วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ผลิตรถครบ 10 ล้านคัน โตโยต้าเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2505 ภายใต้ปรัชญา ส่งเสริมพัฒนาการอย่างยั่งยืนของสังคมและประเทศที่โตโยต้าเข้าไปดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้ธุรกิจรถยนต์ของโตโยต้าเจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ จวบจนปัจจุบันกว่า 56 ปี ภายใต้การลงทุนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จากโรงงานผลิต 3 แห่ง ได้แก่

1- โรงงานประกอบรถยนต์สำโรง จ.สมุทรปราการ

2- โรงงานประกอบรถยนต์เกตเวย์ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

3- โรงงานประกอบรถยนต์บ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

ด้วยความร่วมมือร่วมใจ และความทุ่มเทของพนักงานทุกคน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี นำมาสู่การบรรลุยอดการผลิตครบ 10 ล้านคัน และเป็นอีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของโตโยต้า 


การก้าวย่างสู่ความสำเร็จของโตโยต้าในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 6 ยุค คือ

โตโยต้า ไดน่า เจเค 170

โตโยต้า โคโรน่า อาร์ที 40

โตโยต้า ไฮลักซ์ อาร์เอ็น 10

โตโยต้า โคโรลล่า เคอี 20
1เริ่มจากยุคก่อร่างสร้างฐาน ก้าวแรกแห่งการร่วมเดินเคียงข้างคนไทย (ระหว่าง พ.ศ. 2505 – 2515) โดยก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกขึ้นที่ ต.สำโรงเหนือ เพื่อประกอบรถรุ่นแรก คือ โตโยต้า ไดน่า เจเค 170 และ โคโรน่า อาร์ที 40 ตามด้วย ไฮลักซ์ อาร์เอ็น 10 และ โคโรลล่า เคอี 20 ด้วยอัตราการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศถึงร้อยละ 25

ยุคที่ 2 คือ ยุคแห่งการพัฒนา มุ่งมั่นบนเส้นทางแห่งการพัฒนาและเสริมสร้างความเชื่อมั่น (ระหว่าง พ.ศ. 2516 – 2525) ด้วยการขยายกำลังการผลิต ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 ใน ต.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ เป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีการประกอบโดยใช้สายพานการผลิตระบบแขนกลอัตโนมัติเชื่อมตัวถัง และระบบเคลือบสีป้องกันสนิม แคทไอออนอีดีพี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยยอดการผลิตในประเทศครบ 100,000 คัน ในปี 2523

ยุคที่ 3 ยุคหน้าโตโยต้า มุ่งหน้าสร้างความมั่นคง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทย (ระหว่าง พ.ศ. 2526 – 2535) ได้แสดงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ ด้วยการร่วมทุนก่อตั้ง บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด เพื่อผลิตเครื่องยนต์สำหรับรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและส่งออก พร้อมแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ทวินแคม 16 วาล์ว เป็นรายแรกของประเทศในรุ่น โคโรลล่า เออี 92 ทำให้สามารถประกอบรถยนต์ได้ครบ 500,000 คัน ในปี 2535

ยุคที่ 4 ยุคประชายานยนต์ สร้างสรรค์ยนตรกรรม เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ (ระหว่าง พ.ศ. 2536 – 2545) เปิดโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ เพื่อผลิตรถยนต์นั่ง โดยในปี 2539 สามารถผลิตรถยนต์ครบ 1 ล้านคัน ด้วยกำลังการผลิตจาก 3 โรงงานหลัก รวมถึงแนะนำเครื่องยนต์ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-I ครั้งแรกใน โคโรลล่า อัลติส และเปิดตัวรถ โตโยต้าโซลูน่า รุ่นแรก ที่วิศวกรชาวไทยมีส่วนร่วมในการออกแบบและใช้ชิ้นส่วนประกอบภายในประเทศกว่าร้อยละ 70

ยุคที่ 5 ยุคเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม บูรณาการความรับผิดชอบเพื่อสังคมไทย (ระหว่าง พ.ศ. 2546 – 2555) โดยเป็นบริษัทแรกที่แนะนำระบบไฮบริดเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งได้รับการยกระดับให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของรถกระบะขนาด 1 ตัน ในกลุ่มบริษัทโตโยต้า ภายใต้โครงการ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) เพื่อผลิตรถกระบะไฮลักซ์และรถเอนกประสงค์ฟอร์จูนเนอร์ ในปี 2550 ได้ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าบ้านโพธิ์ขึ้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับการขยายตัว ในประเทศ และส่งออกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้โตโยต้าสามาถผลิตรถยนต์ได้ครบ 5 ล้านคัน ในปี 2553 ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงครึ่งหนึ่งของการผลิตครบ 1 ล้านคันในอดีต

