วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก : “Football´s Coming Home”

โดย ป๋อง กพล

ตลอดระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนที่กลบทุกกระแสฟุตบอลโลก ออกไปจากคนไทยได้มากที่สุด เท่ากับข่าว ของน้องๆ ทั้ง 13 คน จากทีมหมูป่า ไปได้เลยนะครับ ต้องถือว่าเป็นข่าวที่น่าตกใจมากๆ สำหรับคนไทยทุกคน ที่น้องๆ ทั้ง 13 คนต้องไปผจญชะตากรรมแบบไม่ทันได้ตั้งตัว จะด้วยสาเหตุกลใดก็ตามแต่ จะเพราะภัยธรรมชาติ หรือว่าเพราะความซนประมาท ก็บอกได้เลยว่าในช่วงเวลานั้น ทุกๆ คนได้แต่ส่งกำลังใจไปขอให้พบน้องๆ อย่างเร็ววัน เราได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของหลายๆ คนที่มาร่วมตัวกันจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อค้นหาเด็กแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ คนละไม้คนละมือ จนในที่สุด ความตั้งใจก็ทั้งหมดก็มาสัมฤทธิผล เมื่อเราได้เห็นภาพข่าวที่กระจายออกไปทุกๆ ช่องว่า พบเจอน้องๆ ทั้ง 13 ชีวิตเรียบร้อย และทุกคนปลอดภัยดี มันก็เหมือนเป็นน้ำทิพย์ที่ชโลมใจคนไทยทั้งประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เท่ากับว่าตอนนี้ เมื่อเจอน้องๆ แล้ว สิ่งที่เราเฝ้ารอต่อไปก็คือ เมื่อไหร่ พวกน้องๆ จะได้กลับออกมาเท่านั้นเอง ตรงนี้ก็ต้องอยู่ที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นล่ะครับ พวกเราอยู่ทางนี้ก็ได้แต่เอาใจช่วยให้น้องๆ กลับมาได้อย่างรวดเร็ว เอาใจช่วยนะครับ ทุกคน

แต่ทว่าหลายคนอาจจะงงๆ ว่าแล้วที่ผมจั่วหัวไว้ข้างบน มันเกี่ยวอะไรกับที่เขียนถึงน้องๆ หรือครับ ที่จริงก็ไม่เกี่ยวหรอกครับ แต่ทว่า ก็มีอีกกลุ่มนึงนะครับ ที่รอคอยการกลับมาของการสัมผัสถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์อีกสักครั้ง นั่นก็คือ สิงโตคำราม อังกฤษ ทีมขวัญใจชาวไทยอีกทีมนึงในฟุตบอลโลกหนนี้ หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สามารถทำลายอาถรรพณ์การดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ตลอดระยะเวลาที่ผมเฝ้าติดตามฟุตบอลมา ผมบอกตามตรงเลยว่า ผมเห็นภาพความผิดหวังของพวกเค้ามาหลายครั้งหลายคามากๆ ก่อนหน้านี้ทีมสิงโตคำรามเคยดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกมาแล้ว 3 ครั้ง ปรากฏว่าพวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้ง 3 ครั้ง เริ่มจากแพ้เยอรมันตะวันตกในปี 1990, แพ้อาร์เจนตินาในปี 1998 และแพ้โปรตุเกสในปี 2006 ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เลวร้ายมากๆ นะครับในความรู้สึกผม มันเหมือนมีอะไรต้องมนต์ให้พวกเค้าต้องพ่ายแพ้ในสถานการณ์แบบนี้ตลอดเวลา จนกลายเป็นฝันร้ายของคนทั้งประเทศ แต่ทว่าฝันร้ายเหล่านั้น ได้ถูกลบออกไปเรียบร้อย เมื่อทุกคนรวมใจกัน จนสามารถผ่านมันไปได้

เท่ากับว่า เราจะได้เห็นว่า สิ่งที่กุนซืออย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต วางหมากไว้ตั้งแต่รอบแรก ที่ยอมที่จะโดนด่าในการวางแผนหลบหลีกทีมใหญ่ๆ ที่รอคอยพวกเค้าอยู่ในอีกฟากฝั่งหนึ่งนั้น สัมฤทธิผลไปแล้ว 1 ก้าว และตอนนี้มันเหลืออีกแค่ 2 ก้าวเท่านั้น ที่ฝันของพวกเค้ากำลังจะเป็นจริง นั่นก็คือ ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งคู่ต่อกรของพวกเค้าที่รอยู่นั้น ก็ถือว่า พอจะสู้กันได้แบบสูสี ไม่ว่าจะเป็นสวีเดนที่รออยู่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งสถิติที่ออกมา ในการเจอกันนั้นก็ถือว่าสูสีมากๆ เรียกได้ว่าออกเบียดเลยทีเดียว ซึ่งผมก็แอบมองว่า นัดนี้ อังกฤษ น่าจะเฉือนเอาชนะไปได้แบบหืดขึ้นคอ และคู่ต่อกรที่จะรอเค้าอยู่นั้น ก็คงหนีไม่พ้น ทีมตาหมากรุกแน่นอน ซึ่งก็ถือว่าสูสีและถ้าเป็นแบบนั้น ก็ถือว่าจะเป็นการเจอกันในรอบ 10 ปี หลังจากที่ทั้งคู่เคยอยู่ในกลุ่มเดียวกันตอนฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ในปี 2010 ซึ่งในตอนนั้น อังกฤษ สามารถเอาชนะไปได้ทั้งเหย้าและเยือน ซึ่งถ้ามันยังคงเป็นแบบนั้นจริงๆ เราจะได้เห็นทีมชาติอังกฤษได้หลุดเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

ซึ่งผมบอกเลยว่าอยากเห็นมากๆ เพราะว่าปีนี้ เค้าดูเหมือนจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากๆ ไม่เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ที่โหมข่าวกันจนเหมือนกับว่า เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ซึ่งสุดท้ายก็ไปไม่ถึงไหน แต่ปีนี้ละครับ มันใกล้มากๆ ละ ใกล้จนหลายคนแอบฝันได้เลยว่า แชมป์นั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม ใกล้จนเราสามารถที่จะแอบฝันได้ ใกล้จนชนิดที่ว่า คนทั้งประเทศไม่ต้องอิจฉาทีมอื่นอีกต่อไป บอกได้คำเดียวเลยว่า ผมเอาใจช่วยนะครับ ซึ่งกว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง เราคงรู้แล้วว่า ทีมไหน ได้แชมป์โลกไปครอบครอง เพราะฉะนั้นแอบฟันธงไปก่อนเลยนะครับว่า คู่ชิงก็คือ ฝรั่งเศส กับอังกฤษ ถ้าไม่ใช่ละก็บอกได้เลยว่า ตัวใครตัวมันละครับ วันนี้ลาไปก่อนนะครับ สวัสดี

ป๋อง กพล

สิงโตคำราม อังกฤษ ทีม ขวัญใจชาวไทยอีกทีมหนึ่งในฟุตบอลโลกหนนี้ หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สามารถทำลายอาถรรพณ์การดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ 6 ก.ค. 2561 09:18 7 ก.ค. 2561 08:08 ไทยรัฐ