วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ถ้ำสุญญากาศ' วิกฤติหนัก หากออกซิเจนหมด เร่งช่วย 13 ชีวิต นักจิตวิทยาคุยครอบครัว

เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยต้องถอยออกมา เมื่อทีมทหารมืออาชีพอย่าง "หน่วยซีล" หรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) เดินทางถึงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเข้าช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นระยะเวลาล่วงเลยมาเข้าวันที่ 3 ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กๆ ต่างเฝ้ารอการค้นหาลูกหลานอย่างใจจดใจจ่อบริเวณหน้าปากถ้ำ 

ปัญหาที่เหมือนจะหนักหน่วงที่สุดตอนนี้คือ อากาศภายในถ้ำซึ่งค่อนข้างจะมีให้น้อย แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ทีมติดตามตัวยังต้องนำถังออกซิเจนเข้าไปด้วยเพื่อช่วยในการหายใจ เมื่อไหร่ที่ออกซิเจนในถังหมด ต้องเดินออกมาตั้งหลักผลัดเปลี่ยนให้อีกชุดแตะมือเข้าไป ขณะเดียวกันได้มีนักจิตวิทยาเข้าพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้ง 13 ราย โดยตั้งเต็นท์ให้พักกันหน้าปากทางเข้าถ้ำ เพื่อคลายความกังวลใจ 

ต่อมาทาง พ.ต.อ.คมสันต์ สอาดล้วน ผู้กำกับ สภ.แม่สาย ได้ให้ข้อมูลล่าสุดกับทาง "ไทยรัฐออนไลน์" เกี่ยวกับภาวะออกซิเจนภายในถ้ำที่เหลือน้อยเต็มที โดยระบุว่า ถ้ำดังกล่าวค่อนข้างลึก เส้นทางเดินเข้าไปสุดลำบากและจะมีจุดพักแต่ละช่วง ห่างกันจุดละเกือบ 1 กิโล อีกทั้งยังประสบปัญหาใหญ่อีกอย่างคือ เวลาน้ำขึ้น น้ำก็จะไปปิดปล่องอากาศทำให้ออกซิเจนน้อยลง ภาวะการขาดอากาศหายใจอาจเกิดขึ้นได้

"ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำพัดลม ระบายอากาศ เข้าไปจ่อภายในถ้ำ เพื่อช่วยเหลือในการหายใจ ส่วนช่วงรอยต่อของถ้ำข้อมูลพบว่า มีช่องโหว่เปิดทางให้อากาศเข้ามาบ้างแต่ไม่มากนัก ดังนั้น ออกซิเจนในถ้ำจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือ 13 ชีวิตให้ทันท่วงที และเชื่อว่าหน่วยซีล จะสามารถค้นหาทุกคนเจอเร็วๆ นี้ครับ" 

ขณะที่ นายอนุกูล สอนเอก นักสำรวจวิจัยทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมปีนเขาเอเวอร์เรสต์ปี 2007 ได้ระบุในหัวข้อ “ถ้ำสุญญากาศ”  หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในบางบริเวณของ "ถ้ำ" ซึ่งที่มีสัดส่วนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศสูงกว่าปรกติ ส่วนใหญ่จะส่งผลให้ก๊าซออกซิเจนในอากาศลดลงด้วย เมื่อจุดไฟแช็กจะไม่ติดไฟเพราะออกซิเจนในอากาศไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้


เมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นประกอบกับบางบริเวณไม่มีการไหลเวียนของอากาศทำให้มีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเรื่อยๆ จากการสำรวจถ้ำหลายแห่งในประเทศไทยพบว่าปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์มีระดับตั้งแต่ปกติ คือประมาณ 0.034 เปอร์เซ็นต์ของอากาศจนถึงระดับที่มากกว่าปกติตั้งแต่ 5% ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับที่อันตรายต่อร่างกายของคน

การสะสมตัวของ คาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นในบริเวณที่มีความเหมาะสม เช่น โถงถ้ำมีขนาดเล็ก ทางเข้าออกมีทางเดียว ถ้ำที่เป็นเหวลึกหรือชัน ไม่มีการไหลเวียนของอากาศ มีซากพืชซากสัตว์ทับถมและย่อยสลายอยู่ภายใน ตามปกติชั้นของคาร์บอนไดออกไซด์มักจะสะสมตัวอย่างด้านล่างต่ำกว่าออกซิเจน เพราะมวลโมเลกุลที่หนักกว่าทำให้ยิ่งลึกลงไปยิ่งมีส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเรื่อยๆ

การเคลื่อนไหวของคาร์บอนไดออกไซด์จะมีการเคลื่อนไหวตามความแตกต่างของความกดอากาศระหว่างภายในกับภายนอกถ้ำ ในกรณีของโถงถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียว หากภายนอกถ้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าภายในทำให้อากาศภายในถ้ำที่มีความหนาแน่นมากกว่าพาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาบริเวณปากถ้ำ และหากภายนอกถ้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่าในถ้ำจะทำให้ความกดอากาศสูงจากนอกถ้ำดันคาร์บอนไดออกไซด์ไหลกลับเข้าไปด้านใน

ผลของคาร์บอนไดออกไซด์จะมีผลต่อระบบการหายใจและแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดกับออกซิเจนที่เราสูดหายใจเข้าไปยังปอด ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดหมุนเวียนขึ้นไปยังสมอง และสมองจะอยู่ในสภาพขาดออกซิเจน ในเบื้องต้นหากคนเราอยู่ในสภาพที่มีคาร์บอนไดออกไซด์สูงมากๆ จะทำให้ เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงเริ่มจากท้ายทอยอ้อมมาถึงขมับ สมองมึนงง หมดแรงหมดสติ

เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยต้องถอยออกมา เมื่อทีมทหารมืออาชีพอย่าง "หน่วยซีล" หรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) เดินทางถึงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย 25 มิ.ย. 2561 15:12 25 มิ.ย. 2561 18:29 ไทยรัฐ