วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรือล่มภูเก็ตเริ่มส่งผล ทัวร์จีนยกเลิกแล้ว 10 %

เรือล่มภูเก็ตเริ่มส่งผล ทัวร์จีนยกเลิกแล้ว 10 %

  • Share:

ยังกู้ไม่ได้ศพสุดท้ายติดใต้ซากเรือฟีนิกซ์ถูกคลื่นซัดจมทะเลภูเก็ต ทีมนักประดาน้ำร่วมปฏิบัติการตลอดทั้งวันแต่เผชิญอุปสรรคคลื่นใต้นํ้าแรงต้องยกเลิกภารกิจไว้ลุยต่อวันรุ่งขึ้น ด้านคดีตำรวจสอบปากคำพยานแล้วเกือบ 100 ปาก เจอปัญหาผู้ประสบเหตุไม่ขึ้นให้การชั้นศาล บางคนกลับประเทศไปแล้ว วอนขอความร่วมมือเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ปลัดท่องเที่ยวจ่ายเงินเยียวยาญาติเหยื่อเคราะห์ร้ายเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นหลังทัวร์จีนยกเลิกเที่ยวภูเก็ตแล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3 สั่งเพิ่มมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย ยกมาตรฐานตรวจเรือท่องเที่ยวให้เทียบเท่าเรือประมง จี้เจ้าท่ากำหนดจุดเรือเข้าออกที่ชัดเจนและลดท่าเรือเล็กๆลง ขู่เรือลำไหนฝ่าฝืนโดนดำเนินคดีเด็ดขาด

จากอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยว “ฟีนิกซ์ พีซีไดวิ่ง” บรรทุกผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ถูกคลื่นซัดอับปางกลางทะเลบริเวณเกาะเฮ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ค. สรุปยอดมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 47 ศพ เก็บกู้ขึ้นมาได้แล้ว 46ศพ ยังเหลืออีก 1 ศพถูกซากเรือมรณะทับร่างอยู่ก้นทะเล เจ้าหน้าที่พยายามกู้ศพขึ้นมาแต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากมีอุปสรรคคลื่นลมแรง ขณะที่ตำรวจเร่งสอบสวนดำเนินคดีบริษัทเจ้าของเรือลำที่เกิดเหตุว่ากระทำผิดกฎหมายหรือเป็นนอมินีของต่างชาติหรือไม่

ความคืบหน้าการกู้ศพสุดท้ายที่ยังติดอยู่ใต้ท้องเรือ ตั้งแต่รุ่งเช้าวันที่ 12 ก.ค. เรือหลวงทองหลาง เรือหลวงหัวหิน และเรือหลวงปันหยี ทัพเรือไทย ภายใต้การนำของ น.อ.ธานินทร์ ทิพย์โส รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ควบคุมปฏิบัติการดำน้ำกู้ศพสุดท้ายที่ติดอยู่กับซากเรือฟีนิกซ์จมอยู่ก้นทะเลลึก ใกล้เกาะเฮ อ.เมืองภูเก็ต โดยเรือหลวงทั้ง 3 ลำออกจากท่าเทียบเรือศูนย์วิจัยฯ ต.วิชิต ไปยังจุดที่เรือล่ม พร้อมทีมประดาน้ำกองทัพเรือ หน่วยกู้ภัย GUANGZHOU SALVAGE จากประเทศจีน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ร่วมปฏิบัติการ ท่ามกลางสภาพทะเลยังคงมีลมแรงคลื่นสูง 2-3 เมตร และมีฝนโปรยปรายเล็กน้อย

เมื่อไปถึงจุดที่เรือล่ม นักประดาน้ำกองทัพเรือพร้อมชุดดำน้ำลึกแบบพิเศษ (SUR FACE) ลงดำน้ำนำอุปกรณ์ดูดทรายลงไปยังจุดเรือฟีนิกซ์จมที่ความลึกประมาณ 45 เมตรเพื่อเตรียมดูดทรายข้างตัวเรือ โดยจุดที่ร่างผู้เสียชีวิตถูกเรือทับสามารถมองเห็นจากกล้องติดหมวกของชุดดำน้ำอย่างชัดเจน แต่กระแสคลื่นใต้น้ำมีความรุนแรง ทำให้ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก ต้องพยายามปรับแผนตลอดเวลาเพื่อให้สามารถนำร่างที่ติดอยู่ออกมาได้ แต่หลังจากร่วมปฏิบัติการตลอดทั้งวัน กระทั่งถึงช่วงเย็นยังไม่สามารถกู้ศพขึ้นมาได้ ต้องยุติภารกิจก่อนจะดำเนินการต่อในวันรุ่งขึ้น

ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เผยความคืบหน้าการสอบสวนหาสาเหตุเรือล่มว่า ได้สอบปากคำพยานทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีน เจ้าหน้าที่เรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆไปแล้วเกือบ 100 ปาก ยังมีบางประเด็นที่ต้องสอบสวนต่อ พร้อมรอตรวจสอบเรือฟีนิกซ์ที่ยังกู้ขึ้นมาไม่ได้ ประเด็นการสอบสวนเริ่มตั้งแต่สภาพอากาศ การแจ้งเตือน การควบคุมเรือเข้าออกจากฝั่งที่กัปตันเรือต้องมีประสบการณ์และสามารถตัดสินใจในภาวะฉุกเฉิน นโยบายของบริษัททัวร์กดดันให้กัปตันเรือฝ่าคลื่นลมออกไปหรือไม่ รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย การสาธิตวิธีใช้อุปกรณ์ ต้องทำความจริงให้ปรากฏเพื่อหาผู้รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลหรือนิติบุคคล ขณะนี้ติดปัญหาอาจไม่สามารถนำผู้ประสบเหตุที่เป็นประจักษ์พยานในเรือลำที่ล่มไปขึ้นให้การในชั้นศาลได้ทุกคน บางคนกลับประเทศไปแล้ว หากขึ้นให้การได้จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นการขอความร่วมมือไม่ได้บังคับและเคารพในการตัดสินใจของทุกคน

ด้านผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวประเทศไทย ผลกระทบครั้งนี้ใหญ่หลวงมากทั้งทางร่างกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ แต่ละปีมีชาวจีนมาเที่ยวในไทยกว่า 10 ล้านคน ใช้จ่ายกว่า 5 แสนล้านบาท เฉพาะ จ.ภูเก็ต ชาวจีนมาเที่ยว 3 ล้านคนต่อปี ใช้จ่ายประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ตอนนี้เริ่มยกเลิกการจองมาท่องเที่ยวภูเก็ตแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ตนในฐานะประธานกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด กองทุนฯได้ประชุมเร่งด่วนมีมติอนุมัติแพ็กเกจเงินช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่มครั้งนี้ประมาณ 64 ล้านบาท กรณีเสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท กรณีค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริง 5 แสนบาท กรณีฟื้นฟูจิตใจ 2 หมื่นบาท ส่วนบริษัทประกันภัยพร้อมจ่ายค่าสินไหมให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และอีก 1 แสนบาทเป็นประกันภัยตามกฎหมายเจ้าท่า รวมทั้งสิ้นผู้เสียชีวิตจะได้รายละ 2,100,000 บาท

นายนรภัทร ปลอดทอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตว่า ทางการจีนและทางการไทยร่วมประชุมได้ข้อตกลงร่วมกันแล้ว วันนี้จะมีเริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาสำหรับญาติที่มีหลักฐานพร้อม ส่วนการจัดการศพผู้เสียชีวิต มีญาติที่แจ้งความประสงค์ 41 ราย นำศพกลับไปยังประเทศจีน 11 ราย ทางบริษัทเจ้าของเรือเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด คงเหลือ 30 รายที่แจ้งความประสงค์ฌาปนกิจที่ จ.ภูเก็ต

พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ทีมค้นหาได้บูรณาการความร่วมมือทั้งทหารเรือ นักประดาน้ำชาวจีน 10 นาย กรมประมง กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทำงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ส่วนการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยเหตุที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยกระดับและกำหนดมาตรการควบคุมให้เข้มขึ้น ต่อไปนี้จะต้องยกมาตรฐานการตรวจเรือท่องเที่ยวให้เทียบเท่ากับเรือประมง นำต้นแบบศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PI-PO) มาใช้กับเรือท่องเที่ยวด้วย จะต้องตรวจตั้งแต่ตัวเรือ กัปตันเรือ ลูกเรือ จำนวนนักท่องเที่ยว อุปกรณ์การดูแลความปลอดภัย เสื้อชูชีพ รวมถึงเส้นทางการเดินเรือ โปรแกรมท่องเที่ยวทางทะเล ทุกอย่างต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ เพราะเวลาเกิดเหตุขึ้นแล้วจะเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ทราบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่แท้จริงลงไปกี่คน เหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องนำมาถอดเป็นบทเรียนเพื่อกำหนดเป็นมาตรการป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวด้วยว่า การขับเคลื่อนมาตรการป้องกันเหตุในส่วนที่ทำได้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ทันที เช่น ตรวจสอบคนขับเรือมีใบอนุญาตหรือไม่ เรือมีทะเบียนหรือไม่ จำนวนนักท่องเที่ยวลงเรือกี่คน เรือไปจุดใดบ้าง จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าหน่วยงานราชการเอาจริงกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ปัญหาที่ผ่านมาทางเรือไม่ได้แจ้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ แจ้งเพียงยอดจองว่ามีนักท่องเที่ยวกี่คน แต่ถึงเวลาเดินทางไม่ได้แจ้งยอดที่ชัดเจน บางครั้งนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางหรือไปเกินก็มี อย่างไรก็ตาม การที่จะบังคับใช้มาตรการให้ได้ผล เจ้าท่าจะต้องกำหนดจุดเรือเข้าออกที่ชัดเจนและลดจำนวนท่าเรือเล็กๆลง เพราะปัจจุบันมีเรือเข้าออกหลายท่ามาก ทำให้การตรวจสอบอาจจะไม่ทั่วถึง หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำท่าเรือที่กำหนดไว้ หากเรือลำใดออกจากท่าเรือที่ไม่ได้กำหนดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

พ.ต.ท.ธรรมสรรค บุญทรง รอง ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต เผยว่า ได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยเหตุการณ์เรือล่ม โทรศัพท์หลอกลวงภาคเอกชนและประชาชนหลายรายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อ้างเป็นตำรวจยศสารวัตร ขอรับบริจาคเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออาหารและเครื่องดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเรือล่ม ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ตำรวจ เคยก่อเหตุโทรศัพท์หลอกลวงประชาชนในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต และพื้นที่เขาหลัก จ.พังงา มาแล้ว หากใครได้รับโทรศัพท์ขอบริจาคเงินลักษณะดังกล่าวสามารถไปแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทางจังหวัดประกาศชัดเจนแล้วว่าไม่มีการรับบริจาคเงินเด็ดขาด

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เผยว่า วันที่ 14 ก.ค. จะลงพื้นที่ไปดูการกู้ซากเรือฟีนิกซ์และให้ผู้เชี่ยวชาญชี้จุดที่คาดว่าเป็นสาเหตุทำให้เรือล่มว่าเป็นไปตามข้อสันนิษฐานจากคำให้การของนายช่างที่รับผิดชอบต่อเรือหรือไม่ นอกจากนี้ จะเชิญผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต เข้าให้ข้อมูลเบาะแสทัวร์นอมินี ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งบริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ผู้ที่นำเรือฟีนิกซ์มาให้บริการ และบริษัทเลซี่แคท ทราเวล จำกัด ที่เช่าเรือเซเรเนต้ามาให้บริการ เบื้องต้นดำเนินคดีไปแล้ว 5 ราย พร้อมส่งรายชื่อหน่วยงานราชการที่เข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว 4-5 หน่วยงาน สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะให้กรมเจ้าท่าจัดคนรับผิดชอบดูแลการปล่อยเรือ ต้องรายงานผลทุกๆ 1 สัปดาห์ หากพบว่าเรือลำใดชำรุดหรือไม่ได้มาตรฐานต้องระงับการปล่อยเรือ หากปล่อยเรือแล้วไปประสบอุบัติเหตุจากสภาพเรือที่เป็นปัญหาจะพิจารณาดำเนินคดีผู้รับผิดชอบ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้