วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่องเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2018 ค่ายไหนเข้าวินมาดูกัน

ส่องเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2018 ค่ายไหนเข้าวินมาดูกัน

  • Share:

International Engine of The Year 2018 คือรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมที่สื่อมวลชนทั่วโลกมอบให้กับบริษัทรถยนต์ที่สามารถผลิตเครื่องยนต์เจ๋งๆ ออกมาให้ใช้งานในปีนี้ International Engine of The Year ยังถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนิตยสาร Engine Technology โดยมีคณะกรรมการที่มาจากสื่อมวลชนสายยานยนต์ทั่วโลก ร่วมให้คะแนนเครื่องยนต์ที่คิดว่าทำงานได้ดีที่สุด และมอบประสิทธิภาพการขับเคลื่อนให้กับรถยนต์รุ่นนั้นๆ ได้เหนือกว่าเครื่องยนต์ชนิดอื่นที่มีขนาดความจุเท่ากัน การตัดสินที่เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขแรงบิด การตอบสนองขณะทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และการปล่อยของเสียรวมถึงระดับเสียง ไล่เรียงจากเครื่องความจุน้อยสุด ไปจนถึงเครื่องยนต์ของรถซุปเปอร์คาร์ และนี่คือเครื่องยนต์ 8 ตัวที่เข้าวินในปีนี้


Results
ENGINE POINTS
1-Ferrari 3.9-litre biturbo V8
(Ferrari 488 GTB, 488 Spider, 488 Pista) 486 คะแนน

2-Porsche 3-litre six-cylinder turbo
(Porsche 911 Carrera, 911 Carrera 4, 911 Carrera S, 911 Carrera 4S, Carrera GTS, Carrera 4 GTS) 198 คะแนน

3-Ferrari 6.5-litre V12
(Ferrari 812 Superfast) 158 คะแนน

4-Tesla full-electric powertrain
(Tesla Model S, Model X, Model 3) 149 คะแนน

5-Volkswagen 999 cc three-cylinder turbo
(Volkswagen Golf, Up, Up GTI, Polo, T-Roc, Audi A1, A3, Q2, Seat Ibiza, Arona, Toledo, Ateca, Leon, Skoda Fabia, Rapid, Karoq) 139 คะแนน


6-BMW 1.5-litre three-cylinder electric-gasoline hybrid
(BMW i8) 138 คะแนน

7-Audi 2.5-litre five-cylinder turbo
(Audi RS3, TT RS, RS Q3) 110 คะแนน


8-PSA Peugeot Citroen 1.2-litre three-cylinder turbo
(Peugeot 208, 308, 2008, 3008, 5008, Citroen C3, C4, C4 Cactus, C-Elysee, C4 Picasso, C4 Grand Picasso, DS3, DS4, Opel Crossland X, Grandland X) 104 คะแนน

9- Porsche 2-litre turbo
(Porsche 718 Boxster, 718 Cayman) 68 คะแนน

1. รถพลังงานไฟฟ้า
แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ประสิทธิภาพสูง ยี่ห้อ Tesla คว้าชัยเหนือยานยนต์ไฟฟ้าแบบอื่นๆ อย่างขาดลอย ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงที่ไม่มีการปล่อยมลพิษออกมาแม้แต่น้อย (แต่ไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่อาจได้มาจากการเผาถ่านหิน หรือจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์!!) รถ Tesla รุ่น Model S และ Model X ได้รับตำแหน่งรถที่มีหัวใจสะอาดที่สุดประจำปี 2018 

2. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 1,000 ซีซี
เครื่องสามสูบของค่าย Volkswagen คว้าอันดับหนึ่งเครื่องยนต์ที่มีปริมาตรความจุไม่เกิน 1,000 ซีซี บริษัท Volkswagen วิจัยและพัฒนาเครื่องตัวเล็กรุ่นซึ่งใช้ระบบอัดอากาศด้วยเทอร์โบ โดยเฉพาะเครื่อง 3 สูบเทอร์โบที่อยู่ในรถเล็กอย่าง Volkswagen Polo เต็มไปด้วยประสิทธิภาพแทบทุกด้าน ไล่จากขนาดและน้ำหนัก แรงบิดและอัตราสิ้นเปลืองที่มีตัวเลขเหนือกว่าเครื่องยนต์สามสูบจากแบรนด์คู่แข่งอย่าง Ford Fiesta ที่เคยได้รางวัลจากเครื่องยนต์ Ecoboost 

3. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 1.4 ลิตร
รางวัลเครื่องเล็กยอดเยี่ยมความจุไม่เกิน 1.4 ลิตร ประจำปี 2018 ได้แก่เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรของ PSA จากรถยี่ห้อ Citroen และ Peugeot ของฝรั่งเศส เข้าวินมีชัยเหนือกว่าเครื่อง 1.2 ลิตรของ BMW ไปได้อย่างฉิวเฉียด เครื่อง Pure Tech จาก PSA เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 3 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ กำลัง 110 แรงม้า เสื้อสูบทำจากอัลลอยด์ ทำให้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิพร้อมทำงานเร็วกว่าเครื่องตัวเล็กแบบอื่น แม้จะมีแค่ 3 กระบอกสูบ แต่เครื่อง Pure Tech ก็ยังถือว่าเดินเรียบใช้ได้และมีแรงบิดที่ดี ประหยัดเชื้อเพลิงแถมยังปล่อย Co2 ต่ำสุดๆ จนคว้าชัยชนะในอันดับที่หนึ่งในรุ่นเครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 1.4 ลิตร ไปครองอย่างง่ายดาย

4. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 1.8 ลิตร
ปี 2018 นับว่าเป็นปีทองของเครื่องยนต์แบบสามสูบประสิทธิภาพสูงอย่างแท้จริง เครื่องยนต์ของ BMW i8 แบบ 1.5 ลิตรเทอร์โบสามสูบ ซึ่งเป็นขุมกำลังของสปอร์ตไฮบริดอย่าง BMW i8 ซึ่งครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนานหลายปีแล้วโดยยังไม่มีเครื่องยนต์รุ่นไหนมาโค่นลงได้ หัวใจของการขับเคลื่อนใน i8 เกิดจากเครื่องยนต์เบนซินอัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน ขนาด 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันบนเทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo เครื่องสามสูบที่พัฒนามาใช้ร่วมกันในรถ MINI Cooper 2015 สร้างกำลังได้ 170 กิโลวัตต์ หรือ 231 แรงม้า กับแรงบิด 320 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานพร้อมกัน ทำให้ i8 มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 362 แรงม้า กับแรงบิด 570 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.4 วินาที สมรรถนะเทียบเท่า BMW M3 e46 เพียงแต่การใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยของเสียลดลงมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน ส่วนความเร็วสูงสุดของ i8 ถูกตอนเอาไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 40 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้มันขึ้นถึงจุดสุดยอดของรถแรงที่มีความประหยัดมากที่สุด ในปัจจุบัน โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆ วิ่งได้ไกลถึง 35 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องยนต์จะเข้ามารับหน้าที่ต่อเมื่อแบตเตอรี่มีกระแสไฟมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว รับหน้าที่เสริมแรงในการขับเคลื่อน ชุดแบตเตอรี่ Hybrid ที่ทรงประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์แบบ 98 เซลส์ เป็นแหล่งสำรองปริมาณไฟฟ้าหลักของระบบ Hybrid บวกกับเทคโนโลยีของระบบ Plug-in Hybrid เจ้าของรถสามารถเสียบไฟบ้านเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟ 220 โวลต์ 16 แอมป์ โดยใช้เวลาในการชาร์จรวดเร็วกว่าเดิม ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง แต่หากชาร์จเจ้า i8 ในสถานีชาร์จเร็วที่รองรับรถยนต์พลังงานผสม สถานีชาร์จกระแสไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งมีแรงเคลื่อนถึง 380 โวลต์ จะใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 44 เท่านั้น ระบบขับเคลื่อนตัวรถวางมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อคู่หน้า ขนาด 96 กิโลวัตต์ 131 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์วัดบนไดโนได้ที่ 250 นิวตันเมตร โดยที่ยังไม่ได้บวกกับกำลังของเครื่องยนต์

5. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 2.0 ลิตร
ต้องยอมรับว่าเครื่องสูบนอน 2 ลิตรอัดเทอร์โบใน 718 Cayman และ 718 Boxster นั้นมีประสิทธิภาพที่เหลือร้าย การคว้าอันดับที่หนึ่งของเครื่องยนต์ Boxer แบบ 4 สูบเทอร์โบไม่ใช่งานง่ายๆ เนื่องจากยังมีเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบจากสำนัก AMG ที่ประจำการอยู่ใน A45 CLA45 และ GLA45 AMG แต่เครื่องสูบนอน 2 ลิตรบ้าพลังของ Porsche 718 ก็สามารถโค่นแชมป์ลงได้อย่างราบคาบ เครื่องยนต์สูบนอนแบบ 2.0 ลิตรรุ่นใหม่ให้แรงบิดมหาศาล เป็นเครื่องยนต์ที่มีการตอบสนองการขับขี่ที่เร้าใจของ 718 Cayman ในทุกรอบการทำงาน จากแรงบิดสูงสุดกว่า 380 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 90 นิวตันเมตร) ที่รอบการทำงาน 1,950 ถึง 4,500 รอบต่อนาที ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน (VTG) นวัตกรรมใหม่ของระบบอัดอากาศในรถ Porsche เทคโนโลยีแบบเดียวกับ Porsche 911 Turbo และเป็นครั้งแรกสำหรับ 718 Cayman ที่ได้รับการเพิ่มอุปกรณ์เวสท์เกท (wastegate) ให้กับระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ

6. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 2.5 ลิตร
แบรนด์ 4 ห่วง Audi จากเยอรมนี คือต้นตำรับของการพัฒนาเครื่องยนต์แบบ 5 สูบ พิกัดความจุไม่เกิน 2,500 ซีซี เครื่องยนต์ตัวนี้แซงเข้าวินแบบชิลๆ โดยทำคะแนนเหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D 2.2 ลิตร จากค่าย Mazda เครื่อง 2.5 TFSI ของ Audi มีปริมาตรความจุ 2,480 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลัง 367 แรงม้า ประจำการอยู่ใน Audi RS3 Sportback และ RSQ3 ให้กำลัง 270 กิโลวัตต์ หรือ 367 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.3 วินาที ท็อปสปีดตะกายกันถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 8.1 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ปล่อย Co2 189 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

7. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 3 ลิตร
ปี 2018 ค่ายม้าป่าจากเมืองสตุ๊ตการ์ท Porsche มีชัยเหนือเครื่อง 3 ลิตรแบบอื่น ด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่แบบ 6 สูบนอนขนาด 3 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน ประจำการอยู่ในรถสปอร์ตสมรรถนะสูงของแบรนด์อย่างรุ่น 911carrera 370 แรงม้า / 911 carrera 4 370 แรงม้า / 911 carrera s 400 แรงม้า / 911 carrera 4S 420 แรงม้า เครื่องยนต์ตัวนี้มีปริมาตรความจุ 2,981 ซีซี ให้กำลัง 272 กิโลวัตต์ หรือ 370 แรงม้าใน 911 รุ่นมาตรฐานไปจนถึง 420 แรงม้าในรุ่น carrera 4S แรงบิด 448 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 293 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 7.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อย Co2 190 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

8. เครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 4 ลิตร
เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบของ Ferrari 488 Pista ซิวรางวัลเครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 4 ลิตร ไปครองแบบขาดลอยติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยไม่มีเครื่องไซล์โตของค่ายใดสามารถโค่นบัลลังค์แชมป์ได้ ขุมกำลังของม้าลำพองตัวใหม่รุ่นนี้ มีชัยชนะเหนือเครื่องยนต์สมรรถนะสูงของ Mercedes Benz AMG GTS / Porsche 911GT3 RS / Porsche 911carrera GTS / McLaren 675LT / Porsche 911 Turbo เครื่อง V8 เทอร์โบคู่ที่ได้รับชัยชนะในปีนี้ ประจำการอยู่ใน Ferrari 488 Pista เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ โดยเทอร์โบหนึ่งตัวรับผิดชอบบูสต์อากาศให้กับกระบอกสูบฝั่งเดียวทั้ง 4 ตำแหน่ง เครื่องยนต์วางทำมุม 90 องศา เพื่อช่วยเรื่องการระบายความร้อนกับความจัดจ้านของรอบเครื่อง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 2.85 วินาที ท็อปสปีด 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หัวใจ V8 ที่ถูกจูนให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นวางอยู่กลางลำตัวและขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ฝาสูบใหม่ ท่อไอดีใหม่ อินเตอร์คูลเลอร์ใหม่ แถมด้วยไส้ในของเครื่องยนต์พวกลูกสูบ วาล์วและข้อเหวี่ยงถูกปรับตั้งให้รับแรงได้มากขึ้น แคมชาร์ปน้ำหนักเบา สลักลูกสูบ และก้านสูบ ผลิตจากไททาเนียม เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความคงทน กำลังของเครื่อง V8 ทวินเทอร์โบ เค้นออกมาได้มากถึง 710 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์สูงมากถึง 8,000 รอบต่อนาที จัดจ้านราวกับเครื่องยนต์ไม่มีระบบอัดอากาศกันเลยทีเดียว ส่วนแรงบิดสูงสุดไม่ต้องพูดถึงกับซุปเปอร์คาร์ระดับพิเศษคันนี้ แรงบิดมากกว่ารถหัวลากบางรุ่นที่ 770 นิวตันเมตร ที่ย่าน 3,000 รอบต่อนาที เป็นแรงบิดสูงสุดในบรรดาเครื่องยนต์ V8 ที่ Ferrari เคยผลิตนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนมาถึงทุกวันนี้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้