วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ป่วนหนักเลือดไหลไม่หยุด 'สุริยะ' นำ 'สมศักดิ์' ดูดที่เลย

“ประวิตร” ไม่รับมุกนิรโทษกรรมโยนรัฐบาล หลังเลือกตั้งไปทำเอง ท้าเหยงยุทธศาสตร์ชาติ-รธน.ฉีกได้ก็ฉีกไป “มีชัย” เย้ย รบ.แห่งชาติคิดกันไปเอง เฉ่งพวกหัวใหม่จ้องโละ รธน.ทั้งฉบับ “วิษณุ” เผยทูลเกล้าฯแล้วร่างกฎหมายลูก ส.ส.-ส.ว. ปชป.อัด “เอนก” รับงานปลุกผี ก.ม.ล้างผิด พลังประชารัฐเปิดหัวดูดเต็มสูบ “สุริยะ” นั่งเลขาฯพรรค ควง “สมศักดิ์” เดินสายบุก จ.เลย ดึงก๊ก “ปรีชา” เจ้าตัวเปิดหน้าแถลงข่าวซบพรรคทหาร โอ่มีออกตามมาอีกเพียบทั้งโคราช ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด อุบลฯ หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม พท.ระส่ำแกนนำกุมขมับไดโวตะลุยดูด ส.ส.แถวหนึ่ง “หัวเขียง” โอดวิกฤติเอาไม่อยู่ คาดถิ่นที่ราบสูงโดนดูดเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ “ชลน่าน” ซัดใช้คดี-เครือข่ายธุรกิจบีบย้ายค่ายหนีตาย ตระกูล “บูรณุปกรณ์” บางส่วนต้องจากไป “ประยุทธ์” เยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศส 20-26 มิ.ย. ช็อปปิ้งดาวเทียมธีออส 2

จากกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ออกมาจุดประเด็นการนิรโทษกรรมทางการเมือง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในชาติ และระบุว่าหลังการเลือกตั้งจะได้ ส.ส.กระจัดกระจายและเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม มองว่าควรเป็นเรื่องของรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาพิจารณา

“บิ๊กป้อม” โยนรัฐบาล ลต.นิรโทษ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เสนอให้มีนิรโทษกรรมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งว่า ถ้าจะทำก็ทำ แต่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลเลือกตั้ง จุดประสงค์เขาเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ ต้องไปถามนายเอนกเองเพราะตนไม่ได้อยู่พรรคนี้ เมื่อถามว่า การที่บอกว่าเรื่องนี้ควรเกิดจากรัฐบาลเลือกตั้งหมายความว่าเกิดขึ้นได้ และน่านำไปสู่หนทางปรองดองและยุติความขัดแย้งได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ คุณคิดของคุณเอง คิดแบบนั้นใช่ไหม เมื่อถามว่าการที่นายเอนกเสนอแบบนี้น่าเป็นสัญญาณบวกสำหรับประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้แล้วแต่คนมอง

รบ.แห่งชาติเกิดทุกพรรคต้องจับมือ

เมื่อถามว่า ส่วนที่นายเอนกบอกว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นวันข้างหน้าน่าจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องไปดูก่อนว่าจะทำได้อย่างไร ต้องให้ทุกพรรค การเมืองร่วมมือกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าตอนนี้ถึงเวลาทุกพรรคควรจับมือกันเพื่อให้เกิดการปรองดองหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอนนี้ก็ปรองดองแล้ว ไม่เห็นมีอะไร มีคนคิดแตกแยกไม่กี่คน เมื่อถามว่า การเชิญพรรคการเมืองพูดคุยเรื่องการเลือกตั้งปลายเดือน มิ.ย. ได้สถานที่หรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่ายังไม่บอกว่าเป็นเมื่อไหร่ สถานที่ไหน เอาเป็นว่าที่บอกว่าเป็นปลายเดือน มิ.ย.ก็คือปลายเดือน มิ.ย.จะเอาอะไรอีก

ท้าลั่นฉีกเลยยุทธศาสตร์ชาติ–รธน.