ยุคที่ 6 ยุคนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน สร้างสรรค์นวัตกรรมการขับเคลื่อน ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทุกคน (ระหว่าง พ.ศ. 2556 – ปัจจุบัน) แนะนำ ยารีส เอทีพ (Yaris ATIV) อีโคคาร์ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี และ Toyota C-HR ที่มาพร้อมกับ 4 เทคโนโลยีใหม่มาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า ได้แก่ ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 สถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense หรือ TSS) และระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว (Toyota T-Connect Telematics)

ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 56 ปี โตโยต้ามีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการลงทุนร่วมกับภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐาน การผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำหน้า ส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในประเทศให้สูงขึ้น จนก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 240,000 คน มีผู้ผลิตชิ้นส่วนลำดับแรก (first tier suppliers) 172 ราย และผู้แทนจำหน่ายฯ 155 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

ปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในปัจจุบัน คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้ยึดมั่นอยู่ในคุณภาพสูงสุด ภายใต้ระบบการผลิตแบบโตโยต้า หรือ Toyota Production System (TPS) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ปัจจุบันการผลิตของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มีกำลังการผลิต 750,000 คันต่อปี มีพนักงานกว่า 14,500 คน โดยยอดจำนวนการผลิต 10 ล้านคัน เกิดจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าทั้ง 3 แห่ง แบ่งออกเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 5.8 ล้านคัน และส่งออกจำนวน 4.2 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการส่งออกสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 2,589,000 ล้านบาท*
(*ตั้งแต่ปี 2535 – เดือนพฤษภาคม ปี 2561)

มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ โตโยต้าตระหนักดีว่า ความสำเร็จในวันนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากปราศจากซึ่งการช่วยเหลือและสนับสนุนจากทุกท่าน โตโยต้าย่อมไม่สามารถเติบโตได้ดังเช่นทุกวันนี้ ผมขอขอบคุณลูกค้าของเราที่มอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าเสมอมา และแสดงความขอบคุณไปยังรัฐบาลไทยที่ส่งเสริมและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์มาโดยตลอด ที่สำคัญผมขอขอบคุณท่านผู้แทนจำหน่ายและผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า รวมไปถึงผู้ถือหุ้น และพันธมิตรทางธุรกิจของเราสำหรับความร่วมมืออย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในโอกาสที่บริษัทได้ผลิตรถยนต์ครบ 10 ล้านคัน และขอขอบคุณบริษัท โตโยต้า มอเตอร์คอปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความไว้วางใจประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญ ความสำเร็จของโตโยต้าครั้งนี้ เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงการผลิตรถยนต์หลายโครงการที่สนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการผลิตรถ Pick-up การลงทุนรถยนต์ประหยัด Eco car เป็นผู้นำในการลงทุนผลิตรถยนต์ไฮบริด และแบตเตอรี่เป็นรายแรกด้วยมูลค่าการลงทุนเกือบ 20,000 ล้านบาท ตลอดจนถ่ายโอนความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศ และดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม 

บริษัทโตโยต้าจึงเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ภาคธุรกิจในการร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนตาม Thailand 4.0 Roadmap และผมขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับความสำเร็จในการผลิตรถยนต์ครบ 10 ล้านคัน และขออำนวยพรให้บริษัทฯ มีความเจริญก้าวหน้าและมั่งคงพร้อมยืนหยัดสร้างสรรค์การพัฒนาอุตสาหกรรม ยานยนต์ของประเทศไทยให้ก้าวไกลเป็นผู้นำในระดับโลก

มิจิโนบุ ซึงาตะ ยังกล่าวถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยและทิศทางในอนาคตว่า โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการจ้างงาน ควบคู่ไปกับการตอบสนองนโยบายของภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ในระดับโลก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันของประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับบริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยและการพัฒนาของวิศวกรไทยให้สูงขึ้น อีกทั้งยังสร้างสรรค์ยนตรกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่ดียิ่งกว่า (“Ever-better” Mobility) และจะเพิ่มการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และส่งเสริมการพัฒนาด้านบุคลากร เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างความสุขให้กับลูกค้า.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

56 ปีกับยอดการผลิตรถยนต์ครบ 10 ล้านคัน โตโยต้า เดินหน้าสานต่อความสำเร็จ 12 ก.ค. 2561 10:52 12 ก.ค. 2561 13:42 ไทยรัฐ