วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เอเย่นต์'นัดเจรจา ดูแลสิทธิประโยชน์ให้ 13 หมูป่า

ถ้าเอาเรื่องไปทําหนังฮอลลีวูด หมอให้พักฟื้น7วัน-กลับบ้าน ทุ่ม42ล.ปรับภูมิทัศน์ถํ้าหลวง


นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านทีวีพูลปิดจ๊อบภารกิจ "พา 13 หมูป่ากลับบ้าน" สำเร็จอย่างสวยงาม สำนึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบทุกข์ภัย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างชาติ เชิดชู “จ่าแซม” วีรบุรุษถ้ำหลวง เป็นผู้เสียสละ กล้าหาญ วอนสื่ออย่าขุดคุ้ยชีวิตเด็กๆ รอออกจากโรงพยาบาลจะให้มหาดไทยพาเที่ยว “พัทยา” ขณะที่ ผบ.ศอร. แถลงปิดศูนย์แล้ว จ่อสร้างพิพิธภัณฑ์ถ้ำหลวงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระดับโลก เตรียมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์เก็บกวาดฟื้นฟูคืนสภาพถ้ำหลวงให้กลับมาเหมือนเดิม ด้านแพทย์ระบุอาการ 13 ชีวิตปลอดภัยทุกคน พักฟื้นโรงพยาบาล 7 วัน ส่งกลับคืนสู่อ้อมกอดครอบครัว

ประสบความสำเร็จงดงามกับปฏิบัติการ “พา 13 หมูป่ากลับบ้าน” หลังเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนหลายหน่วยงานจากนานาประเทศทั่วโลก ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกู้ภัยเพื่อนำตัวนักเตะและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ทั้ง 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดค้างในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นานถึง 17 วัน ออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยทุกคน และส่งตัวไปฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางความดีใจของพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงคนไทยทั้งประเทศและผู้คนทั่วโลกที่ส่งแรงใจเชียร์ให้ภารกิจครั้งสำเร็จลุล่วงด้วยดี

เตรียมบิ๊กคลีนนิ่งถ้ำหลวง

ภารกิจภายหลังการช่วยเหลือนำนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน คืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวได้อย่างปลอดภัยแล้ว แต่ภารกิจของหน่วยงานต่างๆที่ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่ายังไม่เสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 07.00 น. บรรยากาศหน้าถ้ำหลวง ยังคงมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของทหาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยกู้ภัย ระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณด้านนอกถ้ำ เร่งเก็บขนย้ายข้าวของอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่จำเป็นในการใช้งานแล้ว เตรียมการบิ๊กคลีนนิ่งในวันเสาร์ที่ 14 ก.ค.นี้ พร้อมระดมอาสาสมัครมาช่วยกันทำความสะอาด เพื่อคืนพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ เข้าสู่สภาพปกติ

ปิดถ้ำหลวงจนถึงฤดูแล้ง

สำหรับสภาพในถ้ำหลวง หลังจากหน่วยซีล 3 นาย พร้อม พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ที่เข้าไปดูแลตรวจรักษา และฝึกสภาพความพร้อมให้กับทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำเป็นชุดสุดท้ายเมื่อหัวค่ำคืนที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้มีน้ำทะลักไล่ตามมาจนท่วมถ้ำ สร้างความแตกตื่นตกใจให้เจ้าหน้าที่ที่ออกมาพ้นถ้ำแล้ว เพราะหากช้ากว่านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หน่วยซีลทั้ง 4 นาย อาจต้องติดค้างอยู่ในถ้ำออกมาไม่ได้ จากการตรวจสอบภายหลังพบว่ากระแส น้ำที่ทะลักท่วมถ้ำ เกิดจากท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สูบโถง 3 หลุดออก เนื่องจากถูกใช้งานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน หลังกระแสน้ำในถ้ำสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในถ้ำออกไปก่อน และบางส่วนต้องปล่อยให้แช่น้ำไว้ เพราะหากฝืนฝ่ากระแสน้ำแรงเข้าไปเก็บกู้อุปกรณ์ อาจจะเกิดอันตรายกับเจ้าหน้าที่ได้ ต้องรอให้น้ำแห้งก่อนถึงจะไปเก็บกู้อุปกรณ์ คาดว่าอาจจะต้องทิ้งไว้จนถึงหน้าแล้ง และได้เตรียมประกาศปิดถ้ำหลวงห้ามใครเข้าไปจนกว่าจะถึงหน้าแล้ง

