วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กป้อม' แย้มสิ้นเดือนนี้คลายล็อกหาสมาชิกพรรค ยังไม่ไฟเขียวหาเสียง

'บิ๊กป้อม' แย้มสิ้นเดือนนี้คลายล็อกหาสมาชิกพรรค ยังไม่ไฟเขียวหาเสียง

  • Share:

"บิ๊กป้อม" เตรียมนั่งหัวโต๊ะถกปลดล็อกการเมืองสิ้น มิ.ย.นี้ ย้ำแค่หาสมาชิกพรรค ไม่ไฟเขียวหาเสียง รอกฎหมายลูกเสร็จ เมิน "ธนาธร" ขอไลฟ์สด ยัน ครม.สัญจรล่องใต้ ไม่เอื้อประโยชน์ใคร

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 61 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเชิญพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาหารือการจัดการเลือกตั้งว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ตนเป็นประธานในการประชุมครั้งแรก ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยเบื้องต้นจะดูว่าปลดล็อกอะไรก่อน แต่ยังไม่ปลดล็อกทั้งหมด โดยจะเน้นการเปิดให้พรรคการเมืองสามารถหาสมาชิกพรรคได้ก่อน ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ทางรัฐบาล และ คสช.ยังไม่อนุญาต เพราะต้องรอกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยก่อน

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า หากในที่ประชุมไม่ให้ไลฟ์เฟซบุ๊กก็จะไม่เข้าร่วมด้วยนั้น ก็แล้วแต่ ถ้าอยากมาก็มา ถ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา แต่คงจะไม่ให้ไลฟ์เฟซบุ๊ก เพราะต้องพูดคุยกันก่อน จะมาไลฟ์อะไร อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาทั้งพรรคการเมืองใหม่และพรรคการเมืองเก่า เพราะปัญหาระดับโลกเขายังแก้ไขกันได้ ซึ่งของเราเรื่องแค่นี้เอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จะมีขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เร็วๆ นี้ว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงพื้นที่ไปเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองใด แต่รัฐบาลทำเหมือนกันทุกภาค ซึ่งถามว่าจะไปเอื้อประโยชน์อะไร เพราะเราก็ไปประชุมตามปกติ ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ไปเยี่ยมและดูแลประชาชน เพื่อนำงบประมาณลงไปให้ทุกภาค ซึ่งก็ทำเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบประมาณเราพิจารณาถึงความเหมาะสม และความทัดเทียมกันทุกจังหวัด โดยไม่มีจังหวัดไหนได้มากหรือได้น้อย

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ครม.ตีกลับข้อเสนอขึ้นบำเหน็จให้เจ้าหน้าที่ คสช. 2 ขั้นนั้น ก็เพื่อให้ตนกลับมาพิจารณาดูความเหมาะสม ซึ่งก็ยอมรับว่าจำนวน 600 คนที่ได้ มีจำนวนมากไป แต่ขอดูรายละเอียดก่อนว่า เขาพิจารณาตามความเหมาะสมแค่ไหน เนื่องจากเรามีการให้บำเหน็จปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจะดูทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การอนุมัติหลักการให้ได้อยู่แล้ว แต่ต้องดูจำนวนคนว่ามากเกิน หรือน้อยเกินไปหรือไม่ ส่วนปีที่ผ่านมามีการให้บำเหน็จเจ้าหน้าที่ คสช.ไปถึง จำนวน 1,000 คน และปีนี้ลดเหลือ 600 คนนั้น เนื่องจากปีนี้คนที่มาช่วยงาน คสช.มีจำนวนลดน้อยลงจากปีที่ผ่านมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้