วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'นิพิฏฐ์' จี้ คสช.เดินตามโรดแม็ป หนุนใช้ ม.44 แบ่งเขตเลือกตั้ง

'นิพิฏฐ์' จี้ คสช.เดินตามโรดแม็ป หนุนใช้ ม.44 แบ่งเขตเลือกตั้ง

  • Share:

"นิพิฏฐ์" หนุนใช้ มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้ง จวก ครม.สัญจรอัดงบเพียบ แต่ไร้ระบบตรวจสอบการทุจริต คนจนแร้นแค้น

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 61 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ทราบว่าจะมีการหารือของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 เพื่อให้แบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งก่อน ที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งตามปกติการจะแบ่งพื้นที่เป็นเขตเลือกตั้งได้นั้น จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง และรอให้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเสียก่อนจึงสามารถทำได้ แต่ในกรณีนี้อาจเห็นว่าเวลากระชั้นชิด ซึ่งส่วนตัวมองว่า หากจะใช้มาตรา 44 สั่งให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งก็สามารถทำได้ แม้บางฝ่ายอาจจะอ้างว่า ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ตนกลับเห็นว่าแม้เป็นอำนาจพิเศษ แต่ถ้าใช้เพื่อเป็นประโยชน์เรียกคืนความเชื่อมั่น ทั้งต่อนักลงทุนและภาพลักษณ์ของประเทศให้เดินตามโรดแม็ป ที่ คสช.ประกาศไว้เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งได้ ก็ไม่มีโทษอะไร สามารถทำได้ ส่วนที่มีข่าวการจัดเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไปจากเดือน ก.พ. 62 เป็นเดือน เม.ย. 62 นั้น ส่วนตัวยังเชื่อในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่เพิ่งออกมาการันตี ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 62 แต่ถ้าต้องเลื่อนออกไปอีกตามกระแสข่าว ก็จะเป็นการดิสเครดิตตัวนายกฯ เอง เช่น การ์ตูนนิสต์อาจจะเขียนภาพการ์ตูนล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ ให้มีจมูกยาวเพิ่มขึ้นอีกก็ได้

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงสภาพเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดในชนบทที่ยังต้องเผชิญความแร้นแค้น ลำบากในการใช้ชีวิต เพราะไร้กำลังซื้อ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ แม้รัฐบาล คสช.จะอัดเม็ดเงินมหาศาล โดยมีการเก็บสถิติของสื่อมวลชนระบุว่า ครม.-คสช.สัญจรตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบันปี 2561 ในหลายสิบจังหวัด และมีมติ ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาต่างๆ จำนวนมากเป็นเม็ดเงินมากกว่า 3.7 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อพัฒนาท้องถิ่นชนบททั่วประเทศไทย แต่ทำไมชาวบ้านรากหญ้าคนชนบทที่เป็นรากฐานของประเทศ ยังยากจนข้นแค้นตามที่คอลัมนิสต์ตั้งคำถามนี้ต่อรัฐบาล ก็บอกได้เพียงว่าระบบการปกครองนี้เป็นเช่นนี้ เพราะไม่มีระบบถ่วงดุลอำนาจ คือ ไม่มีการตรวจสอบ และเขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรต่อประชาชน เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากประชาชน แต่เมื่อมีมติ ครม.ออกมาว่าอนุมัติโครงการพัฒนาต่างๆ แล้ว สำนักงบประมาณก็จำเป็นต้องอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการ แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่า อัดฉีดเม็ดเงินไปมากขนาดนี้ ทำไมความเป็นอยู่ของชาวบ้านคนชนบทถึงไม่ดีขึ้นเลย เหตุที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันงบฯ เหล่านี้ขึ้นหรือไม่ ก็เพราะไม่มีระบบตรวจสอบ ตามหลักการประชาธิปไตย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้