วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใจสุดสตรองในโลก 'พาร์กินสัน'

นอนละเมอ ฝันร้าย มือสั่น อาจเป็นสัญญาณ “พาร์กินสัน” มาเยือน ​ใครเป็นไม่ใช่เพียงแค่ต้องรู้ว่าจะรักษาตัวอย่างไร สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรให้ทุกวันเป็นชีวิตที่มีคุณภาพ สดใส และมีความสุข

เสียงเปียโน ที่ ชนัญพร จิระวิชิตชัย บรรจงบรรเลง สะท้อนความสุข และแสดงคำยืนยันว่าใจที่แข็งแกร่งเท่านั้น ที่สามารถเผชิญกับร่างกายของคนเราที่เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา

ชนัญพร ค้นพบว่าตัวเองเป็นพาร์กินสัน เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว หลังจากที่วันหนึ่งพยายามจะใส่รองเท้าคัตชู ที่ปกติเพียงแค่สอดเท้าเข้าก็ใส่เดินปร๋อแล้ว แต่วันนั้นไม่เหมือนเดิม เพราะแม้จะพยายามใส่ แต่เท้าก็ไม่เป็นตามสั่งเหมือนเดิม จากวันนั้นถึงได้รู้ว่าพาร์กินสันมาเยือน และเข้าสู่กระบวนรักษาดูแล จนปัจจุบันอายุ 64 ปี

การรักษาโรคพาร์กินสันนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทางร่างกายที่ต้องหาหมอเป็นประจำเท่านั้น สิ่งที่เสริมอย่างดี คือต้องมีกลไกการดูแล อย่างที่ “ชมรมเพื่อน พาร์กินสัน” โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กำลังทำอยู่

หลายคนที่อยู่ในชมรมเพื่อน พาร์กินสัน มาที่นี่ประจำ เล่นเปียโน ประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้สิ่งสวยงามอื่น ๆ ชนัญพร ก็เหมือนกัน ผลที่ได้คือได้ออกกำลังทั้งความคิดสร้างสรรค์ และการขยับมืออย่างคล่องตัว ไม่สั่น หรือไม่แข็ง ไม่ขยับแบบติด ๆ ตามอาการของคนที่เป็นพาร์กินสัน เหนือสิ่งอื่นใดคือได้ทางจิตใจด้วย

“ตอนนี้เป็นคนใจเย็นและปล่อยวาง ผิดจากช่วงแรกที่พอรู้ว่าเป็นพาร์กินสัน จะหงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย พอเราทำโน่นทำนี่ มือก็ไม่สั่น เพราะเราไม่ได้นึกถึงตัวเอง ไม่ได้นึกถึงอาการที่เป็น” นั่นคือบทสรุปสำหรับชนัญพร ที่วันนี้สตรองทั้งร่างกายและจิตใจ มีงานโชว์ได้ ทั้งภาพวาด กระเป๋าหลากสีสัน เรียกได้ว่าไม่ใช่ธรรดา และย้ำถึงการเป็นอดีตดีไซเนอร์ สไตลิสต์ ที่เคยเปิดร้านตัดเสื้อบริการลูกค้าย่านสุขุมวิทมาก่อน

รัชนีวรรณ เปล่งศรี ประธานชมรมฯ เปิดเผยว่าปัจจุบันชมรมมีสมาชิกอายุมากที่สุดคือ 89 ปี และน้อยที่สุด 43 ปี หลังจัดตั้งเป็นชมรมมาตั้งแต่ส.ค. 2555 มีสมาชิกที่เป็นทั้งผู้ป่วย และคนที่ดูแลผู้ป่วยรวมประมาณ 700 คน ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ป่วย นอกจากคนไข้ของโรงพยาบาลจุฬาฯแล้ว ยังมาจากโรงพยาบาลอื่นด้วย เพราะชมรมฯ ตั้งใจให้เป็นกลุ่มที่ช่วยกันทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ด้วยการจัดกิจกรรมบำบัด นอกจากปกติผู้ป่วยได้พบหมอเฉลี่ย 3 เดือนครั้ง

