วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


สองยักษ์ผนึกกำลัง

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “ไมโครซอฟท์” กับ “วอลมาร์ต” สองยักษ์ใหญ่วงการไอทีและค้าปลีกของสหรัฐฯ ได้ประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้ข้อตกลง 5 ปี ทางวอลมาร์ตจะใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของไมโครซอฟท์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรวมไปถึงอัลกอริทึมสำหรับการจัดซื้อและการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน

นับเป็นการผนึกกำลังเพื่อแข่งขันกับ “อเมซอน” เจ้าตลาดคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของระบบประมวลผลรูปแบบใหม่ๆ โดยอิงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ ทางผู้ให้บริการจะแบ่งปันทรัพยากรไปยังผู้ที่ต้องการใช้บริการนั้นๆ รวมไปถึงธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์แบบทันสมัยไร้แคชเชียร์ ที่อเมซอนพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาจ่ายเงินให้เสียเวลา โดยระบบหลังบ้านจะเรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิตของลูกค้าเอง

ทาง www.wsj.com  รายงานการสัมภาษณ์ของนายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ระบุว่า การผนึกกำลังดังกล่าวเพื่อแข่งขันกับ “อเมซอน” เป็นเรื่องสำคัญ โดยทางไมโครซอฟท์และวอลมาร์ตจะได้รับประโยชน์มากขึ้นจากทั้งสององค์กรที่มีความกว้างและความลึก รวมทั้งการลงทุนเพื่อสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง

ขณะที่วอลมาร์ตวางแผนนำแมทชีน-เลิร์นนิ่ง, ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ และบริการอื่นๆของไมโครซอฟท์มาช่วยพนักงาน เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายบนชั้นวาง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของตู้แข็งรวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ขณะที่ผู้ค้าปลีกกำลังลดต้นทุนการผลิต ลงทุนเพื่อเพิ่มยอดขายออนไลน์ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำการวิเคราะห์การทำงานซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของอเมซอน

นายเอ็ด แอนเดอร์สัน นักวิเคราะห์จากการ์เนอร์ กล่าวว่า ผู้ค้าปลีกหลายรายมีความลังเลที่จะใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของอเมซอน เพราะบริการนี้สร้างรายได้หลักให้อเมซอน ขณะที่ Azure (อาซัวร์) ของไมโครซอฟท์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดคลาวด์เป็นอันดับสองรองจากอเมซอน เว็บเซอร์วิสได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีคลาวด์ที่สามารถทำงานได้สำหรับหลายๆราย

ขณะที่วอลมาร์ตเองแม้พัฒนาระบบคลาวด์ของตนเอง แต่ก็ได้เริ่มใช้อาซัวร์มาหลังจากเข้าซื้อกิจการ Jet.com เมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่นายมาร์ก ลอร์ หัวหน้าแผนกพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยูเอสเอและผู้ก่อตั้ง Jet.com ของ Walmart กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและกำลังมองหาพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือ

ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์จะหาแนวทางใหม่ๆมาใช้ เช่น การใช้ข้อมูลของลูกค้าและผลิตภัณฑ์ โดยวิศวกรของไมโครซอฟท์จะฝังตัวอยู่ในออฟฟิศของวอลมาร์ตเพื่อช่วยเหลือรวมถึงการแลกเปลี่ยนแผนการทำงานบนระบบใหม่เพื่อแชร์ข้อมูลการขายและผลิตภัณฑ์กับผู้ผลิตผ่านระบบที่เรียกว่า Retail Link

ขณะที่ร้านค้าปลีกแบบไม่มีแคชเชียร์คอยเก็บเงินก็เป็นอีกธุรกิจที่วอลมาร์ตกำลังพัฒนาอีกทางหนึ่ง เรียกว่าตามบี้อเมซอนไปทุกช่องทางเลยเดียว.

หนุ่มดิจิทัล
cybernet@thairath.co.th 

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “ไมโครซอฟท์” กับ “วอลมาร์ต” สองยักษ์ใหญ่วงการไอทีและค้าปลีกของสหรัฐฯ ได้ประกาศเป็นพันธมิตร ... 21 ก.ค. 2561 11:35 21 ก.ค. 2561 11:35 ไทยรัฐ