วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กำยำ เสียสละ เฉียบแหลม นักล่าปีก! 3 ที่สุดแห่งนักรบเสือคาบดาบ

...จู่โจมซมซานผ่านรุกมา ร้อนเย็นเพียงไหนมิพรึงพรั่น บุกสะบั่นมิเคยย่อท้อใจกาย เสี่ยงมาอย่างมากมาย พวกเราล้วนกล้าตาย นี่ชีวิตลูกผู้ชายเราจู่โจม...

ชีวิตลูกผู้ชาย “จู่โจม” ช่างจริงแท้ตามเนื้อเพลงไม่มีผิดเพี้ยน บุกบั่นฝ่าร้อนฝ่าหนาว เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไม่ไหวหวั่น จนวันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ผู้ที่ผ่านหลักสูตรอันทรงเกียรตินี้ได้ พวกเขานั้น พร้อมไปด้วยความสามารถในการเป็นผู้นำหน่วยขนาดเล็ก กอปรด้วยร่างกายอันแข็งแกร่ง และจิตใจที่ห้าวหาญ

และแล้ววันประดับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติการรบแบบจู่โจม “เสือคาบดาบ” ก็มาถึง...

ในคนสิบคน ร้อยคน พันคนที่อยู่รวมกัน ย่อมมีใครบางคนที่ทอแสงเจิดจรัสเหนือใคร ซึ่งความเจิดจรัสนั้น ล้วนแตกต่างโดดเด่นออกไปตามแบบฉบับของคนผู้นั้น เช่นเดียวกับ การฝึกหลักสูตรจู่โจม ศูนย์การทหารม้า รุ่นที่ 51...

หลักสูตรอันทรงคุณค่าน่าภาคภูมินี้ มีนักเรียนจู่โจม 3 ชีวิตที่โดดเด่นเข้าตาครูฝึกและเพื่อนร่วมรุ่น จนนับว่าเป็นที่สุดของที่สุดในรุ่น ซึ่ง 3 ชีวิตที่ทีมข่าวกำลังไล่เรียงอยู่นี้ ถือว่าเป็นบุคคลที่ร่างกายแกร่งกำยำที่สุด บุคคลที่เสียสละ มีภาวะผู้นำมากที่สุด และบุคคลที่ขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้มากที่สุดของรุ่น

- ที่สุดแห่งความแกร่ง -

เริ่มต้นด้วย นักเรียนจู่โจมหมายเลข B-3 ศิริสุวรรณ กองเก็บดี (ฝากยศสิบโท) ผู้มีผลการทดสอบร่างกายดีเยี่ยมแห่งหลักสูตรจู่โจม ศูนย์การทหารม้า รุ่นที่ 51

ทหารหนุ่มเหล่าราบ วัย 24 ปี จากแม่ฮ่องสอน พูดคุยกับทีมข่าวกลางดึกระหว่างการฝึกว่า ตลอดระยะเวลาแห่งการฝึก จะมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายนักเรียนจู่โจมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบวิ่งตัวเปล่า ระยะทาง 5 ไมล์ (8.04 กิโลเมตร), ทดสอบเดินเร็วประกอบเครื่องสนาม ระยะทาง 17 ไมล์ (27.35 กิโลเมตร), ว่ายน้ำ ระยะทาง 100 เมตร เป็นต้น

“เมื่อเข้าสู่ช่วงทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ผลคะแนนของผมจะติด Top 1 ใน 5 คนแรกเสมอ” นักเรียนจู่โจม ศิริสุวรรณ หมายเลข B-3 แย้มให้เรารู้ถึงความแกร่งของร่างกายเขา

นอกจากนี้ นักเรียนจู่โจม ศิริสุวรรณ หมายเลข B-3 ยังบอกเล่าถึงความอัศจรรย์ของร่างกายเขาให้เราฟังอีกว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือนที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรจู่โจม มีหลายครั้งที่ผมรู้สึกป่วย หรือเป็นไข้ แต่เมื่อผมกินยาเข้าไปได้ราวๆ 3-4 ชั่วโมง ร่างกายของผมจะฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และกลับมาเป็นปกติในที่สุด ซึ่งคนทั่วไปอาจจะใช้เวลาเป็นวันๆ หรือหลายวันด้วยซ้ำไป”