หน่วยซีลนัดสื่อเลี้ยงฉลอง

ส่วนศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวของกองทัพเรือ หน้าถ้ำหลวง ได้ทยอยเก็บอุปกรณ์และสัมภาระต่างๆ ใส่ตู้คอนเทนเนอร์นำกลับฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่กำลังพลจะเดินทางกลับด้วยเครื่องบิน ซี 130 ช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ค. และในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล จะไปร่วมแถลงข่าวปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) ณ อาคาร อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จากนั้น พล.ร.ต.อาภากร จะจัดเลี้ยงภายในให้แก่หน่วยซีลที่มาปฏิบัติงาน เพื่อขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน พร้อมเชิญสื่อมวลชนที่ทำงานร่วมกันมาพบปะสังสรรค์ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามทำข่าว ห้ามสัมภาษณ์ งดถ่ายภาพ ให้พบปะพูดคุยกันแบบสบายๆ หลังเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างหนัก

ทีมออสซี่ขอจดจำไปชั่วชีวิต

ที่ศูนย์แถลงข่าว อบต.โป่งผา เวลา 11.10น. นายเกล็น แม็คอีแวน ผบ.สหพันธ์ตำรวจออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมหมูป่าทั้ง 13 คนว่า ถือเป็นการมีส่วนร่วมที่เยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในช่วงแรกที่ยังไม่มีเครื่องสูบน้ำ การทำงานมีความซับซ้อน ยุ่งยาก เป็นอุปสรรคมาก จากนั้นเริ่มสูบน้ำและเข้าไปได้ถึงโถง 2 และ 3 ทำให้การทำงานดียิ่งขึ้น ปัญหาอุปสรรคอื่นๆเป็นเรื่องของการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ อาทิ ถังออกซิเจน ยารักษาโรค และอาหารที่จำเป็นในการกู้ภัย ที่มีน้ำหนักราว 20 ตัน เข้าไปในถ้ำ ความรู้สึกวันนี้คือ ภูมิใจ โล่งอก ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจและเกิดแรงบันดาลใจอย่างมาก เป็นช่วงเวลาที่จะจดจำไปตลอดชีวิต สำหรับทีมงานที่เข้ามาช่วยนอกจากทีมงานของตนแล้ว ยังมีทีมจากเชียงราย และจากสถานทูตฯ ที่ได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานด้วย

“คนบ้านดง” ผู้ปิดทองหลังพระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าฯยังมีกลุ่มบุคคลที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระ แต่สร้างผลงานสำคัญคือ กลุ่มชาวบ้าน บ้านดง หมู่ 2 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย เป็นผู้ออกตระเวนค้นหาโพรงต่างๆและช่องทางน้ำไหลเข้าถ้ำหลวง อาศัยภูมิปัญหาชาวบ้านใช้แกลบโรยตามสายน้ำเพื่อให้แกลบที่โรยไปไหลตามน้ำทะลุเข้าไปในถ้ำหลวง ตลอดจนถึงถ้ำทรายทอง และขุนน้ำนางนอน กระทั่งพบโพรงตาน้ำใกล้ลำห้วยมะกอก จุดนี้สามารถลดน้ำในถ้ำหลวงได้ชั่วโมงละ 1 ซม. จากนั้นช่วยระดมกันปิดช่องทางน้ำได้สำเร็จ นายนเรศ ปินตาวงค์ อายุ 32 ปี ผญบ.บ้านดง หมู่ 2 เผยว่า ชาวบ้านทุกคนดีใจภูมิใจที่มีส่วนช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ขณะนี้ชาวบ้านได้เปิดทางน้ำกลับมาเหมือนเดิมแล้ว

