วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องขนลุกจากกู้ภัยถ้ำหลวง เงาดำ คนถือดาบ อยากไปพิสูจน์ แต่ถูกห้าม!

เรื่องขนลุกจากกู้ภัยถ้ำหลวง เงาดำ คนถือดาบ อยากไปพิสูจน์ แต่ถูกห้าม!

  • Share:

รายการ แฉ เสนอเรื่องราวจากปากกู้ภัย ที่ร่วมภารกิจในถ้ำหลวง ซึ่งพบเจอเรื่องแปลก และตลอดการค้นหา มีอุปสรรคตลอดเวลา ยกให้เต็ม 10 ระดับ ความน่ากลัว เก็บศพมายังไม่น่ากลัวเท่า ...

หลังภารกิจค้นหาทีมบอลหมูป่าอะคาเดมี ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนสำเร็จลง เจ้าหน้าที่นำตัวทั้ง 13 คนส่งโรงพบาบาลเป็นที่เรียบร้อย รายการ แฉ เสนอเรื่องราวเหลือเชื่อ ที่ทีมกู้ภัยไปพบเจอระหว่างร่วมค้นหาโพรง ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

โดย 'เบียร์' นายนเรศ ศรีใส หน่วยกู้ภัยชุดเดินเท้า ทีมฝันดี ฝันเด่น ที่เอาทีมงานและอุปกรณ์เข้าไป บอกว่าสำหรับตัวเอง ถ้ำหลวง ถือว่าน่ากลัวอยู่ในระดับต้นๆ ด้วยประวัติ ความเชื่อ แม้กระทั่งเจอกับตัวเอง ก็เป็นไปในทางเดียวกัน

เมื่อถามถึงสิ่งที่เจอ นายนเรศ บอกว่า มันเป็นสิ่งที่เราสงสัย และยังคาใจอยู่ ในระยะทางที่เราเดินเท้าสำรวจประมาณ 3 กม. ทางมันชันน้อยสลับไป ก็ไปเจอโพรงหนึ่ง หน้าผาหินแตก ลักษณะเข้าไปได้ ในจังหวะที่เข้าไป 2 คน เพื่อสำรวจว่าไปต่อได้หรือไม่ ช่วงที่หันกลับมา อยู่ดีๆ ก็มีหินก้อนหนึ่ง มาปิดทางออก ในลักษณะที่หันกลับมาแล้วเจอหินเลย ซึ่งตอนเข้าไปไม่มี เป็นที่โล่งๆ มีไฟ มีเชือก ซึ่งหินก้อนนี้เรายกคนเดียวไม่ได้แน่ๆ แต่ทุกคนก็กลับออกมาได้ เพราะน้องที่เข้าไปข้างในคนหนึ่งพกครุฑ ซึ่งพระที่ตนนับถือ บอกว่าคนที่จะยกหินนี้ได้ต้องพกครุฑติดตัว 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ เล็ก ฝันเด่น ซึ่งต้องออกมานอนรวมกับพวกตน สุดท้ายมาบอกว่าเจอเงาดำๆ ในห้องพัก ซึ่งพอเจอแล้วก็เดินกลับออกมา กลับเข้าไปใหม่ก็เจออีก ทำให้ต้องออกมานอนรวมกันข้างนอก

ด้าน 'โฟล์ค' นายกำพลศักดิ์ สัสดี หน่วยกู้ภัยที่ร่วมค้นหาโพรง เผยว่า เวลาที่ไปสำรวจถ้ำแต่ละครั้ง เหมือนมีคำเตือนบางอย่าง ที่ไม่อยากให้เข้าไปยุ่ง ด้วยลักษณะของแสง เสียง ที่อยู่รอบตัวเรา เวลาลงไปคนเดียว มันจะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ข้างหลัง ซึ่งตนหันไปมอง ก็ไม่เห็น พอรู้สึก ก็จะปิดไฟ แล้วอยู่นิ่งๆ พอไม่เจออะไรก็ทำงานต่อ

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่ว่า มีการรายงานว่าเจอเด็กบนเขา กระทั่งมีการเอาเฮลิคอปเตอร์ออกไปรับ นายนเรศ ระบุว่า บริเวณนั้นอยู่ที่ผาหมี ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นทีม เพื่อการสำรวจ ระหว่างนั้นอีกทีมเห็นว่ามีอะไรสักอย่าง เป็นจุดขาวๆ แดงๆ เหมือนเด็กอยู่บนเขา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาดูว่าเห็นเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งทุกคนเห็นเหมือนกันหมด ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารที่ขึ้นไปด้วยกัน ลักษณะเหมือนคนยืนโบกมือ และเคลื่อนที่ได้ จังหวะนั้นมีเฮลิคอปเตอร์ สำรวจอยู่ แต่เจ้าหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์ ไม่เห็น และเมื่อบินเข้าไปใกล้ จุดขาวๆ แดงๆที่ว่าก็หายไป และเมื่อบินไกลออกไป มันก็โผล่มาอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านล่าง เห็นเหมือนกันหมด โดรนก็ไม่เห็น แต่เครื่องสแกนความร้อน สามารถจับความร้อน เป็นจุด 2 จุดนั้นได้ แต่สุดท้าย ก็ไม่พบอะไร