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่บางส่วนออกมาต่อต้านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และควรให้รัฐบาลใหม่เป็นคนร่างนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมียุทธศาสตร์ เรามาเริ่มต้นให้ถ้าสมมติอันไหนทำไม่ได้รัฐบาลใหม่ก็ไปแก้ 5 ปีแก้ได้ ส่วนที่ขู่จะฉีกยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญนั้นฉีกได้ก็ฉีกไป เมื่อถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ว่ายุทธศาสตร์ชาติคนที่จะใช้คือคนอายุ 20-40 ปี แต่คนมีอายุมาร่าง พล.อ.ประวิตรสวนทันทีว่า คนมีอายุก็คิดเหมือนคนอายุ 20 ปีเหมือนกัน ทำไมต้องมาว่าคนอายุ 60 ปีต้องคิดแบบคนอายุ 60 ปี เขาคิดแล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดถอยหลัง

ทูลเกล้าฯแล้ว ก.ม.ลูก ส.ส.–ส.ว.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้นำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ส่วนกรณี กกต.คาดว่ากฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจะประกาศใช้ได้ในเดือน ธ.ค.61 จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในเดือน พ.ค.62 ทำให้เลือกตั้งระดับชาติต้องเลื่อนออกไปอีกนั้นไม่ทราบ เป็นการคาดการณ์ของ กกต. เดิม กกต.ระบุว่าจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ขอให้ทอดระยะเวลาห่างจากการเลือกตั้งระดับชาติราว 3 เดือน จะจัดการเลือกตั้งประเภทใดก่อนหรือหลังก็ได้ เพื่อป้องกันความสับสนวุ่นวาย เมื่อกฎหมายประกาศใช้จัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน และรัฐบาลยังไม่ได้ตั้งเป้าจะจัดเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติ ส่วนการจัดทำกฎหมายที่ล่าช้าจะทำให้เร็วขึ้น ฉบับใดเสร็จจะเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนและเข้าสภาฯก่อน แทนที่จะรอไปทีเดียวทั้ง 6 ฉบับ

“มีชัย” เย้ย รบ.แห่งชาติคิดกันไปเอง

ที่ห้องประชุมสุรเกียรติ์ เสถียรไทย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้ได้ ส.ส.กระจัดกระจายไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง ไม่มีใครบอกได้ว่ารูปแบบนี้ถูกหรือไม่ถูก จะไปสรุปว่า ส.ส.จะกระจายหรือไม่เป็นเพียงคาดเดา ไม่มีใครเดาใจประชาชนได้ ส่วนที่มองว่าการเลือกตั้งรูปแบบนี้จะทำให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ คิดกันไปเอง ถ้าคนร่างรัฐธรรมนูญวางแผนแบบนี้ ตนร่างรัฐธรรมนูญให้คนนั้นคนนี้ เป็นไม่ดีกว่าหรือ การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ได้ไปถามประชาชนแล้ว เมื่อเขาเห็นว่าดีเรานำมาใส่ กลไกที่เราใส่ในรัฐธรรมนูญจะเป็นสิ่งที่เป็นครั้งแรกและน่าจะส่งผลให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นไปตามเป้าหมาย

แนะ กกต.ทำผัง ลต.ให้รู้เรื่องเลย

เมื่อถามว่าการเลือกแบบไพรมารีโหวตจำเป็นต้องนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้ออกแบบ แต่เป็น สนช.เมื่อมีแล้วต้องเดินตาม ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำผังกำหนดเวลาออกมาว่าเริ่มเมื่อไหร่ สิ้นสุดลงเมื่อใด ต้องทำให้ชัดเจน เมื่อกฎหมายมีเราต้องปฏิบัติตาม จะไปยกเลิกอะไรต้องไปพูดคุยกัน ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ต้องเอาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อพบว่ามีปัญหาอะไรต้องคุยกัน การเมืองถึงจะเดินไปข้างหน้าได้ เราต้องเห็นดีเห็นงามด้วยกัน ดังนั้น ผัง กกต.ควรออกมาให้เร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันให้ชัดเจนว่าทั้งหมดต้องใช้เวลาเท่าไรแล้วให้ทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาลได้ตัดสินใจด้วย