“ฮีโร่ลิบง” บินกลับถึงบ้านเกิด

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ปิดทองหลังพระอีกกลุ่มคือ ทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จ.ตรัง จำนวน 18 คน นำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผญบ.หมู่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่เป็นกลุ่มจิตอาสาเข้าร่วมภารกิจค้นหาทีมหมูป่า ได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิด จ.ตรัง แล้ว โดยเมื่อเดินทางถึงสนามบินหาดใหญ่ มีผู้มารอต้อนรับพร้อมชูป้าย “ฮีโร่ลิบง” หลังทำหน้าที่มุดโพรงถ้ำเพื่อค้นหาช่องทางเข้าถ้ำหลวง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของแผนการช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยอาศัยความชำนาญและประสบการณ์กว่า 30 ปีในการไต่ถ้ำของทีมเก็บรังนกเกาะลิบงมาช่วยค้นหา

เลขเด็ดถ้ำหลวงเกลี้ยงแผง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศควันหลง หลังปฏิบัติการกู้ชีพทีมหมูป่าสำเร็จสิ้น จากการสำรวจตลาดค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาด อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชาวบ้านนักเสี่ยงโชคพากันมาสั่งจองและซื้อสลากฯ เลข 13 หรือ 31 จนเกลี้ยงแผง เลขที่หาซื้อกันมากเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว 13 หมูป่า เช่น วันที่พบเจอทีมหมูป่า ตรงกับวันที่ 2 ก.ค. วันที่เจ้าหน้าที่ช่วยทีมหมูป่าออกมาวันแรกคือวันที่ 8 ก.ค. และช่วยออกมา 4 คน คือเลข 84 วันที่ออกมาจากถ้ำจนครบทุกคน คือวันที่ 10 ก.ค. จำนวนทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำมีทั้งหมด 13 คน จำนวนวันที่ติดอยู่ในถ้ำ 17 วัน จำนวนคนที่ช่วยออกมาทั้งสามชุด คือ 4-4-5 จำนวนหน่วยซีล 3 คน แพทย์ 1 คน และไปอยู่กับเด็ก 9 วัน คือ 319 อีกทั้งยังมีเลขจากหนึ่งในทีมซีลสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือ 01 ที่มีเซียนหวยกว้านซื้อกันจนเกลี้ยงแผงเช่นกัน

จัด รปภ.เฝ้าหน้าปากถ้ำ 24 ชม.

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปิดถ้ำหลวงแล้วตั้งแต่เวลา 10.00 น. ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ยังเตรียมการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมมากที่สุด เจ้าหน้าที่เริ่มทยอยขน อุปกรณ์ต่างๆออกจากถ้ำหลวงแล้ว และบางส่วนที่ยังขนออกไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำภายในถ้ำกลับมาสูงอีก ต้องเก็บไว้ก่อน และรอเข้าไปสำรวจในหน้าแล้งดูว่าสภาพภายในถ้ำมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรบ้าง และจะฟื้นฟูทั้งระบบต่อไป ยังบอกไม่ได้ว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไร ขณะนี้ได้จัดเวรยามเฝ้าปากถ้ำตลอด 24 ชม. และในอนาคตจะห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในส่วนลึกของถ้ำ หากไม่ได้รับการอนุญาตก่อน ส่วนแผนฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งแผนงานเร่งด่วน และแผนระยะยาวที่อาจต้องใช้เวลา ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ จะต้องสำรวจสภาพทั้งหมดก่อนนำมาประเมินเพื่อดำเนินการ