ในอีกมุมหนึ่งสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน สำคัญที่สุดคือ ต้องใช้ชีวิตกับคนอื่น ต้องไปที่ต่างๆ แต่ด้วยอาการโรคที่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่า ทำไมเดินช้า เคลื่อนไหวช้า หรือเดินติด มีอาการสั่น บางคนถึงกับโกรธเพราะไม่รู้ว่าเป็นพาร์กินสัน เมื่อสังคมไม่เข้าใจ มองด้วยสายตาแปลกๆ จนอาจทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่กล้าไปไหน และเมื่ออยู่กับตัวเองมาก ๆ ก็อาจทำให้อาการของโรคหนักขึ้น

“ความต้องการให้สังคมเข้าใจ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้อยู่ในสังคมได้ และเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าใจเมื่อเจอผู้ป่วย เพราะทุกคนต่างก็อยู่ในโลกใบเดียวกัน” คือความปรารถนาที่รัชนีวรรณอยากสื่อสารในฐานะผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน จึงมีความร่วมมือกันระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศฯ กับสมาคมนิสิตเก่านิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างสรรค์วิดีโอ ที่มีผู้ป่วยพาร์กินสันมาแสดงเอง โดยได้รับความร่วมมือจากสื่อหลายแขนงช่วยเผยแพร่ จนเป็นคลิปที่มีการแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่าในอนาคตจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมากขึ้น ตามสัดส่วนผู้สูงอายุในไทยที่เพิ่มขึ้น การวินิจฉัยที่ดีขึ้น และคนรู้ตัวเองดีขึ้น และที่ต้องติดตามคือจำนวนผู้ป่วยที่อายุน้อยคือประมาณ 40-50 ปีมีจำนวนมากขึ้น

ในการรักษาที่หมอต้องเข้าใจความรู้สึกผู้ป่วยอย่างยิ่งคือ ผู้ป่วยมาหาหมอ 5-10 นาที แต่อาการของโรคอยู่กับผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นการรับฟังของหมอจึงสำคัญ และที่จำเป็นคือการเล่าอาการของผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อให้วิเคราะห์โรค นำไปสู่แนวทางการรักษาที่ถูกต้องได้ผล

โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมของเซลล์ประสาท ทำให้สารโดปามีนในสมองลดลง จึงแสดงอาการผิดปกติทางการเคลื่อนไหว กลุ่มที่เสี่ยงคือ อายุที่มากขึ้น และกรรมพันธุ์ ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้เสี่ยงคือ ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช และการได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ อย่างเช่นนักมวย ที่มักได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ สำหรับแนวทางป้องกัน ที่ต้องปฏิบัติระยะยาว คือ ออกกำลังกาย เพื่อร่างกาย และสมองได้สะสมความแข็งแรงไว้

ส่วนสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีความเสี่ยงจะเป็นพาร์กินสันแล้ว คือ คนในครอบครัวเป็น นอนละเมอ ฝันร้าย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะการนอนนั้นมีการควบคุมที่ก้านสมอง หากผิดปกติก็จะมีการนอนละเมอกลางดึกแบบรุนแรง และเมื่อสงสัยว่าจะเริ่มเป็น ให้มาพบหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษา ซึ่งเฉลี่ยจะใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพไปอีก 30 ปี เพราะมีการดูแลตัวอย่างถูกต้อง

พาร์กินสันเมื่อเป็นแล้ว การได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง มีความเข้าใจ ทั้งตัวผู้ป่วย หมอ และคนรอบข้าง เพียงเท่านี้ก็ทำให้โลกของพาร์กินสันสตรองกว่าที่คิดได้

นอนละเมอ ฝันร้าย มือสั่น อาจเป็นสัญญาณ “พาร์กินสัน” มาเยือน ​ใครเป็นไม่ใช่เพียงแค่ต้องรู้ว่าจะรักษาตัวอย่างไร สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรให้ทุกวันเป็นชีวิตที่มีคุณภาพ สดใส และมีความสุข 14 มิ.ย. 2561 14:28 14 มิ.ย. 2561 18:36 ไทยรัฐ