เฉ่งพวกหัวใหม่จะโละ รธน.ทั้งฉบับ

จากนั้นนายมีชัย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการศึกษานิติศาสตร์ในอนาคตนับแต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” ว่าปัญหารากหญ้า ปัญหาการเมือง จนถึงผู้บริหารสูงสุด เกิดจากการขาดวินัยของคน สิ่งแรกจึงต้องปฏิรูปการศึกษา ให้เป็นคนดีมีวินัยแล้วเลือกเรียนตามถนัด ถัดมาคือปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ตอนนี้มีกฎหมายกว่าพันฉบับมีเพียง 50-100 ฉบับที่ใช้ลงโทษ ที่เหลือไม่ได้ใช้ เพราะฝืนธรรมชาติมนุษย์ กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และกฎหมายไม่สมเหตุสมผล การร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้จึงวางกรอบการออกกฎหมายมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา จึงหวังว่าใครที่หัวใหม่หวังจะยกเลิกรัฐธรรมนูญ ควรคงหลักตรงนี้ไว้การร่างรัฐธรรมนูญระแวดระวังกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีมาตรา 77 กำหนดให้ต้องรับฟังความเห็น เมื่อกฎหมายออกแล้วมีตัวชี้วัด

กกต.ผนึก 4 องค์กรต้านโกง ลต.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา คอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง องค์กรอิสระและรัฐสภา ยกระดับเจตจำนงทาง การเมืองในการต่อต้านการทุจริต ระหว่างสำนักงาน กกต. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่าเป็นการบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีผลบังคับใช้ 4 ปี นับแต่วันที่ลงนามร่วม

ไม่ฟันธงจัดคูหาระดับไหนก่อน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวถึงการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ...ว่า พอรับฟังความคิดเห็น 30 วันแล้ว ต้องสรุปและเสนอรัฐบาล จะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่เป็นการพิจารณาของ สนช.ประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ทางเว็บไซต์ กกต. ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส.อะไรจะเกิดขึ้นก่อน ยังให้คำตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากกฎหมายอันไหนมีผลบังคับก่อนปฏิบัติไปตามนั้น ยืนยันว่า กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ

“มาร์ค” หนุน ม.44 เร่งปลดล็อก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ กล่าวว่า พรรคพร้อมทำไพรมารีโหวตคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แม้จะยุ่งยาก สำหรับข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ยกเลิกการทำไพรมารีโหวตชั่วคราว หรือเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนไม่นิยมมาตรา 44 แต่หากจะใช้มาตรา 44 มาแก้ไขคำสั่ง คสช.เพื่อปลดล็อกทำได้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ปัญหาทั้งหมดเพราะแม่น้ำ 5 สายไม่ทำทุกอย่าง ให้สอดคล้องกับสิ่งที่โฆษณาและสิ่งที่ตั้งใจ และสร้างอุปสรรคกันเอง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ได้ประชุมร่วม 4 ฝ่าย เมื่อทราบถึงปัญหาต่างๆควรเร่งแก้ไข เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเพราะผู้เกี่ยวข้องมองไม่ทะลุเรื่องการเลือกตั้ง หรือรู้แต่อยากให้เป็นแบบนี้จะได้มีเหตุเลื่อนเลือกตั้งออกไป คิดว่าผสมผสานกัน ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่บางคนจะฉีกรัฐธรรมนูญและฉีกยุทธศาสตร์ชาติต้องชี้ให้เห็นถึงปัญหา แต่สิ่งที่เขียนออกมาไม่เป็นยุทธศาสตร์ ที่มี 6 ข้อไล่เลียงสิ่งที่อยากให้เกิดหรือสิ่งที่อยากจะได้ ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง และไม่ค่อยชัดเจนว่าจะทำได้หรือไปถึงได้อย่างไร อยากให้สองฝ่ายที่เห็นสุดโต่งต่างกันต้องยอมรับความจริง และโอนอ่อนผ่อนผันเข้าหากันได้หรือไม่ ฝ่ายที่อยากจะเขียนทุกอย่างผูกมัดทุกคน ต้องยอมรับว่ามันทำไม่ได้ และอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวปัญหาเพิ่มปมความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต

ซัด “เอนก” ปลุกผีนิรโทษกรรม

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า กรณีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ออกมาเสนอแนวคิดผลักดันออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ปัญหานี้เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมาจากความพยายามผลักดันที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาบังคับใช้ เมื่อถามว่า แปลกหรือไม่ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ชุมนุมประท้วงคัดค้านการนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.ด้วย แต่นายเอนกที่อยู่พรรคเดียวกันกลับมาเสนอเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าต้องรอดูท่าทีของพรรครวมพลังประชาชาติไทยอีกครั้ง เพราะเพิ่งประกาศก่อตั้งพรรค อยู่ระหว่างการประกาศรับรอง และเนื่องจากขณะนี้ยังเป็นเพียงความเห็นของนายเอนกเพียงคนเดียว จึงต้องรอท่าของพรรค รปช.