ทุ่มงบ 42 ล้านบาทฟื้นฟูสภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุทยานฯได้เตรียม เสนอแผนฟื้นฟูถ้ำหลวงกลับสู่สภาพเดิมในระยะเร่งด่วนต่อ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ คือ ปลูกต้นไม้จุดที่ปรับปรุงเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 2 จุด หลุมหรือปล่องที่ขุดเจาะสำรวจ จุดปิดกั้นเส้น ทางน้ำ และฝาย 5 แห่ง มาตรการในระยะยาวจะจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกด้าน พัฒนาถนนลาดยางแบบมีไหล่ทางและรางน้ำภายในและภายนอกแหล่งท่องเที่ยววนอุทยานถ้ำหลวง ระยะทาง 10 กม. พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่เป็นต้น เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินการกว่า 42 ล้านบาท

แพทย์แถลงอาการ 13 หมูป่า

ที่ห้องประชุม รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย เวลา 10.30 น. นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 แถลงข่าวว่า สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช ทยอยเข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8-10 ก.ค. ครบทั้ง 13 คนแล้ว ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน อายุ 14-16 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ล่าสุดเช้านี้อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี ลุกนั่งทำกิจวัตรประจำวัน รับประทานอาหารปกติได้ เริ่มกินอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ (1,800-2,000 กิโลแคลอรี) ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย ญาติต้องสวมชุดป้องกันตามมาตรฐาน การป้องกันควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย

เด็กปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน

นพ.ธงชัยกล่าวต่อว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. ล่าสุด เช้านี้อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติแล้ว ไม่ต้องปิดตา มองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย แต่ต้องสวมชุดป้องกัน และอยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดสัมผัสผู้ป่วย ส่วนผู้ป่วยกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน ทยอยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 18.34 น. วันที่ 10 ก.ค. อายุระหว่าง 11-25 ปี ผลการตรวจประเมินจากทีมแพทย์ พบแรกรับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดี ไม่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ผลเอกซเรย์พบมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน

ไม่มีใครติดเชื้อมาจากในถ้ำ

“ผู้ป่วยทุกคน ทีมแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ และให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินร่างกาย สายตา การมองเห็น โภชนาการ และสภาวะจิตใจ ได้ส่งตัวอย่างหาเชื้อไวรัสโรคอุบัติใหม่ที่อาจพบได้ ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มที่ 3 นี้ ตามเวลาที่กำหนดผ่านห้องกระจกเท่านั้น ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มที่กรุงเทพฯ ในผู้ป่วยกลุ่มแรกไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่เป็นอันตราย อาทิ โรคฉี่หนู ส่วนการตรวจอื่นอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติม ผู้ป่วยทั้งหมดได้เฝ้าดูแลตามมาตรฐานการควบคุมโรค 14 วัน เร็วสุดอยู่โรงพยาบาล 7 วัน พักฟื้นที่บ้าน 7 วัน” นพ.ธงชัยกล่าว

เฝ้าระวังโรคทีมกู้ภัยทุกคน

นพ.ธงชัยกล่าวอีกว่า ด้านสภาพจิตใจทุกคนดีมาก มีทีมดูแลกันมาแต่ในถ้ำ ไม่มีความเครียด 8 คนแรก พูดคุยกันได้ในพื้นที่ของตนเอง ส่วนอาการของโค้ชเอก ช่วงอยู่ในถ้ำไม่ได้รับอาหารเช่นเดียวกัน อาการยังปกติ ไม่ปรากฏสภาวะขาดอาหารรุนแรง จากการประเมินคนป่วยมีน้ำหนักลดลงคนละ 2 กก.ด้านสิทธิการรักษาพยาบาล ทุกคนได้รับสิทธิในฐานะประชาชนคนไทยทั่วไปที่มีบัตรประชาชนสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้แจกบัตรเฝ้าระวังโรค (health beware card) พร้อมคำแนะนำการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ถือบัตรเฝ้าระวังโรคไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ยังคงจัดชุดเฝ้าระวัง ดูแลผู้ปฏิบัติงานหน้าถ้ำหลวงอีก 2 วัน