เมื่อเราย้อนกลับไปถามถึงวิธีการดูแลตัวเองของนักเรียนจู่โจม ศิริสุวรรณ จึงได้รับคำตอบว่า เขาเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังและสม่ำเสมอตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา จากนั้น เมื่อเข้ารับราชการ เขาก็เริ่มมีวินัยในการดูแลตัวเองมากขึ้น และได้ให้ปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า ในทุกๆ เช้า จะต้องวิ่งให้ได้ 3 กิโลเมตร และในทุกๆ เย็น จะต้องวิ่งให้ได้ 10 กิโลเมตร รวมเป็น 13 กิโลเมตรต่อวัน

และนี่จึงเป็นที่มาของ “ผู้ที่มีกายแกร่ง และพละกำลังทรหดที่สุด” ของนักเรียนจู่โจม รุ่นที่ 51

- ที่สุดแห่งภาวะผู้นำ -

ตามมาด้วยผู้ที่มีคะแนนการประเมินผู้นำหน่วยดีเยี่ยม ประจำหลักสูตรการรบแบบจู่โจม รุ่นที่ 51 นั่นก็คือ อนุวัฒน์ ปัดไธสง หมายเลข A-1 (ฝากยศร้อยตรี) วัย 34 ปี

ตลอดห้วงแห่งการฝึก เรามักจะเห็นนักเรียนจู่โจม อนุวัฒน์ หรือหมายเลข A-1 ยืนอยู่หน้าแถวออกคำสั่ง ในฐานะผู้บังคับกองร้อยอยู่บ่อยครั้ง จนมาถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จ สิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับมาก็คือ ความรัก ความชื่นชมจากพี่ๆ น้องๆ เพื่อนร่วมรุ่น และครูอาจารย์ที่โหวตให้เขาเป็น "ผู้นำหน่วยดีเยี่ยม" 

นักเรียนจู่โจม อนุวัฒน์ อธิบายสั้นๆ ให้เราเข้าใจถึงที่มาที่ไปของรางวัลเกียรติยศนี้ว่า สำหรับโล่ผู้มีคะแนนการประเมินผู้นำหน่วยดีเยี่ยมนั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1.เสียสละ 2.ร่างกายแข็งแกร่ง 3.มีความสามารถในการนำกำลังพลทั้งหมดไปปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามนักเรียนจู่โจมอนุวัฒน์ ว่า “ในเมื่อเราต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น มีเวลาพักผ่อนน้อยกว่าคนอื่น แต่ทำไมเราถึงเลือกที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวเหล่านี้?”

“ทุกคนเหนื่อยเท่ากันหมดครับ ทั้งลำบาก อ่อนล้า หิว ง่วง แต่สำหรับความสามารถในการเป็นผู้นำหน่วยที่จะขับเคลื่อนหน่วยทั้งหมดให้เดินต่อไปได้นั้น แต่ละคนทำได้ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น เราต้องมีภาวะผู้นำที่สามารถสร้างความเข้าใจ สร้างความเข้มแข็งให้แก่คนทุกคนในหน่วย เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ”

“ส่วนการเสียสละความสุขส่วนตนให้ผู้อื่นนั้น ล้วนอยู่ในทุกๆ ความนึกคิดของชายชาติทหารอยู่แล้ว ทหารมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เหมือนที่นักรบจู่โจมพึงระลึกอยู่เสมอว่า คำสั่งผู้บังคับบัญชา คือ พรจากสวรรค์

เมื่อเราถามถึงความรู้สึกของนักเรียนจู่โจมอนุวัฒน์ ถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้รับโล่รางวัลนี้ อนุวัฒน์ตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า “ผมภูมิใจมากครับที่ได้รับรางวัลนี้ และที่สำคัญยังเป็นการแสดงออกให้รุ่นน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่า การจะเป็นผู้นำหน่วยที่ดีได้นั้น ไม่ว่าคุณจะมียศศักดิ์เท่าใด อายุมากน้อยเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณมีความเสียสละ และความพยายามในการเรียนรู้ วันหนึ่ง คุณจะเป็นผู้นำหน่วยที่ดีได้แน่นอน

- ที่สุดแห่งคนมุ่งมั่น เรียนดี -

ส่วนโล่สุดท้ายอันน่าภาคภูมิ คือ โล่รางวัลผู้มีผลการศึกษาลำดับที่ 1 ซึ่งเขาคนนั้นก็คือ วสวัตติ์ สารเงิน (ฝากยศสิบโท) หมายเลข B-23 ทหารหนุ่มเดินทางไกลจากจังหวัดน่าน โดยมีความฝันอันแรงกล้าที่จะล่าหัวเสือมาประดับหน้าอกให้จงได้