“วัชระ” ย้อนรับงานใครมาดันฟอกผิด

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประกาศผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมแก้ความขัดแย้งว่า นายเอนกไปคุยกับใครบางคน แล้วจึงมาจุดพลุตีปี๊บเรื่องนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประชาชนออกมาประท้วงนับล้านคน ไม่ใช่เพราะผลักออกกฎหมายนิรโทษกรรมนี้หรือ ไม่เข้าใจ เหตุใดนายเอนกลืมเรื่องนี้รวดเร็ว ตนเป็นกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในอดีต ได้เห็นธาตุแท้คนมัวเมาอำนาจ สั่งใช้ ส.ส.หุ่นยนต์ทาสกดปุ่มออกกฎหมายตามอำเภอใจ ละเมิดหลักนิติรัฐนิติธรรม ร่างกฎหมายปิดปากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในที่สุดประชาชนนับล้านคนออกมาขับไล่ ส่วนตัวเคารพนายเอนกเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์แล้วออกไปตั้งพรรคมหาชนร่วมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เพราะขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างหนัก จึงต้องออกไปตั้งพรรคมหาชน แล้ววันนี้ กลับมาร่วมกับนายสุเทพตั้งพรรค รปช.เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯ ให้สืบทอดอำนาจอีก จึงงงกับสองนคราประชาธิปไตย แต่สามพรรคการเมืองยิ่งมาเสนอให้นิรโทษกรรมอีก จึงขอคัดค้านต่อต้านกฎหมายล้างผิดที่แอบอ้างปรองดอง

พท.ยันร่วมมือคนอุดมการณ์เดียวกัน

วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตส.ส.กทม. กล่าวถึงกรณีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรค รปช. ไม่ปฏิเสธร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันหลายครั้งว่าจะยึดโยงกับกระบวนการที่ถูกต้องตามระบบประชาธิปไตย คงไม่สามารถจะรับหรือเห็นด้วยกับนายกฯคนนอก หรือกระบวนการใดที่ไม่ได้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามว่าสรุปแล้วจะไม่ร่วมงานกับพรรคของนายเอนกเลยใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้จะบอกว่าพรรคการเมืองใดเป็นแบบไหนอย่างไร คงเร็วเกินไป คสช. ยังไม่เปิดโอกาสให้พรรคทำกิจกรรมหรือประกาศนโยบายอะไร ยังไม่เปิดโอกาสให้ได้รู้เขารู้เรา คงบอกได้เพียงแต่ว่าพรรคใดที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยเราไม่ขัดข้อง แต่ถ้ามีอุดมการณ์นอกเหนือจากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยรับได้คงต้องปฏิเสธ การพูดคุยกับคสช.ช่วงปลายเดือน มิ.ย. พรรคยืนยันจะไม่ไปหารือ ตามที่ฝ่ายบริหารของพรรคยืนยันไปก่อนหน้านี้

โต้ข่าวเท็จ “เจ๊หน่อย” ทิ้งตั้งค่ายใหม่

น.อ.อนุดิษฐ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ อาจออกจากพรรคเพื่อไทยไปตั้งพรรคใหม่ว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ข้อเท็จจริงตามคำสัมภาษณ์จากปากคุณหญิงสุดารัตน์ ยินดีทำงานร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทย โดยไม่มีความประสงค์จะเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนี้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ใหญ่ที่คนในพรรคเคารพ แกนนำพรรคทุกคนทำงานสามัคคีกันดีไม่มีความแตกแยก ข่าวที่มาไม่มีต้นตอ คนให้ข่าวต้องการทำให้ดูเหมือนว่าในพรรคแตกแยก ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคสช.ปลดล็อกแล้วทุกคนพร้อมทำงานให้ประชาชน

“สุริยะ-สมศักดิ์” บุก จ.เลย ดูดก๊ก “ปรีชา”

ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่เดินสายดูดอดีต ส.ส.มาเข้าร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งนั้น เมื่อเวลา 13.00 น. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส.ส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย และนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข นายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เลย พร้อมคณะเดินทางไปยังสนามบิน จ.เลย ต้อนรับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกฯแกนนำกลุ่มมัชฌิมา และแกนนำกลุ่มวังน้ำยม พรรคเพื่อไทยพร้อมคณะ จากนั้นเดินทางไปที่วัดป่าม่วงไข่ ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย กราบไหว้พระและทำบุญ จากนั้นเดินทางต่อไปที่คีรีคราม รีสอร์ต ต.หนองบัว อ.ภูเรือ ที่เป็นบ้านพักและรีสอร์ตหรูของนายปรีชา ปิดห้องรับรองหารือร่วมอยู่นาน 20 นาที เสร็จแล้วจึงไปกินอาหารร่วมกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนพร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำกลุ่มวังบัวบาน พรรคเพื่อไทย มาพบปะกินข้าวกับนายปรีชา นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข และนายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เลย คุยกันธรรมดา เรื่องรายละเอียดขอให้ชัดเจนมากกว่านี้ ถึงจะให้ข่าวได้ จากนั้นได้เดินทางกลับทันที เพื่อไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน จ.เลย

เปิดหน้าซบพรรคทหารโอ่มีอีกเพียบ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เปิดเผยว่า ตนพร้อมอดีต ส.ส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยรวม 3 คน พบกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มาเชิญให้เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยจะพบกันและรับประทานข้าว ที่รีสอร์ตของตนที่ อ.ภูเรือ ส่วนการจะเข้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ต้องรอดูความชัดเจน “ผมจะแถลงเปิดตัวเลย ในเมื่อทุกอย่างมีความชัดเจน จะประกาศไปร่วมงานกับพรรค พลังประชารัฐ อย่างไรก็ตาม อดีต ส.ส. คนอื่นๆในภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ทราบว่าจะย้ายตามมาอีกหลายคน เช่น จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม

“สุริยะ” นั่งเลขาฯเจาะ ส.ส.อีสาน-เหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า ขณะนี้ทางพรรคได้ตัดสินใจที่จะให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายสุริยะ ได้เดินสายดึงอดีต ส.ส.ภาคอีสานและเหนือของพรรคเพื่อไทยไปได้แล้วในเบื้องต้นประมาณ 30 คน และจะทยอยเปิดตัวไปแต่ละจังหวัด เบื้องต้นประเดิมที่ จ.เลย เป็นจังหวัดแรก

“สมคิด” ชมลูกผู้ชายกล้าไปกล้าเปิด

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่านายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย เตรียมแถลงแยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทยพร้อมพวกว่า ที่มีเช่นนี้คงจะชัดเจนว่าเขาคงจะไป เท่าที่รู้จักนายปรีชาเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าจะไปจริงเป็นสิทธิ ของท่านจะแถลงข่าวตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมทางการเมืองถือว่าเป็นลูกผู้ชายดี ขอให้โชคดี นายปรีชาทำพื้นที่ไว้แข็งมาก ประเมินไม่ได้ว่าจะได้กลับคืนมาหรือไม่ ถ้าออกไปจริง ผู้บริหารของพรรคจะจัดคนลงแข่งขันแน่นอน ใครที่จะไปจากพรรคเพื่อไทยขอให้ชัดเจน มีนายปรีชาเป็นตัวอย่างแล้ว เชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคทำใจได้ ห้ามกันไม่ได้ หากตัดสินใจเร็วก็ดี จะได้หาคนไว้

“หัวเขียง” โอดวิกฤติเอาไม่อยู่แล้ว

ขณะที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายปรีชาจบแล้วเขาไปแล้ว กระทบพรรคแน่นอนอย่างน้อยต้องหาตัวแทน ตั้งแต่วันนี้ไปเราคงต้องทำงานหนัก มากขึ้น เพราะส่งผลกระทบหลายเขตหลายพื้นที่ มีหลายกลุ่มที่เกาะเกี่ยวกัน เขาแบ่งสายเป็นบ้านริมน้ำ สายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สายนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สายนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายทหาร แม่ทัพภาค ดังนั้น กลุ่มนายปรีชาไม่ใช่กลุ่มสุดท้ายที่จะโดนดูดไป รู้อยู่เต็มอกว่ามีกลุ่มไหน พื้นที่ไหนอาจไปบ้าง แต่พูดไม่ได้ เพียงแต่บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อย เราต้องปั้นตัวแทนจะมีพื้นที่ไหนอีกมีเพื่อนๆ ถามแต่ไม่พร้อมจะเปิดเผย เพราะจะแกว่งแล้วแกว่งแรงด้วย คือในการที่ตนนั่งอยู่ตรงนี้ บอกได้ว่าเอากันไม่อยู่แล้วถึงขั้นวิกฤติ