สร้างอนุสรณ์รำลึกวีรกรรม

ที่วัดร่องขุน ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เผยว่า เตรียมนำศิลปินชาวเชียงราย 300 คน จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติประวัติ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีล ที่สละชีวิตในภารกิจช่วยเหลือ 13 หมูป่า ทั้งนี้ จะสร้างอนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ใช้งบประมาณส่วนตัวทั้งหมด เบื้องต้นจะเขียนรูปกว้าง 3 เมตร ยาว 13 เมตร เท่าจำนวนเด็ก 13 คน เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง ภาพนี้จะเก็บเอาไว้ที่ถ้ำหลวง โดยจะสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และจะมีรูปภาพอื่นประกอบด้วย จุดดังกล่าวจะเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของถ้ำหลวงไปในที่สุด แต่จุดที่จะสร้างอยู่ในเขตวนอุทยานฯ ดังนั้น จะต้องขออนุญาตจากกรมอุทยานฯก่อน

“บิ๊กตู่” แถลงทีวีพูลจบภารกิจ

เวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ว่า นับตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม 13 คน ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังช่วยเหลือเต็มความสามารถ บูรณาการความร่วมมือทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนา บัดนี้ ภารกิจค้นหาและกู้ภัยสำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัย ออกจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พระราชทานความช่วยเหลือ พระราชทานขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ขอจงทรงพระเจริญ ในนามรัฐบาลไทย ขอขอบคุณในความเสียสละและความมุมานะปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชนจิตอาสา และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลก ทำให้ภารกิจสำเร็จด้วยดี

ชู “จ่าแซม” เสียสละกล้าหาญ

“เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่นมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะคลี่คลายได้ แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา จะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการครั้งนี้อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของจ่าเอกสมานจะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญและประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

วอนสื่ออย่าขุดคุ้ยชีวิตเด็กๆ

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวถึงการดำเนินการหลังช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 คน ออกจากถ้ำหลวง ว่าการช่วยเหลือสำเร็จไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังเหลือขั้นตอนการฟื้นฟูทางการแพทย์ให้เด็กๆปลอดภัยก่อนจะส่งกลับบ้าน “ขอร้องสื่อบางครั้งการพูดตอบคำถามของเด็กก็พูดแบบเด็กๆก็อย่าไปขยายความให้ดูไม่สวยงาม ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาเลยให้เขาได้เรียนหนังสือดีกว่า ถือว่าเขารอดชีวิตออกมาแล้วก็เป็นชะตาชีวิตของเขา ที่ต้องเป็นคนดีต่อไปในสังคม อย่างคนที่ติดอยู่ในเหมืองชิลีเขาออกมาสัมภาษณ์บอกหลังจากได้รับการช่วยเหลือแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงดูเหมือนดี ทุกคนมาเอาใจใส่สัญญาในเรื่องต่างๆ ถึงเวลาก็หายเงียบ ตนคิดว่าประเทศไทยคงไม่ใช่แบบนั้น เราต้องดูแลคนที่ประสบภัยในสิ่งควรจะดูแลเขา”

ให้ มท.พาหมูป่าเที่ยวพัทยา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์การแถลงของ ผบ.ศอร. กรณีแคปซูลของอีลอน มัคส์ ใช้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ให้คนเข้าไปลองนอนลองลากดูแล้ว ไปดูในถ้ำว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณที่นำมาช่วย อย่าให้ทุกเรื่องเป็นดราม่า เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับเสียงสะท้อนชื่นชมบทบาทนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศอร. นายกฯกล่าวว่า “ท่านอยู่ตรงนั้นบทบาทของท่านก็ดี แต่ในส่วนของผมต้องรู้ทุกเรื่องเพราะต้องรับผิดชอบ” เมื่อถามถึงต่างประเทศจะนำเรื่องราวปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงไปทำเป็นภาพยนตร์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำภาพยนตร์ต้องขออนุญาตก่อน ว่าจะทำอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ มีคณะกรรมการภาพยนตร์ระดับชาติอยู่ เมื่อถามว่า นายกฯรับปากจะพาทีมหมูป่าฯไปเที่ยวพัทยา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เดี๋ยวกระทรวงมหาดไทยจัดการ”