นายกำพลศักดิ์ เล่าต่อว่า เรื่องเสียงประหลาดในถ้ำ ตนจะได้ยินเป็นเสียงสวดมนต์ ดังมาจากซอกของปล่องสุดท้ายที่ตนไปสำรวจ ซึ่งตนลงไปคนเดียว ลักษณะเป็นช่องกว้างประมาณคืบ เมื่อได้ยิน จึงบอกข้างบนว่า ขอเวลา 5 นาที เพราะในทีมมีกฎว่า ถ้าเกินคนข้างบนจะลงมาชาร์จทันที จากนั้นเมื่อเอาหูไปแนบ ก็มีลมพัดมาโดนหน้า จากนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายทำนองสวดมนต์ 

นอกจากนี้ ยังเจอเงาร่างสูง 2 เมตรกว่า ช่วงกลางดึก ขณะกำลังจะไปอาบน้ำหลังลงมาจากเขา โดยมีสุนัข 4 ตัวไปรุมเห่าอยู่บริเวณริมกำแพง ก่อนที่หมาทั้ง 4 ตัว จะวิ่งแตกฮือ ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็ง

และยังมีเหตุการณ์ที่โดนเขวี้ยงหิน ขณะนอนหลับอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งหลับไปประมาณ 2 ชม. ระหว่างนั่งเคลิ้มๆ ก็มีก้อนหินขว้างมาจากซอกหินเล็กๆ ซึ่งก่อนนอนเราสำรวจก่อนแล้วว่ามันตัน จากนั้นจึงเปิดไฟดู ก็เจอก้อนหินประมาณหัวแม่มือ

ด้าน นายธนัท ชัยวชิระศักดิ์ แฟนพันธุ์แท้จตุคาม มาเล่าถึงว่า ทำไมจะต้องมีกระต่ายใส่กรงสีม่วง ปิ่นปักหน้าถ้ำ ไก่สีขาวที่จิกกินเมล็ดถั่วเขียวหน้าถ้ำ โดย นายธนัท เล่าว่า ตามประวัติของเจ้านางนอน มีการฆ่าตัวตายด้วยปิ่น ก็ต้องเป็นการตัดไม้ข่มนาม ตายสิ่งใด จะกลัวสิ่งนั้น ซึ่งเป็นวิชาหมอศาสตร์ ส่วนกระต่าย ตามวิชาหมอศาสตร์ จะเป็นการลดพลังน้ำ ของเจ้านางนอน ไก่ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เป็นกรณีที่เราเชื่อว่ามีเจ้าแม่ นอกจากนี้ อาจารย์ที่บอกเรื่องนี้กับตน ยังเชื่อว่า หากวันนั้นเข้าไป 12 คนจะเดินกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งหลังจากที่ตนได้คุยกับอาจารย์ที่นับถือ อาจารย์ยังบอกด้วยว่า จะเจอเด็กวันที่ 2 ก.ค. เวลาบ่าย 3 โมง ซึ่งตนได้จดไว้ และโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งก็เจอจริงๆ อย่างไรก็ตาม แม้ตนจะเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ แต่บางอย่างก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก

นายกำพลศักดิ์ เล่าด้วยว่า วันที่ครูบาบุญชุ่ม มาทำพิธีวันแรก วันนั้นฝนตกหนักมาก แต่เมื่อครูบาทำพิธี มีการไลฟ์สด เมฆก้อนดำๆ ก็ม้วนออกไปจากบริเวณเขานางนอนทันที จากนั้นฟ้าก็ค่อยๆ เปิด ซึ่งตนยังถ่ายรูปเก็บไว้ 

นอกจากนี้ น้องที่เข้าไปในถ้ำแล้วถูกหินปิดไว้ ถ่ายรูปภายในถ้ำกลับมา เมื่อมาเปิดดูก็พบว่า เหมือนมีตาคนมองอยู่ ซึ่งเขาอยากกลับไปพิสูจน์ แต่พระที่นับถือบอก อย่าให้คนชุดนี้กลับไป เพราะกลับไปจะไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม เหมือนเราไปท้าทาย

และที่น่ากลัวคือ มีกู้ภัยชุดหนึ่งไปส่องไฟสำรวจถ้ำ แล้วเจอคนถือดาบอยู่ก้นถ้ำ 3-4 คน ทำให้ต้องถอนตัวออกมา เก็บของกลับบ้านทันที

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณ.

(ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Folk Kamponsak Sassadee, รายการแฉ)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้