คาดภาคอีสานโดนดูดเกิน 40%

เมื่อถามว่าคืออดีต ส.ส.อีสานของพรรค จะโดนดูดไปเกินครึ่งหรือไม่ นายประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ถึงครึ่งแค่เกิน 40% ก็เหนื่อยแล้ว ตอนนี้เท่าที่รู้ คือมีประมาณ 40% ประมาณนั้น รายชื่อที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่เป็นรายชื่อที่ไม่ให้ราคา เป็นยา หมดอายุไปแล้ว เป็นได้ที่เขาจะหวังเอาคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แต่กรณีของนายปรีชาทำให้เห็นชัดว่าเริ่มเข้าสู่การดูดอดีต ส.ส.แถวหนึ่ง หลังจากนี้จะเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เรื่อยๆ ทราบความเคลื่อนไหวตลอดแต่พูดไม่ได้ จะขัดแย้งแล้วไม่ได้ประโยชน์ แต่กรณีนายปรีชาวันนี้แถลงแน่นอนแล้ว ไม่อายฟ้า อายดินแล้วก็พูดได้ การดูดนั้นมีหมดทั้งเงิน ทั้งขู่ ทำนองว่าถ้าไม่มาก็ตัวใครตัวมัน มีหลายอย่างมาก พรรคเพื่อไทยเลือกตั้งครั้งหน้าต้องเต็มที่เหนื่อยหน่อย ถ้าชาวบ้านยังเป็นใจกับเรา พวกนี้ตกหมด ถ้าไม่เป็นใจเราก็ไม่ได้ แต่เกมของฝ่ายมีอำนาจไม่ธรรมดา เพราะจะเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน หากไม่ได้ก็นำคะแนนติดตัวมาลง ส.ส. แล้วให้สัญญาว่าหากไม่ได้จะส่งลง อบจ.ต่อไป มีสารพัดที่นำมาใช้ ธรรมชาติของคนต้องเอาตัวรอด คนที่มายืนยันสมาชิกพรรคแล้วไม่ได้มีความหมายอะไรเลยยืนยันได้ก็ออกได้ บอกได้เลยรอบนี้เยอะมาก แต่ส่วนตัวยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม

“ชลน่าน” ซัดใช้คดี-ธุรกิจบีบหนีตาย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นเลขาฯพรรคพลังประชารัฐ เตรียมเดินสายดึงอดีต ส.ส.ภาคอีสานและภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยเข้าพรรคว่า ตนไม่ได้รับการติดต่อโดยตรง และยังไม่มีเพื่อน ส.ส.คนไหนพูดถึงเรื่องนี้ ส่วนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทยที่พบกันล่าสุดไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แม้จะมีการยืนยันสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่ยื่นใบลาออกได้และมีผลทันที เหตุผลของอดีต ส.ส.ภาคเหนือและอีสานจะย้ายพรรคหรือไม่มีหลายเงื่อนไข เช่น ถูกบีบด้วยคดีความ หรือไม่ได้เป็นตัวจริงในการลงเขตของพรรคเพื่อไทย หรือเพื่อความอยู่รอดในเครือข่ายทางธุรกิจ ถ้าใครมีทั้งคดีความและผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ถูกดูดไปได้

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” บางส่วนต้องไป

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาอดีต ส.ส.ที่ออกจากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานมักจะสอบตก อีกกรณีที่เห็นได้ชัดเจนขณะนี้คือ การคืนตำแหน่งให้นายกฯอบจ.เชียงใหม่ ทำให้พี่น้องชาวเชียงใหม่เคลือบแคลงใจว่า มีการยื่นเงื่อนไขทางการเมืองหรือไม่ จะมีการออกมาต่อต้าน แต่เท่าที่ทราบว่าบางส่วนของคนในตระกูลบูรณุปกรณ์มีความจำเป็นต้องไป ขณะที่บางส่วนยืนยันว่ายังอยู่พรรคเพื่อไทย