ส่งนักดำน้ำต่างชาติกลับบ้าน

ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 11 และวันที่ 12 ก.ค.นี้ ทีมนักดำน้ำต่างชาติ 8 คนจะเดินทางกลับประเทศ ตนจะไปส่งพร้อมมอบใบแสดงความขอบคุณพร้อมของที่ระลึก จิตอาสาทุกคนมีความผูกพันกับพวกเราและทีมหมูป่าฯ คงจะกลับมาประเทศไทยอีก รัฐบาลไทยและ ททท.จะดูแลอย่างดี สำหรับนักประดาน้ำชาวอังกฤษที่จะเดินทางกลับในคืนวันที่ 11 ก.ค. คือนายจอห์น โวลันเทน 1 ใน 2 นักดำน้ำอังกฤษทีมแรกที่พบทีมหมูป่าฯ และนายเจสัน มัลลิสัน คืนวันที่ 12 ก.ค. ได้แก่ นายริชาร์ด วิลเลียม สแตนตัน นายคริสโตเฟอร์ จีเวลล์ นายไมเคิล จอห์น เครตัน นายแกรี มิทเชลล์ นายโจชัว เบรน แบชคีย์ นายคอนเนอร์ สจวร์ต ยอง และนายจิม วาร์นี นักดำน้ำชาวเบลเยียม ส่วนนายมาติน จอห์น เอลลิส ชาวอังกฤษ จะเดินทางกลับไปยังประเทศเดนมาร์ก

จ่ายเงินเยียวยาทายาทจ่าแซม

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ครั้งที่ 4/2561 เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของ จ.อ.สมาน กุนัน ในฐานะพลเมืองดี มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินสงเคราะห์แก่ทายาท เป็นเงินชดเชย 450,000 บาท และค่าจัดการศพ 45,000 บาท รวมเป็นเงิน 495,000 บาท กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ คลังจังหวัดเชียงราย ประสานการเบิกจ่ายเงินให้ทายาท และนางมณี สุระสังข คลังจังหวัดร้อยเอ็ด ประสานทายาทในการรับเงินต่อไป

ผบ.ศอร.แถลงปิดภารกิจกู้ภัย

เวลา 18.00 น. หน้าที่ทำการ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศอร.กล่าวว่า เปิดศูนย์ฯเพื่อกู้ภัยช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตมาต่อเนื่อง 17 วันแล้ว เมื่อวานนี้ได้ประกาศความสำเร็จไปแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้เกินคำว่า กู้ภัย กู้ชีพ แต่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของทุกชนชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน มีความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยี ความรู้ อุปกรณ์ต่างๆ ถึงแม้จะปิดภารกิจสืบค้นกู้ภัยได้ แต่ภารกิจสุดท้ายคือการส่งกลับ ทั้ง 13 คนถูกส่งไป รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนพื้นที่ถ้ำหลวงต้องฟื้นฟูให้กลับมามีสภาพป่าสมบูรณ์อีกครั้ง สิ่งสำคัญคือครั้งนี้เป็นครั้งแรกของโลกในการกู้ภัยผู้สูญหายในถ้ำที่มีน้ำเต็ม เราต้องถอดบทเรียนนำไปสอนเด็กๆให้รู้ถึงอันตรายของถ้ำของน้ำ หน่วยงานต่างๆ ต้องนำไปพัฒนาถึงวิธีการกู้ภัยในอนาคต

