วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุ่น ราคาและอุปกรณ์ ! FORD RANGER เวอร์ชั่นปรับโฉม 2018

รุ่น ราคาและอุปกรณ์ ! FORD RANGER เวอร์ชั่นปรับโฉม 2018

  • Share:

ฟอร์ด เรนเจอร์ เวอร์ชั่นปรับโฉม ที่ขายในประเทศไทยมีทั้งหมด 20 รุ่น รวมถึงรุ่นไวล์ดแทรค XLT XLS XL กระบะฐานล้อสั้น (Short Wheel Base) และรุ่นใหม่ ‘ลิมิเต็ด’ (Limited) และยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ผลิตจากโรงงานรุ่นแรกและรุ่นเดียวของเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง 3 แบบเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ
เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบ
เครื่องยนต์ดูราทอร์ค ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ 

เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของฟอร์ดผลิตจากวัสดุและการออกแบบทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ท่อร่วมไอดีแบบใหม่ และสายพานไทม์มิ่งแบบจุ่มในน้ำมันเครื่อง สำหรับรุ่นแร็พเตอร์ และรุ่นไวลด์แทรค 4x4 วางเครื่องยนต์ใหม่เอี่ยมอ่อง เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 

เครื่องยนต์ไบเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ใช้ระบบ Sequentail Turbocharging ผสมการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้ง 2 ตัว เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวแรกเป็นแบบเทอร์โบแปรผัน (Vartiable Turbocharger) จะช่วยเร่งการตอบสนองของคันเร่ง และลดช่วงการรอรอบ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดและแรงม้าสูงแม้ตอนใช้ความเร็วต่ำ ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวที่สองซึ่งเป็นระบบเทอร์โบ Fixed-geometry จะรับหน้าที่ต่อเพื่อเพิ่มกำลังและความเรียบลื่นให้กับเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วสูง

แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์ไบเทอร์โบ อัตราทดเกียร์ที่แคบลงของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ช่วยทำให้การไต่เขาที่ลื่นและสูงชันมีประสิทธิภาพดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์และไวลด์แทรค ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ มีสมรรถนะในการบรรทุกและลากจูงได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่นไวลด์แทรค 4x2 และรุ่นใหม่ลิมิเต็ด (Limited) มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดของฟอร์ด กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น Limited ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก

ส่วนรุ่น XLT XLS และ XL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบกำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปรับโฉมเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่พร้อมระบบเกียร์แบบใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) เป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะด้านหน้า และจะทำการช่วยเบรกจนหยุดนิ่ง เมื่อระบบพบว่าคนขับไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (Lane Departure Warning) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ยังคงมีอยู่ในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เช่นเดิม

ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Active Park Assist - APA) ซึ่งช่วยให้การเทียบจอดรถข้างทางเป็นเรื่องง่าย โดยระบบกึ่งอัตโนมัติจะบังคับทิศทางของรถให้เข้าสู่ช่องจอด ผู้ขับขี่เพียงควบคุมคันเร่งหรือเบรก

เรนเจอร์รุ่นไวลด์แทรค และ LTD มาพร้อมระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (Easy Lift Tailgate) ครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ด้วยกลไกซึ่งช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลง 70 เปอร์เซ็นต์ เรนเจอร์ รุ่นปรับโฉมยังเพิ่มระบบพวงมาลัยไฟฟ้าในรุ่น XL และ XLS ถือเป็นครั้งแรกของตลาดรถกระบะระดับเดียวกัน ที่อุปกรณ์นี้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถฟอร์ด 

รูปลักษณ์ของเรนเจอร์เวอร์ชั่นปรับโฉม ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อสื่อถึงความสมบุกสมบันแบบออฟโรดและความโฉบเฉี่ยวบนท้องถนน กระจังหน้าเรียบง่ายแต่มีมิติที่เด่นชัด กันชนล่างปรับให้ช่องนำอากาศกว้างขึ้นด้วยดีไซน์ที่ลงตัว เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และรุ่น Limited มาพร้อมไฟเดย์ไลต์ LED และไฟหน้า HID