แกนนำผวาอีสานเลือดไหลลามหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า พลังดูดของพรรคพลังประชารัฐเริ่มเดินเกมรุนแรงขึ้น ล่าสุดได้ดูดกลุ่มอดีต ส.ส.เลย ประกอบด้วยนายปรีชา นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย และนายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.เลย อีกทั้งยังมีพื้นที่อื่นอีกที่สุ่มเสี่ยงจะโดนดูดอีก เช่น พื้นที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มของนายวิรัช รัตนเศรษฐและครอบครัว เพราะสนิทสนมกับนายปรีชา ประกอบกับมีข่าวว่ามีคดีต้องต่อสู้อีก จึงน่าจะเป็นมากขึ้น นอกจากนี้ที่ จ.อุบลราชธานี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใคร จ.นครพนม พื้นที่นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม เพราะภรรยาอยู่พรรคภูมิใจไทย ส่วนพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลพบุรี และนายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคพลังประชาชน ต้องเจอพลังดูดเช่นกัน

ระส่ำไดโวลุยดึงอดีต ส.ส.แถวหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าพลังดูดในช่วงนี้เป็นพลังดูดที่รุนแรงมากทั้งด้วยเงินตราและอำนาจรัฐ ใครไม่มาจะโดนคำขู่ใบเหลืองใบแดง คนที่มาพูดเป็นคนรู้จักหรือหัวคะแนนของอดีต ส.ส.ที่เข้าถึงได้ ก่อนหน้านี้ที่มีชื่ออดีต ส.ส. ส.ว. ประมาณ 50 กว่าคน ออกมานั้นเป็นเพียงแถวสอง แต่ตอนนี้เริ่มมาดูดอดีต ส.ส.แถวหนึ่ง เป็นของจริงแล้ว จะเห็นความชัดเจนเมื่อมีการปลดล็อกให้ประชุมพรรค

“วิชัย” ถูกทาบแต่รอถามชาวบ้าน

นายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกดูดเข้าพรรคพลังประชารัฐว่า มีการประสานมาจากนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา กลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทินและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มวังน้ำยม เพื่อให้เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐจริง แต่ไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ เรื่องแบบนี้ต้องสอบถามทีมงาน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ด้วยว่าเห็นอย่างไร ตอนนี้ยังคงอยู่ที่เดิม แต่ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ที่ต้องตัดสินใจกันอีกที

เลขาฯอาเซียนคารวะ “บิ๊กตู่”

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ดาโต๊ะปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุม ACMECS ครั้งที่ 8 โดยนายกฯ กล่าวว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียนเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2025 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ที่อาเซียนต้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรที่สามารถเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลกได้ ขณะที่เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการเป็นประธานอาเซียนปี 2562

นายกฯ นำทีมเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศส

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า เวลา 24.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ประกอบด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ไปยังกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ด้วยเครื่องบินของ ทอ. เพื่อเยือนสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 20-26 มิ.ย.

กางคิวพบผู้นำ-นักธุรกิจ-ซื้อธีออส

พล.ท.วีรชนกล่าวต่อว่า ช่วงเย็นวันที่ 20 มิ.ย. นายกฯมีกำหนดพบหารือนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบนายกฯ วันที่ 21 มิ.ย. ไปกล่าวเปิดงาน “Transforming Thailand” ที่โรงแรมเดอะแลนด์มาร์ค ลอนดอน และไปฟังบรรยายสรุปด้านส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของบริษัทเพียร์สัน ในหลักสูตรด้านอาชีวศึกษา บ่ายพบปะชุมชนไทยในอังกฤษ วันที่ 22 มิ.ย. ไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส พบนายกีโยม โฟรี ประธานบริษัท Airbus Commercial Aircraft ที่เมืองตูลูส ร่วมพิธีเปิดตัวแบบจำลองศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน วันที่ 23 มิ.ย. เช้าหารือนักธุรกิจไทยในฝรั่งเศส บ่ายพบชุมชนไทยในปารีส วันที่ 25 มิ.ย. จะพบหารือกับภาคเอกชนฝรั่งเศสที่สนใจลงทุนในไทย และเปิดงาน Business Conference ก่อนเข้าหารือนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส และร่วมพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงสัญญาร่วมทุนของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท Airbus Commercial Aircraft และสัญญาซื้อขายดาวเทียมธีออส 2 (THEOS II) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)-(GISTDA) กับบริษัท Airbus Defence & Space SAS ที่ทำเนียบประธานาธิบดี โดยจะเดินทางกลับถึงไทยเวลา 12.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.