โซเชียลอย่ามองเด็กเป็นผู้ร้าย

“ต้องกราบขออภัย ผมต้องควบคุมพื้นที่บางครั้งอาจคิดว่าผมให้ข่าวช้าหรือปิดบังการให้ข่าว ในสภาวะวิกฤติมีความเป็นความตายของทั้ง 13 ชีวิต การตัดสินใจให้ข่าวอะไรจะอยู่บนพื้นฐานของทั้ง 13 ชีวิต บางครั้ง สื่ออาจไม่ได้ข่าวที่ตรงเวลาหรือล่าช้า แต่ยืนยันว่าทุกข่าวที่ออกจาก ศอร.เป็นข่าวจริง การทำงานในอนาคตของราชการไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานให้รวดเร็วกว่านี้ ยืนยันข่าวให้ได้เร็วกว่านี้ ในสายตาเจ้าหน้าที่ ศอร.ไม่ได้มองทั้ง 13 ชีวิตเป็นผู้ร้ายเหมือนที่สื่อออนไลน์บางสำนักเสนอข่าวไป แต่มองว่าเขาทั้งหมดคือเด็กน้อยที่ทำไปตามวิสัยเด็ก และสุดวิสัยที่น้ำเข้ามาทำให้เขาออกมาไม่ได้ เชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะรู้ว่าหลายร้อยล้านคนเฝ้าติดตามดูและให้กำลังใจเขา เชื่อว่าทุกคนจะเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่ดี เป็นคนที่มีคุณค่าและตอบแทนให้สังคมไทย” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

จ่อสร้างพิพิธภัณฑ์ท่องเที่ยว

ผบ.ศอร. กล่าวอีกว่า บุคลากรที่มาปฏิบัติการทุกคนเป็นอาคันตุกะที่ทรงคุณค่าของไทย หลังเสร็จภารกิจนี้ เราจะรวบรวมเรื่องเหล่านี้ไว้ทั้งหมด เครื่องมืออุปกรณ์จะรวบรวมเช่นกัน ถ้ำหลวงจะเปิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ทุกคนทั่วโลกได้มาศึกษา ให้นักดำน้ำทั้งโลกมาเรียนรู้ สำหรับ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซมที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ เราทุกคนเสียใจและนำความเสียใจเป็นพลังมุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จ ขอบคุณวีรกรรมของจ่าแซม และขอแสดงความเสียใจกับ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส นักดำน้ำคนสำคัญที่ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต หลังภารกิจเสร็จพ่อของหมอแฮร์ริสได้เสียชีวิตลง ขอให้ทุกคนร่วมให้กำลังใจคุณหมอ ขอบคุณในน้ำใจอย่างซาบซึ้ง หากไม่มีหมอแฮร์ริส ภารกิจคงไม่สำเร็จ

ผบ.ซีลยอมรับภารกิจสุดหิน

พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) กล่าวว่า เมื่อได้รับการร้องขอจาก จ.เชียงราย ให้มาช่วยผู้ประสบภัยในถ้ำ กำลังพลชุดแรก 20 คน ลุยเข้าถึงสามแยกในถ้ำหลวง แต่ผ่านช่องทางนั้นไม่ได้เพราะน้ำซัดทรายมาทับถม นักดำน้ำไปถึงพัทยาบีช พบแต่รอยเท้าแต่ไม่พบคน ดำน้ำไปต่อไม่ได้ต้องล่าถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ จากสามแยกถอยมาถึงโถง 3 วันรุ่งขึ้นได้เร่งมือสูบน้ำ หลังสู้กันทั้งคืนเราสู้น้ำไม่ได้ กว่าจะออกจากถ้ำได้ก็ 10 โมงเช้า เป็นความยากลำบาก ต้องระดมกำลังพลรอบ 2 รอบ 3 ที่สุดเราสามารถตั้งกองบัญชาการได้ที่โถง 3 และใช้ขวดอากาศ 200 ขวด ได้รับบริจาคจากเอกชน และได้รับพระราชทาน 200 ขวด รวม 400 ขวด วางขวดอากาศ 1 คนวางไว้ 3 ขวด ตามจุดต่างๆ ด้วยความร่วมมือของนักดำน้ำไทยและต่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำในถ้ำโดยตรง กระทั่งนักดำน้ำชาวอังกฤษไปเจอเด็กๆที่เนินนมสาว ก่อนจะนำทั้ง 13 คนออกมาได้ครบ

