเศรษฐกิจอาจจะถูกนักการเมืองซื้อ อาจจะกลายเป็นพันธมิตรนักการเมืองโดยทางตรงและทางอ้อมก็ตาม ต้องเอาใจนักการเมืองเพราะนักการเมืองจะเริ่มใช้เงิน

เดี๋ยวนี้นักการเมืองมีเว็บไซต์ตัวเอง แล้วปลอมเป็นสำนักข่าว ผมก็งง ว่าทำไมไอ้นี้มันสัมภาษณ์แค่คนเดียว เช็กไป-มา เขาออกตังค์แล้ว เขาไปจ้างนักข่าวมาจำนวนหนึ่ง แล้วโปรโมตตัวเขา แล้วก็ทำประหนึ่งว่าเป็นเว็บไซต์ปกติ แล้วจะเรียกคนเหล่านี้ว่านักข่าวหรือไม่ ไม่ใช่ คือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของนักการเมือง แต่สังคมก็จะเหมาเอาเป็นนักข่าวหมด อันนี้แหละคุณสมบัติคุณภาพมันก็จะตก

Thairath Talk คุณสมบัติคณะรัฐมนตรีในใจ

1. เก่ง 2. สามารถสื่อกับประชาชนได้ และ 3. ต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร

Thairath Talk มีใช่ไหมครับที่เห็นอยู่

ยัง ยังไม่เห็น หลายพรรคยังไม่ได้จดทะเบียนพรรคเลย ผมก็ยังไม่เห็นเวลาของจริงเข้าเขาจะแสดงตัวยังไง แต่ครั้งนี้ผมก็เห็นสัญญาณหลายๆ ด้านที่น่าจะทำให้เราเห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลง นักการเมืองหน้าใหม่เสนอตัวมา มีนโยบายค่อนข้างจะชัดเจน ขณะเดียวกันเราก็จะเห็นนักการเมืองเก่า ที่ทำเหมือนเดิมทุกอย่าง ไปดูดกันมา ไปซื้อตัวกันมา แล้วก็คิดว่าเคยเป็นส.ส.เขตนี้ สมัครใหม่ก็น่าจะได้

ผมคิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนไปหมดแล้วก็ได้ ตรงนี้ไงที่ผมคิดว่าสื่อควรสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ก็จะใหม่เกินไปสำหรับการเมืองเก่า สื่อเก่าที่วิเคราะห์การเมืองก็จะวิเคราะห์แบบเดิม มันยังขาดการเชื่อมต่อระหว่างแนวคิดใหม่ เพราะว่าสื่อโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาก แต่คนวิเคราะห์การเมืองทุกวันนี้ยังไม่ได้เอาปัจจัยนั้นไปพิจารณา

สุทธิชัย หยุ่น - สุขภาพ ไม่มีขาย 72 ยังฟิต 

Thairath Talk ดูแลสุขภาพ

พยายาม เพราะยิ่งอายุมากยิ่งอยากทำงานต่อ ก็ต้องรู้สึกว่าตื่นเช้าทุกวันก็อยากทำงาน

Thairath Talk เล่นบาส

ผมมีเพื่อนรุ่นเดียวกันยังเล่นบาสอยู่ แต่ว่าทุกวันที่บ้านผมมีโกลผมก็จะชู้ตทุกวัน มันจะช่วยแขนขา และก็ประสาทสัมผัสมันสำคัญนะ ชู้ตบาสมันประสาทตาสมองมือเท้าต่างๆ สองก็คือปั่นจักรยาน ผมจะพยายามชู้ตบาสสัก 20 นาที-ครึ่งชั่วโมง ทุกเช้า ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯหรือไปต่างจังหวัดก็พยายามหาเวลา เดินสักครึ่งชั่วโมง สามปั่นจักรยานครึ่งชั่วโมง ถ้าทุกวันทำแบบนี้ได้สมองปลอดโปร่ง

Thairath Talk ยังนั่งสมาธิอยู่

ครับก่อนนอน เดี๋ยวนี้สมาธิที่ไหนก็ได้ถ้าผมนั่งเฉยๆ ก็สมาธิเลย 5 นาที 10 นาทีก็ยังดี ก็ช่วยทำให้เราจัดระบบของเซลล์สมองให้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มใหม่ได้

Thairath Talk จะเกษียณตอนอายุเท่าไร

ไม่มีอะคำว่าเกษียณมันแปลว่าอะไร เกษียณในที่นี้หมายถึงว่าไม่ทำอะไรเลยน่ะนะ

Thairath Talk ออกจากวงการไหม

วงการนี้มันมีแต่สร้างอะไรใหม่ แต่ก่อนเข้าวงการมันตีเส้นแบบนี้ใช่ไหมครับ แต่ผมจะพยายามออกไปจากเส้นนี้แล้วไปสร้างอะไรใหม่ ผมจะพยายามให้วงการตามผม ผมไม่ได้ตามวงการ ก็พยายามจะสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เขามั่นใจว่าในวงการสื่อ ถ้าคุณทำจริง กล้าเสี่ยง ไม่กลัว กล้าทดลอง ขยันทำงาน มันรอดแน่นอน อันนี้ที่อยากทำ ฉะนั้นอายุเท่าไรก็ตามยังมีเรี่ยวแรงก็จะทำต่อไป

Thairath Talk อาชีพนี้จะเป็นอาชีพสุดท้ายในชีวิต

ใช่ คืออาชีพคนข่าว ผมก็ยังเรียกตัวเองว่าเป็นคนบ้าข่าวอยู่นะ.

ขอบคุณสถานที่ : สตาร์บัคส์ สาขาบางนา

สุทธิชัย หยุ่น เปิดใจ สุทธิชัย หยุ่น ลาออกเนชั่น เปิดใจ สุทธิชัย หยุ่น เนชั่น ที่นี่ เต็มๆ เปิดใจสุทธิชัย หยุ่น 23 ก.ค. 2561 16:07 1 ก.ย. 2561 15:18 ไทยรัฐ