วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กโจ๊ก' โร่พบ 'บิ๊กป้อม' แจ้งรายงานจับกุมแอดมินเพจบิดเบือน

'บิ๊กโจ๊ก' โร่พบ 'บิ๊กป้อม' แจ้งรายงานจับกุมแอดมินเพจบิดเบือน

  • Share:

"รองโจ๊ก" พบ "บิ๊กป้อม" เข้ารายงานผลจับกุมแอดมินเพจบิดเบือนข้อความเท็จ เตรียมประสานตำรวจสากลจับกุมผู้ต้องหา ส่งตัวดำเนินคดีในประเทศ

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.61 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าพบเพื่อรายงานความคืบหน้าการติดตามจับกุมแอดมินเพจ Konthai UK และผู้ที่แชร์เพจว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 29 คน และที่ต่างประเทศได้มีการออกหมายจับเช่นกัน ส่วนจะประสานความร่วมมือจากต่างประเทศด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราได้ออกเป็นหมายแดงพวกที่บิดเบือนทั้งหลายที่ชอบออกข่าวนายกรัฐมนตรีผิดๆ รวมถึงข่าวที่ปล่อยออกมาว่าทางกระทรวงกลาโหมไปเซ็นสัญญาซื้อดาวเทียมซึ่งไม่เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับคนไทยที่มาโพสต์และแชร์ข้อความอันเป็นเท็จไปแล้วทั้งสิ้น 29 คนเรื่องการสร้างความสับสนวุ่นวายในบ้านเมือง วันนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสงบของบ้านเมืองและประชาชน ถ้าเป็นการทำเว็บขึ้นมาแล้วใช้เทคโนโลยีออนไลน์ต่างๆ ในทางที่ผิดทำให้ประชาชนสับสนบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ทั้งหมดเป็นความผิดที่ต้องดำเนินการ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ศาลได้ออกหมายจับนางวัฒนา เอ็บเบจช์ เป็นคนไทยที่อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยได้ออกหมายจับตามความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี เพราะเป็นการนำข้อความที่เป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เป็นคนไทย 29 คนที่นำมาโพสต์ และแชร์ต่อก็มีความผิดเช่นเดียวกัน เพราะการแชร์ข้อความอันเป็นเท็จเข้าไปในระบบออนไลน์ทำให้ประชาชนรับข่าวสารเกิดความโกลาหลบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย เราก็ต้องเข้าไปดำเนินการ ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ต่างประเทศได้ออกหมายจับและประสานตำรวจสากลจับกุมส่งตัวดำเนินคดีที่ประเทศไทย

"ทั้ง 29 คน มีทั้งที่กดไลค์และกดแชร์ โดยจากประวัติที่สืบค้นนั้นพบว่าเป็นประชาชนธรรมดาจึงขอให้พี่น้องประชาชน ช่วยตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ ก่อนจะแชร์ออกไป เพราะการแชร์จะเจตนาหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องข้างใน แต่เมื่อแชร์ออกไปแล้วถือว่าเป็นความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ซึ่งรับโทษเหมือนกับผู้จัดทำข้อมูลต้นทาง โดยคนทำเพจและเว็บนั้นอยู่ที่ต่างประเทศ วันนี้คนไทยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พอบอกว่าน้ำมันราคาแพงก็แชร์กันออกไปแล้วตกใจซึ่งบางคนไม่ได้เจตนา แต่คนทำเว็บมีเจตนาไม่ถูกต้อง สำหรับผู้ที่กระทำผิดในครั้งแรกศาลอาจจะให้จ่ายค่าปรับ 50,000 บาท แต่หากกระทำผิดครั้งที่ 2 จะต้องมีโทษถึงจำคุก" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้