วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอสซีจี นำทัพ ดึงทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในงาน “SD Symposium 2018”

ในขณะที่สังคมมนุษย์พัฒนาขึ้นทุกวัน สิ่งหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมกันเป็นเงาตามตัวก็คือจำนวนประชากรโลก ซึ่งก็หมายถึงการอุปโภคบริโภคทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์นั้นก็ย่อมจะมากขึ้นตามไปด้วย จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง มันอาจจะถึงวันที่ทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีไม่เพียงพอกับความต้องการของมนุษย์อีกต่อไป

แนวคิดของเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งหมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรในระบบที่ผลิตขึ้นมาแล้ววนกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้งานใหม่อีกครั้งจึงค่อยๆ ถูกพูดถึงมากขึ้น และหลายๆ หน่วยงานก็เร่ิมที่จะทำการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อนำไปบูรณาการกับธุรกิจต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟูและส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรโลกไปพร้อมๆ กัน

เอสซีจี เป็นหน่วยงานเอกชนชั้นนำรายแรกๆ ของประเทศไทยที่ตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้มีการจัดงานสัมมนาระดับโลกในประเทศไทย “SD Symposium 2018” ภายใต้แนวคิด “Circular Economy: The Future We Create” ไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะดึงองค์กรชั้นนำ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ SME สตาร์ทอัพ ชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและต้นแบบความสำเร็จเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริโภค จนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบ สู่การเติบโตอย่างสมดุลของธุรกิจ คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาถึงกว่า 1,000 คน สะท้อนถึงความตระหนักและการเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติขององค์กรต่างๆ ในไทยเป็นอย่างดี

“SD Symposium 2018” เป็นงานสัมมนาทางวิชาการที่ว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่ง เอสซีจี จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเด็นต่างๆ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ชูแนวคิด Circular Economy โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องไปกับแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลได้ดำเนินการตาม Roadmap การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของทรัพยากรโลกที่ลดลง โดยมีใจความสำคัญทั้งนโยบายส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียอย่างเหมาะสม รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้วยหลักธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการสร้าง Circular Economy ให้เกิดขึ้นได้จริงนั้น เพียงกำลังของรัฐบาลเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ แต่ต้องเป็นการร่วมมือกันของภาคเอกชนและภาคประชาชน ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีหลายองค์กรชั้นนำได้เริ่มต้นในแนวทางนี้แล้ว เช่นในส่วนของ เอสซีจี ที่ทางด้าน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้เล่าถึงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในเอสซีจีนั้น มีการขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

หนึ่ง Reduced material use และ Durability คือการลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต เช่น กระดาษลูกฟูก

สอง Upgrade และ Replace คือการพัฒนานวัตกรรมเพื่อทดแทนสินค้าหรือวัตถุดิบชนิดเดิม

และ สาม Reuse และ Recycle คือการเพิ่มความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่

นอกจากนี้ เอสซีจียังสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์ โดยล่าสุดได้ร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ในการนำพลาสติกรีไซเคิลมาเป็นส่วนผสมในการทำถนนยางมะตอย เพื่อช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในทะเลและชุมชน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของถนนจากคุณสมบัติของพลาสติก และช่วยลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการทำถนนได้

และนอกจาก เอสซีจี จะมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งให้งานสัมมนา “SD Symposium 2018” ครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนแล้ว ภายในงานครั้งนี้ยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Green Event ด้วยการใช้วัสดุในการจัดงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ พร้อมปรับอุณหภูมิห้องจัดการให้อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังเชิญชวนผู้ร่วมงานให้มีส่วนร่วมลดภาวะโลกร้อนด้วยการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะและแต่งกายโดยไม่ใส่สูท จากนั้นเอสซีจีจะปลูกต้นไม้ควบคู่กับการใช้ Carbon Credit ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากลมร้อนเหลือทิ้งในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ เพื่อชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากการจัดงานครั้งนี้ให้เป็นศูนย์อีกด้วย (Carbon Neutral)

นับได้ว่างานสัมมนาครั้งนี้ เป็นงานที่จัดขึ้นโดยมีความเป็นมิตรกับทรัพยากรโลกอย่างแท้จริง และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด Circular Economy เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยและอาเซียนให้ก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไปในอนาคต

แนวคิดของเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนหรือ Circular Economy ซึ่งหมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรในระบบที่ผลิตขึ้นมาแล้ววนกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้งานใหม่อีกครั้งจึงค่อยๆ ถูกพูดถึง... 11 ก.ค. 2561 13:40 11 ก.ค. 2561 17:22 ไทยรัฐ