เมื่อเขาบุกบั่นลุยทำตามความฝันจนสำเร็จ โดยมีผลพลอยได้ที่มาจากความมุมานะแปรผลเป็นโล่ผู้มีผลการศึกษาลำดับที่ 1

นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ หมายเลข B-23 พูดคุยกับเราหลังประดับหัวเสือเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งวินาทีนั้น เขายังไม่ทราบว่าตัวเขาเองนั้นได้รับโล่รางวัลผู้มีผลการศึกษาลำดับที่ 1 แต่ผู้สื่อข่าวรู้สึกได้ว่า ทหารหนุ่มผู้นี้มีความตั้งใจจริงในการล่าหัวเสืออย่างที่สุด ซึ่งเขาเล่าว่า...

“ในระหว่างการฝึก ผมเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง ง่วงบ้าง หิวบ้าง อยากจะขอยุติการฝึกบ้างก็เคยมี แต่ผมพยายามบอกกับตัวเองเสมอว่า วันแรกที่เราอยากจะเข้ามา ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเราอยากจะเข้ามามากแค่ไหน เราเตรียมตัวทุ่มเทมานานเท่าไหร่ พ่อกับแม่คาดหวังกับความสำเร็จนี้มากมายเท่าใด เมื่อเราคิดได้ ใจเราจะสู้ อารมณ์ท้อแท้ แม้กระทั่งเหนื่อยหิว จะทุเลาลง นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ บอกกับเราอย่างซื่อๆ

เมื่อเราถามว่า ในระหว่างการฝึกนักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ หมายเลข B-23 มีความโดดเด่น แตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ อย่างไรบ้าง?

นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ถ้าผมลองประเมินตัวเองแล้ว คำตอบที่ได้คงจะเป็นการยิงปืน การทดสอบร่างกาย การสอบข้อเขียน ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่ว่ามานี้ ผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่สำหรับผมเองนั้น ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้ และพัฒนาอีกมาก”

“นอกเหนือจากจุดเด่น ผมก็ยังมีจุดด้อยอีกหลายประการที่ต้องแก้ไข และเรียนรู้ต่อไปนั่นก็คือ การออกคำสั่งยุทธการ หรือการเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งความยากของมันอยู่ที่การออกคำสั่ง เพราะเราต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจภารกิจที่ได้รับอย่างถ่องแท้ และเข้าใจหน้าที่ที่ตัวเองได้รับอย่างชัดเจน เพื่อที่จะทำให้ภารกิจสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ ตอบอย่างถ่อมตัว

ระหว่างการสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวและวสวัตติ์กำลังดำเนินต่อไป ครูฝึกได้แจ้งผลรางวัลให้นักเรียนจู่โจมได้ทราบ และกล่าวถึงชื่อนักเรียนจู่โจมที่ได้รางวัล ซึ่งแน่นอนว่าคือชื่อ นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ ติด 1 ใน 3 ของรางวัลทั้งหมด

นักเรียนจู่โจม วสวัตติ์ หันมาถามกับผู้สื่อข่าวว่า “ชื่อผมหรือครับ?” (ทำหน้างง)

ผู้สื่อข่าวตอบว่า “ใช่” และถามเขาว่า “ดีใจไหม”

เขาตอบกลับมาอย่างซื่อๆ ว่า “ดีใจครับ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นผม เอ่อออ ทึ่งอะครับ ผมอาจทำคะแนนสอบ ทำคะแนนยิงปืน ทำคะแนนผู้นำหน่วยได้ดีพอสมควรมั้งครับ ดีใจมากครับ จะรีบบอกพ่อกับแม่ ท่านจะได้ภูมิใจครับ” และเขาก็วิ่งกลับเข้าไปในแถวเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของครูฝึก

- ที่สุดแห่งครูดีเด่น -

ตบท้ายด้วยบุคคลสำคัญที่รายงานพิเศษชิ้นนี้จะไม่พูดถึงคงไม่ได้...

ครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแห่งแผนกวิชาการรบพิเศษ ศูนย์การทหารม้า หรือในฐานะที่เป็นผู้ได้รับรางวัลครูดีเด่นของการฝึกหลักสูตรจู่โจม ศูนย์การทหารม้า รุ่นที่ 51 เขาคือ “จ.ส.ท.ธวัชชัย ขุนทอง” หรือที่ผู้คนในแวดวงทหารรู้จักกันในนาม “ครูแจ็ค”

ทีมข่าวตระเวนสอบถามนักเรียนหลายต่อหลายท่าน ด้วยคำถามเดียวกันก็คือ “ครูในดวงใจของคุณคือใคร โปรดเลือกมา 3 คน?” ซึ่งทุกคนต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันเกือบทั้งหมด ซึ่งคำตอบของทุกๆ คนจะต้องมีชื่อครู ธวัชชัย ขุนทอง ติด 1 ใน 3 อยู่เสมอ

จ.ส.ท.ธวัชชัย ได้บอกเล่าถึงสไตล์การสอนของตัวเองให้เราฟังว่า “การสอนของผมนั้น มีทั้งพระเดชและพระคุณ โดยที่ผมจะเลือกใช้พระเดชและพระคุณอย่างสมดุลที่สุด ไม่ใช่ว่าจะเลือกใช้แต่พระเดชอย่างเดียว การที่เราโหด ดุด่า ลงโทษอย่างเดียว เราจะพบว่าในท้ายที่สุดแล้วนักเรียนจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร"

"นอกเหนือจากนี้ ผมจะใช้พระคุณในการถ่ายทอดเทคนิควิชาความรู้ทั้งหมดที่ผมมีให้แก่นักเรียน และใช้กิจกรรมต่างๆ มาทำให้นักเรียนผ่อนคลายอิริยาบถบ้างตามสมควร

“สิ่งสำคัญสำหรับคนเป็นครู ก็คือ เราคาดหวังให้นักเรียนของเรานำเอาวิชาความรู้ที่ได้รับจากการฝึกไปใช้ในการปฏิบัติงานในหน่วยของตัวเอง และไปประยุกต์ใช้ในการรบรูปแบบต่างๆ ได้” จ.ส.ท.ธวัชชัย แสดงถึงหัวใจความครูได้อย่างถ่องแท้

อย่างไรก็ดี จ.ส.ท.ธวัชชัย ขุนทอง นั้น ถือเป็นครูฝึกที่พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องหมายแสดงขีดความสามารถหลากหลายเครื่องหมาย อาทิ เสือคาบดาบกองทัพบก, นักทำลายใต้น้ำจู่โจม(หน่วยซีล), ลาดตระเวนระยะไกล, ส่งทางอากาศ กองทัพบกทหารบก, ส่งทางอากาศ กองทัพอากาศ และพับร่มซ่อมบำรุงและส่งกำลังทางอากาศ.

เสี่ยงมาอย่างมากมาย
พวกเราล้วนกล้าตาย
นี่ชีวิตลูกผู้ชายเราจู่โจม...

RANGER ฅนเหนือฅน EP.1 กว่าจะเป็น ‘เสือคาบดาบ’ แกร่งกำยำ ฝ่าด่านอรหันต์สุดโหด!

RANGER ฅนเหนือฅน EP.2 เกาะติดทุกวินาที! โหด เหนื่อย ‘รับน้อง’ ยอดนักรบแห่งทัพบก

RANGER ฅนเหนือฅน EP.3 เสี่ยง เสียว! ไต่จาก ฮ. ลงดิน นักรบกล้าตาย ชีวิตลูกผู้ชายจู่โจม

RANGER ฅนเหนือฅน EP.4 ทรมาน ฮา น้ำตาไหล ‘เชลยศึก’ ฝึกสุดโหดเหี้ยม

RANGER ฅนเหนือฅน EP.5 ฝ่าโคลนดูด สุดหฤโหด ลุยเลนท่วมครึ่งร่าง เหนื่อยสุดในชีวิต!

RANGER ฅนเหนือฅน EP.6 บุกป่าฝ่าไพร กายแกร่งใจไร้กลัว อาถรรพณ์ป่าลี้ลับ!

3 ชีวิตที่ทีมข่าวกำลังไล่เรียงอยู่นี้ ถือว่าเป็นบุคคลที่ร่างกายแกร่งกำยำที่สุด บุคคลที่เสียสละ มีภาวะผู้นำมากที่สุด และบุคคลที่ขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้มากที่สุดของรุ่น.... 19 มิ.ย. 2561 13:16 6 ส.ค. 2561 13:33 ไทยรัฐ