การตกแต่งเส้นสายด้วยโครเมียมในเรนเจอร์ XLT และ Limited รวมไปถึงการตกแต่งในเรนเจอร์ ไวลด์แทรค สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละรุ่นได้เป็นอย่างดี เรนเจอร์ ไวลด์แทรค พร้อมสีภายนอกใหม่เฉพาะรุ่น นั่นคือสี ‘เซเบรอ’ สีส้มประกายบลอนด์ ซึ่งตัดกันอย่างงดงามกับกระจังหน้าสีเทาเข้ม สปอร์ตบาร์และล้ออัลลอย 18 นิ้ว 

ระบบกุญแจอัจฉริยะ (PEPS) และปุ่มสตาร์ตรถอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Limited และรุ่นไวลด์แทรค

ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน ทั้งในวันทำงานที่หนักหน่วง การเดินทางไกลในช่วงสุดสัปดาห์หรือการผจญภัยแบบออฟโรด ภายในตกแต่งในโทนสีดำ พร้อมพื้นผิววัสดุตรงจุดสัมผัสที่ทนทานเพื่อคุณภาพการใช้งาน ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) ในรุ่นไวลด์แทรคขับเคลื่อน 4 ล้อ

ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) รองรับ Apple Carplay และ Andriod Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง สามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถเมื่อออกนอกพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ระบบซิงค์ 3 พร้อมระบบจดจำเสียงและระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย ระบบซิงค์ 3 ยังครอบคลุมไปถึงระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ เพื่อติดต่อไปยังหมายเลข 1669 ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจนถุงลมนิรภัยทำงานหรือระบบตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบช่วยโทรฉุกเฉินนี้จะติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ทุกคันที่ใช้ระบบซิงค์ 3 ช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปรับโฉม ได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม เพื่อลดการโคลงตัวและการควบคุมการทรงตัวที่ดีขึ้น โดยเน้นที่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่เมื่อบรรทุกและลากของหนัก

ราคา
ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 20 รุ่น ตามราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้:
แร็พเตอร์ – ราคา 1,699,000 บาท
ไวลด์แทรค – มีให้เลือก 2 รุ่น ราคาตั้งแต่ 1,029,000 – 1,265,000 บาท
ลิมิเต็ด (LTD) – มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 889,000 – 1,029,000 บาท
XLT – มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 749,000 – 869,000 บาท
XLS – มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 659,000 – 789,000 บาท
XL – มีให้เลือก 3 รุ่น ราคาตั้งแต่ 559,000 – 649,000 บาท
กระบะฐานล้อสั้น (Short Wheel Base) – มีให้เลือก 2 รุ่น ราคาตั้งแต่ 589,000 – 799,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีใหม่ 2 สี
สีส้มเซเบรอ (เฉพาะรุ่นไวลด์แทรค)
สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue)

สีมาตรฐาน ได้แก่
สีเงินอะลูมิเนียม เมทัลลิค (Aluminuim Metallic)
สีดำแอพโซลูท แบล็ค เมทัลลิค (Absolute Black Metallic)
สีเทาเมทีออร์ เกรย์ เมทัลลิค (Meteor Grey Metallic)
สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)
สีแดงทรู เร้ด (True Red)

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี
สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) สีใหม่เฉพาะแร็พเตอร์
สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black)
สีขาวโฟร์เซ่น ไวท์ (Frozen White)

ข้อมูลของฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปรับโฉม ปี 2018

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 สานต่อศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่บนท้องถนนรวมถึงแบบออฟโรด รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า เรนเจอร์ทุกรุ่นได้รับการยกระดับให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift และระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assist 

ช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดการโคลงตัวและการควบคุมการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น เน้นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่เมื่อบรรทุกและลากจูงเต็มอัตรา

