วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมูป่าติดถ้ำรอดแล้ว นาทีร้อนๆสื่อชิงข่าว

“ไทยรัฐออนไลน์” รายงานข่าววันที่ 7 ก.ค. 2561 เวลา 22.35 น. “หน้าถ้ำหลวงผิดไปจากเดิม มีสแลนสีเขียวกางกั้น ขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก” 

บรรยากาศที่ด้านหน้าถ้ำหลวง เจ้าหน้าที่นำสแลนสีเขียวมากั้น ปิดทางเข้าถ้ำทั้งหมด ทำให้ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะที่สื่อพักดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก... 

เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 7 ก.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ด้านหน้าถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ค่ำคืนนี้แตกต่างออกไปจากทุกวัน เอาไว้เช่นนี้...

น่าสนใจด้วยว่า...จุดสแตนด์บายรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไม่มีสแลนปิดทางเข้าออกแต่อย่างใด

แล้วเมื่อเวลา 22.05 น. สิ่งที่ทุกคนในพื้นที่ไม่ปรารถนาก็เกิด เมื่อมี “ฝนตก” ลงมาอย่างหนักไม่ขาดสาย...เข้าวันที่ 5 ก.ค.2561 เวลา 00.03 น. จุดจอดรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพียง 1 คัน เวลาเกือบตีหนึ่ง เจ้าหน้าที่นำสแลนมาคลุมปิดเพิ่มอีกหนึ่งชั้นบริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง

เจ็ดโมงเช้าแล้ว...มีฝนตกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่แจ้งให้สื่อมวลชนขนของออกจากพื้นที่ให้เรียบร้อยภายในเวลา 09.00 น., ผู้บัญชาการศูนย์ฯได้เดินทางมาถึง เตรียมขึ้นไปประชุม, ขบวนรถ มท.1 เดินทางมาถึงพร้อม ประชุม, รถพยาบาลจอดสแตนด์บายอยู่ตอนนี้ 9 คัน กำลังทยอยขึ้นมาจนครบทั้ง 13 คัน

เจ็ดโมงครึ่ง....ญาติๆเดินเข้าไปในถ้ำ และหน่วยซีล 2 ชุด ประมาณ 20 คน เดินทางมาถึงเตรียมปฏิบัติการ

เช้าวันที่ 8 ก.ค.2561 เข้าสู่วันที่ 15 ของภารกิจการช่วยเหลือและกู้ภัย นำทีมฟุตบอล “หมูป่า อะคาเดมี 13 ชีวิต” ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สถานการณ์...บริเวณหน้าถ้ำหลวง มีการประกาศให้สื่อมวลชนนานาชาติที่มาปักหลักอยู่ตั้งแต่วันแรกไปลงทะเบียนที่ อบต.โป่งผา ซึ่งอยู่ด้านนอกติดถนนทางไป อ.แม่สาย ห่างไป 5 กิโลเมตร ภายใน 1 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน พื้นที่ลานกว้างบริเวณ รพ.สนาม ที่ใช้จอดรถพยาบาล ก็มีรถพยาบาลทยอยขึ้นมาจอดจนครบทั้ง 13 คัน ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ผู้ปกครองเด็กเดินลงไปที่ปากถ้ำแล้ว...

“8 กรกฎาคม 2561” คือ “วันดีเดย์” ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์แถลงข่าวในช่วงสาย เพราะระดับน้ำต่ำสุด เมื่อวานสูบน้ำออกได้ 30% น้อยที่สุดแล้ว หากรอพายุลูกใหม่จะเข้ามา

โถง 1-3 เดินทะลุกันหมดแล้ว...แสดงว่าใช้วิธีเดินออก

เช้านี้ 10 โมง ทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ “รวมดาราโลก” 13 คน บวกกับทีมซีลไทย 5 คน เข้าไปทำหน้าที่แล้ว มีคนดูแลเด็ก 1 คนต่อซีล 2 คน เด็กๆและผู้ปกครองรับทราบ เห็นด้วยและพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจกับการปฏิบัติการ หมอตรวจสอบแล้วว่าพร้อม...ทุกฝ่ายซ้อมหลายครั้งจนเชื่อว่าจะพร้อมที่สุดแล้ว

เร็วที่สุดน่าจะ 3 ทุ่ม ค่อยๆทยอยออกมาทีละคน

“Warat Karuchit” โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมเปิดประเด็นเป็นห่วงเด็กกับการทำข่าวของสื่อเอาไว้น่าสนใจว่า “การทำข่าวเชิงรุก (proactive journalism)”...คือการทำข่าวจากการคิดหาประเด็นใหม่ๆที่แตกต่าง และน่าสนใจ ที่คนอื่นยังคิดไม่ถึง ผลที่ได้คือชิ้นงานข่าวที่โดดเด่น และมีประโยชน์

และ...มักจะไม่ต้องไปละเมิดสิทธิใคร เพราะไม่ต้องไปแย่งแหล่งข่าว “การทำข่าวเชิงรับ (passive journalism)”...คือการทำข่าวจากการรอเก็บข้อมูลที่สำนักข่าวต่างๆรอเหมือนๆกัน จากแหล่งข่าวเดียวกัน ผลที่ได้คือชิ้นงานข่าวที่เหมือนๆกับสำนักข่าวอื่นๆ ไม่มีความโดดเด่นและไม่น่าสนใจ และอาจจะต้องละเมิดสิทธิแหล่งข่าวในการไปแย่งสัมภาษณ์

ส่วนการทำข่าวที่ไปรุกไล่สัมภาษณ์แหล่งข่าวแบบไม่มีกาลเทศะ หรือขุดคุ้ย ละเมิดสิทธิส่วนตัวเพื่อให้ได้ภาพและข้อมูลของแหล่งข่าว ไม่ใช่การทำข่าวเชิงรุก แต่เป็น...“การทำข่าวเชิงรับแบบก้าวร้าว” (aggressive passive journalism) ป.ล.คำศัพท์ทั้งหมด ไม่ต้องเอาไปตอบข้อสอบนะครับ ผมคิดขึ้นมาเอง

ย้อนไปก่อนหน้า “Warat Karuchit” ได้โพสต์ประเด็นที่ว่า...“ถ้าไม่ทำข่าวเด็กๆ แล้วจะทำข่าวอะไร?”