เอเย่นต์ฮอลลีวูดสนใจทำหนัง

วันเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อจาก นายแมทท์ เดลเพียโน แห่งครีเอทีฟ ทาแลนซ์ เอเจนซี เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของศิลปินและนักกีฬาดัง หลายคน ให้ความสนใจเรื่องราวของทีมหมูป่าอะคาเดมีฯ ในแง่ของการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดด้วย “เขาเพิ่งอีเมลติดต่อมาวันนี้ (10 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 11 ก.ค.) ว่าอยากจะพบนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศอร.ที่ จ.เชียงราย ได้นัดกันวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. เขาจะมาพบ และสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปเชียงราย สถานกงสุลฯ จะประสานงานเรื่องนี้กับนายณรงค์ศักดิ์ เขาต้องการเป็นเอเย่นต์ให้น้องๆทีมหมูป่า รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง เป็นคนดูแลผลประโยชน์ให้หากจะนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์จริงๆ” นายธานีกล่าว

สหรัฐฯยินดีปฏิบัติการสำเร็จ

นายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย แถลงถึงปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ระบุยินดีกับทางการไทยและหน่วยงานจากนานาประเทศที่ประสบความสำเร็จช่วยเหลือเยาวชนผู้กล้าหาญทั้ง 12 คนและผู้ฝึกสอนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ชาวไทยทุกแห่งหนต่างเต็มเปี่ยมด้วยความหวัง ผู้คนมากมายจากทั่วโลก ร่วมส่งแรงใจให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้สนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้ ประเทศไทยเป็นผู้นำภารกิจ รัฐบาลสหรัฐจะระลึกถึงความเป็น วีรบุรุษ ความกล้าหาญและความเสียสละของ จ.อ. สมาน กุนัน ตลอดไปด้วย

สื่อนอกชี้เรื่องคล้าย “เดอะ 33”

สื่อสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานระบุภารกิจช่วยเหลือกู้ภัยกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ติดค้างอยู่ในโพรงถ้ำน้ำท่วมสำเร็จลุล่วงลงด้วยดี เรื่องราวเหตุการณ์นี้กำลังถูกหยิบยกไปบอกเล่าอีกครั้งผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวูด เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่มีการช่วยเหลือกู้ภัยกลุ่มคนงานเหมืองแร่ในชิลี 33 ชีวิต ติดค้างอยู่ภายใต้เหมืองถล่มใต้ดินลึกราว 700 เมตร นานถึง 69 วัน เมื่อช่วงปี 2553 กระทั่งกลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ 33” เมื่อปี 2558 นายไมค์ เมดาวอย ผู้กำกับรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ “เดอะ 33” ระบุเนื้อหาการช่วยเหลือกู้ภัยเด็กๆในไทยน่าสนใจอย่างยิ่งที่จะถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ ส่วนสำนักข่าวเอเอพีของออสเตรเลีย ระบุผู้ผลิตภาพยนตร์เพียว ฟลิกซ์ อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลภารกิจกู้ภัยในประเทศไทยครั้งนี้ แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ เพียงระบุว่าการนำเรื่องราวของเด็กๆเหล่านั้นไปสร้างภาพยนตร์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเด็กๆเหล่านั้นก่อน

นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านทีวีพูลปิดจ๊อบภารกิจ "พา 13 หมูป่ากลับบ้าน" สำเร็จอย่างสวยงาม สำนึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบทุกข์ภัย 12 ก.ค. 2561 00:11 12 ก.ค. 2561 04:09 ไทยรัฐ