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL-XLS
ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL และ XLS เป็นรถกระบะเพื่อการใช้งาน มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ยกขีดระดับความสามารถยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์ทันสมัยใหม่ที่เน้นการเพิ่มศักยภาพและสมรรถนะในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนเดียวและกระบะแบบมีแค็บ ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นนี้สามารถรองรับทุกการใช้งานหนัก ด้วยโครงแชสซีแบบขั้นบันได รวมทั้งโครงสร้าง และการออกแบบ ที่นำโดยทีมงานของออสเตรเลีย พร้อมขุมพลังที่มาทั้งในรุ่น 4x2 และ 4x4

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่มอบความสะดวกสบายมากขึ้น เช่นพวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าที่มีให้ตั้งแต่รุ่น XL

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL และ XL+
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 160 แรงม้า, แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร

อุปกรณ์ภายนอก
กระจังหน้า มือจับประตู และกระจกมองข้าง สีดำ
กันชนหน้าโฉมใหม่และสีเดียวกับตัวรถ (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
บันไดข้าง (เฉพาะรุ่น XL+)
กระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
ล้อกระทะเหล็ก 16” พร้อมยางขนาด 215/70 R16
ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 255/70 R16 (เฉพาะรุ่น XL+)
อุปกรณ์ภายใน
พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
หน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียวด้านคนขับ (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
ระบบปรับอากาศ
ระบบเซ็นทรัลล็อก
ช่องต่อไฟ 12V
วิทยุพร้อมช่องต่อ AUX และ USB, ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth
ความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS 
(เพิ่มเติมจากรุ่น XL และ XL+):
อุปกรณ์ภายนอก
กระจังหน้า และกระจกมองข้าง สีเทา
บันไดข้าง (เฉพาะรุ่น Hi-Rider)
ไฟตัดหมอก
ไฟส่องสว่างกระบะท้าย
กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 215/70 R16
ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 255/70 R16 (สำหรับรุ่น Hi-Rider)
อุปกรณ์ภายใน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
กุญแจรีโมตแบบพับเก็บได้
หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 4.2 นิ้ว
วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 แบบแผ่นเดียว, ลำโพง 6 ตำแหน่ง
ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC
ความปลอดภัย
จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX (เฉพาะดับเบิ้ลแค็บ)

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLT
ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT พร้อมรูปลักษณ์ใหม่ด้วยกระจังหน้าโครเมียม ล้ออัลลอยดีไซน์ภายนอกใหม่ ไฟตัดหมอกด้านหน้า โคมไฟหน้า

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ XLT (เพิ่มเติมจากรุ่น XLS)
อุปกรณ์ภายนอก
ไฟหน้าโปรเจกเตอร์
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
กระจังหน้าโครเมียม
กระจกมองข้างพับด้วยไฟฟ้า
ล้ออัลลอย 17” พร้อมยางขนาด 265/65 R17
อุปกรณ์ภายใน
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง
ความปลอดภัย
สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 รุ่นลิมิเต็ด (Limited)
ฟอร์ด เรนเจอร์ ลิมิเต็ด (Limited) เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ดีขึ้น โดยการตกแต่งภายนอกแบบโครเมียม พร้อมขุมกำลังใหม่ และเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น รูปลักษณ์ใหม่ด้วยกระจังหน้าโครเมียมพร้อมไฟเดย์ไลท์ LED และไฟหน้า HID ที่มอบทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น ขณะที่กระบะท้ายติดตั้งฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift 

ขุมพลังใหม่ในฟอร์ด เรนเจอร์ ลิมิเต็ด (Limited) ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ลิมิเต็ด (Limited) ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์มากมาย รวมถึงกุญแจรีโมตอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์คตรถอัตโนมัติ ระบบซิงค์ 3 ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ ลิมิเต็ด (Limited) (เพิ่มเติมจากรุ่น XLT) 

เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ขนาด 2.0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร
อุปกรณ์ภายนอก
ล้ออัลลอย 18” พร้อมยางขนาด 265/60 R18
ไฟหน้า HID โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED
ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift
อุปกรณ์ภายใน
กุญแจรีโมตอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ตรถอัตโนมัติ
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา
เบาะหนัง
คอนโซลทำความเย็น Cool Box
ระบบกุญแจ My Key
หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 4.2 นิ้ว 2 จอ
เครื่องเสียง
ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™3 ภาษาไทย
จอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ความปลอดภัย
ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance
กล้องมองหลังขณะถอยจอด
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) ระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง (TSC) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (ROM)
สัญญาณกันขโมย
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC (เฉพาะ 4x4)
เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (เฉพาะ 4x4)

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 รุ่นไวลด์แทรค
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 2018 มอบสมรรถนะที่เหนือกว่า ด้วย ขุมพลังเครื่องยนต์ไบเทอร์โบ พร้อมเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัย ทำให้เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ใหม่ เป็นเรนเจอร์ที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ที่ดีที่สุด นอกเหนือจากเรนเจอร์ แร็พเตอร์

นอกเหนือจากเทคโนโลยีช่วยขับขี่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรคยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ช่วยให้การจอดรถง่ายขึ้น เพียงผู้ขับขี่เปิดใช้งานและคอยควบคุมเบรก เกียร์ ระบบจะควบคุมพวงมาลัยรถให้เข้าจอดในพื้นที่จอดโดยอัตโนมัติ
ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) 

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อการตอบสนองที่ดีสำหรับการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

เครื่องยนต์ใหม่อันเป็นทางเลือกใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรคนี้ยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการบรรทุก 961 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม 

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรค (เพิ่มเติมจากรุ่น ลิมิเต็ด (Limited)): 

เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อมเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (เฉพาะรุ่น 4x4)

อุปกรณ์ภายนอก
ไฟตัดหมอกหน้า LED
ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ
สปอร์ตบาร์และราวหลังคา
พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12 โวลต์
อุปกรณ์ภายใน
ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient light
ช่องต่อไฟ 230V
ปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง
ชุดตกแต่งภายในแบบไวลด์แทรค
ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 4x4)
ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 4x4)
ระบบนำทาง Navigation
ความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยเพิ่มเป็น 6 จุด: คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลมนิรภัย
สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า
เฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential
เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced- Driving Assist technology) (เฉพาะ 4x4)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)
ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 ทั้งหมด 20 รุ่น รวมถึงรุ่น Limited ตามราคาดังต่อไปนี้:

SWB 2.0L Turbo 4x2 6MT 589,000 บาท.
SWB 2.0L Bi-Turbo 4x4 10AT 799,000 บาท.
Standard Cab 2.2L XL 6MT 559,000 บาท.
Open Cab 2.2L XL 6MT 599,000 บาท.
Open Cab 2.2L XL+ Hi-Rider 6MT 649,000 บาท.
Open Cab 2.2L XLS Hi-Rider 6MT 659,000 บาท.
Open Cab 2.2L XLS Hi-Rider 6MT 699,000 บาท.
Open Cab 2.2L XLS Hi-Rider 6AT 739,000 บาท
Open Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6MT 749,000 บาท.
Open Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6AT 789,000 บาท.
Open Cab 2.0L Turbo Limited 4x4 6MT 889,000 บาท.
Double Cab 2.2L XLS Hi-Rider 6MT 789,000 บาท.
Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6MT 829,000 บาท.
Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6AT 869,000 บาท.
Double Cab 2.0L Turbo Limited Hi-Rider 6MT 899,000 บาท.
Double Cab 2.0L Turbo Limited Hi-Rider 10AT 949,000 บาท.
Double Cab 2.0L Turbo Limited 4x4 10AT 1,029,000 บาท.
Double Cab 2.0L Turbo Wildtrak Hi-Rider 10AT 1,029,000 บาท.
Double Cab 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4x4 10AT 1,265,000 บาท.
Double Cab 2.0L Bi-Turbo Raptor 4x4 10AT 1,699,000 บาท.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้