เมื่อสองวันก่อน ผมโพสต์ลิสต์คำถามที่ควรถามและไม่ควรถามน้องๆไว้ เมื่อน้องๆออกมาจากถ้ำ แต่จริงๆทางเลือกแรกคือการที่สื่อ “ไม่ต้องสัมภาษณ์เด็กๆเลย” ในระยะแรก ไม่ยื่นไมค์ ไม่ตะโกนถาม ไม่รุมถ่ายรูป ซึ่งจะเป็นไปได้ทางกองอำนวยการต้องมีการบริหารจัดการ เตรียมป้องกันกองทัพนักข่าวด้วยครับ

ไม่เช่นนั้น...จะเกิดภาพเหมือนที่เพื่อนน้องโดน และจะต้องมีใครที่ “กล้า” ข้ามเส้นจริยธรรม เข้าไปถ่ายภาพและยื่นไมค์ให้เด็กๆ...(ดังเช่นกรณี ปอ ที่มีหลายค่าย “ข้ามเส้นกั้น” จริยธรรมสื่อ)

แล้วผมก็เพิ่งจะโพสต์ไปว่า สื่อไม่ควรทำข่าวชีวิตส่วนตัวเด็กๆเลย เพราะฉะนั้นสื่อก็คงจะถามว่า “ถ้าไม่ทำข่าวเด็กๆ แล้วจะทำข่าวอะไร?” เพราะคนก็ยังสนใจข่าวนี้อยู่

คำตอบผมก็คือ “ยังมีอะไรให้ทำข่าวอีกเยอะแยะเลยครับ” เช่น วิเคราะห์แนวทางที่เป็นไปได้ในการช่วยเหลือเด็กๆ แต่ละวิธีมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง...แต่ต้องระวังไม่ให้ไปกดดันเจ้าหน้าที่ ไม่ฟันธงว่าวิธีไหนดีที่สุด หรือวิธีไหนห้ามทำ เป็นวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่

เปรียบเทียบการดำน้ำในถ้ำกับน้ำในสระ และน้ำทะเล, วิธีการเอาตัวรอด จากการติดอยู่ในที่ต่างๆ, สภาพร่างกายเมื่อขาดอาหาร ขาดน้ำนานๆ และการปรับตัว, ปฏิบัติการกู้ภัยกรณีต่างๆของไทยและต่างประเทศ เช่น “10 ปฏิบัติการกู้ภัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (หรือในรอบ 10 ปี)”

สัมภาษณ์ผู้เคยรอดชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ให้สอนบทเรียน ให้กำลังใจ, การปรับตัว ปรับสภาพจิตใจ หลังผ่านเหตุการณ์วิกฤติ, อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่ใช้ในภารกิจนี้, ถ้ำในประเทศไทยมีกี่แห่ง แต่ละแห่งมีความแตกต่างน่าสนใจอย่างไร, สุดยอดถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

การสำรวจถ้ำในประเทศต่างๆ, ชีวิตนักดำน้ำในถ้ำ (cave diver), หินงอกหินย้อย เกิดขึ้นอย่างไร มีกี่แบบ, หน่วยซีลคือใคร ต้องฝึกอย่างไร อาจสัมภาษณ์ซีลที่เปิดเผยตัวได้ หรือเกษียณแล้ว, ข้อควรระวังในการท่องเที่ยวหน้าฝน, พระราชกรณียกิจ ร.9 ที่ดอยผาหมี

นักกีฬาไทยที่เป็นชนกลุ่มน้อย, บุคคลชนกลุ่มน้อย หรือชาติพันธุ์ ที่น่ารู้จัก น่ายกย่อง, การส่งเสริมนักเรียนในโรงเรียนบนดอย ทั้งเรื่องกีฬาและการเรียน (อาจกล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพฯ ในการส่งเสริมโรงเรียนชายขอบก็ได้)

ข้อมูลที่แชร์กัน เรื่องไหนจริง เรื่องไหนมั่ว ความรู้เท่าทันสื่อในสถานการณ์วิกฤติ, มารยาท จรรยาบรรณของสื่อและผู้ใช้สื่อ ในสถานการณ์วิกฤติ อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มาตรฐานต่างประเทศเป็นอย่างไร, ความโปร่งใสของโครงการที่ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ไม่ยอมเซ็นอนุมัติ...

และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ต้องไปยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเด็กและโค้ช

“บันทึกภารกิจโหดช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน” เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีมากๆแล้ว เชื่อว่า...ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกแน่นอน.

“ไทยรัฐออนไลน์” รายงานข่าววันที่ 7 ก.ค. 2561 เวลา 22.35 น. “หน้าถ้ำหลวงผิดไปจากเดิม มีสแลนสีเขียวกางกั้น ขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก” 11 ก.ค. 2561 11:32 11 ก.ค. 2561 11:45 ไทยรัฐ