ฮิวแมนไรท์สฯจี้ผู้นำโลกบี้ “บิ๊กตู่”

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรท์ส วอตช์ ภูมิภาคเอเชีย ออกแถลงการณ์กรณีกำหนดการเยือนยุโรปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ควรแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยที่แย่ลง พร้อมกำชับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ความสัมพันธ์จะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติจนกว่าไทยจะจัดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม จัดตั้งรัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมการเคารพหลักการสิทธิมนุษยชน พร้อมระบุด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเข้าพบนางเทเรซา เมย์ ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ ในวันที่ 20 มิ.ย. ก่อนเดินทางไปฝรั่งเศส เพื่อร่วมลงนามกับนายมาครง ในข้อตกลงระหว่างบริษัทการบินไทยกับบริษัทแอร์บัส เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง

23 เม.ย.62 สืบพยานคดี “รังสิมันต์”

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จำเลยฐานร่วมกันทำให้เกิดความปั่นป่วนในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 กรณีจัดชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งและต่อต้านรัฐบาล คสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 โดยจำเลยให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว โดยอัยการโจทก์นำพยานเอกสาร 39 แผ่น พร้อมซีดี 4 แผ่น ประกอบสำนวนขอสืบพยานโจทก์รวม 13 ปาก พร้อมขอศาลให้อนุญาตพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ และขอให้รอการพิจารณาเพื่อรวมคดีกับแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เหลือซึ่งยังไม่ได้ส่งฟ้อง ศาลพิจารณากำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 23 เม.ย. 62 และสืบพยานจำเลยครั้งแรกในวันที่ 25 เม.ย.62

“โอ๊ค” เหน็บ กทบ.ย้อมแมว-เรียกแขก

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ภาพกิจกรรมเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมนุมอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พร้อมสรุปสาระว่า คุณพ่อผมส่งรูปพวกนี้มาให้ผมทางไลน์ แล้วเขียนข้อความสั้นๆว่า “เห็นแล้วน้ำตาจะไหล...” กองทุนหมู่บ้าน คือโครงการหนึ่งที่คุณพ่อผมภูมิใจ เงิน 7 หมื่นกว่าล้านบาท ทุกบาทไม่มีรั่วไหลเพื่อให้งอกเงยออกมาเป็นวิสาหกิจชุมชน ตั้งเป้าทำให้คนไทย “หายเจ็บ (ไข้ได้ป่วย) และหายจน” ในระยะเวลา 8 ปี แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะโดนทำรัฐประหารก่อน มีความพยายามที่จะเลิกล้มนโยบายที่คุณพ่อทำไว้ แต่ไม่สามารถล้มเลิกได้เพราะประชาชนชื่นชอบ ปัจจุบันโครงนี้ถูกย้อมแมวสวมเขาเป็น “ประชารัฐกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” ถูกปรับเปลี่ยนไปเหมือนมหรสพหาเสียงนักการเมืองสมัยเก่า ใช้ทั้งนักร้อง หางเครื่อง โคโยตี้นุ่งน้อยห่มน้อยดึงดูดชาวบ้านให้มางาน ไม่มีร่องรอยของโครงการกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) ในอดีตที่มาของคำว่า “เห็นแล้วน้ำตาจะไหล” ก็ต้องปล่อยให้เป็นไป จนถึงวันที่ทหารจะกล้าเปิดให้ประชาชน “หย่อนบัตร” จะได้รู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ชื่นชอบหรือรังเกียจกิจกรรมการเมืองที่รัฐบาลนี้ทำ

“ประวิตร” ไม่รับมุกนิรโทษกรรมโยนรัฐบาล หลังเลือกตั้งไปทำเอง ท้าเหยงยุทธศาสตร์ชาติ-รธน.ฉีกได้ก็ฉีกไป “มีชัย” เย้ย รบ.แห่งชาติคิดกันไปเอง เฉ่งพวกหัวใหม่จ้องโละ รธน.ทั้งฉบับ... 19 มิ.ย. 2561 04:49 19 มิ.ย. 2561 04:59 ไทยรัฐ


advertisement