วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงต่อเนื่อง MAZDA 2 หัวหมู่ทะลวงฟันตัวดันยอดขาย!

จากความนิยมชมชอบที่กลายเป็นกระแสตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์รถยนต์ Mazda ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ยอดขายเดือนพฤษภาคมของ Mazda Sales Thailand พุ่งสูงสุดถึง 5,881 คัน เติบโต 48% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนยอดขายสะสม 5 เดือน พุ่งทะยานแตะ 26,886 คัน เพิ่มขึ้น 36% สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ 

ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท Mazda Sales Thailand กล่าวว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จีดีพีเพิ่มขึ้นถึง 4.8% สูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งเกิดจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งด้านการลงทุน อุตสาหกรรม กำลังการผลิต การส่งออก รวมถึงด้านการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ นักลงทุนจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบรับการยกระดับพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย

Mazda อยู่ในสมรภูมิวงการรถยนต์มาอย่างยาวนาน เจอความท้าทายและอุปสรรคมากมายในหลากหลายรูปแบบ หลังจากเคยล้มลุกคลุกคลานซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว ค่าย Mazda ยังคงยืนหยัดในเรื่องของการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ มอบความรู้สึกของการเป็นเจ้าของด้วยความภาคภูมิใจ Mazda คิดออกนอกกรอบจากการผลิตรถยนต์แบบเดิมๆ จนได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คือเทคโนโลยี Skyactiv ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ทั่วโลก และผู้ใช้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ทาง Mazda Motor Corporation ประเทศญี่ปุ่น ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดในประเทศไทย จึงได้ลงทุนเพื่อสร้างโรงงานที่มีความทันสมัยในประเทศ ทั้งยังเพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อเปิดโรงงานแห่งใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้ Mazda Sales Thailand มีฐานการผลิตรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบและทันสมัยที่สุด ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์ (AAT) และโรงงานผลิตเครื่องยนต์ Skyactiv และเกียร์อัตโนมัติ (MPMT) รวมถึงการถ่ายทอดโนฮาวของการผลิตและการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาบุคลากรและผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศอย่างครบวงจร ถือเป็นการพัฒนาบุคลากรไทย และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยอีกทางหนึ่ง

จากกระแสความนิยมชมชอบรถยนต์มาสด้า ทำให้ยอดขายในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นถึง 48% โดยเฉพาะ Mazda 2 ยังคงรั้งเบอร์หนึ่งรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และเป็นรถที่ขายดีตลอดกาลของ Mazda กวาดยอดขายไปอย่างท่วมท้น 3,898 คัน โตขึ้น 57% ตามด้วยรถอเนกประสงค์เอสยูวี CX-5 รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวน 763 คัน เพิ่มขึ้น 151% รถยนต์นั่ง Mazda 3 จำนวน 433 คัน ลดลงเล็กน้อย 7% รถยนต์ Crossover CX-3 จำนวน 206 คัน ลดลง 41% รถปิกอัพ Mazda BT-50 Pro จำนวน 577 คัน เพิ่มขึ้น 65% และ Mazda MX-5 จำนวน 4 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถ Mazda ทั้งหมดในเดือนพฤษภาคมปิดตัวเลขอยู่ที่ 5,881 คัน

ยอดขายรวม 5 เดือนแรกของปี 2561 (มกราคม – พฤษภาคม) มียอดขายสะสมสูงถึง 26,886 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 36% (เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560) โดยเฉพาะ Mazda 2 ยังครองแชมป์ยอดขายสูงสุดถึง 16,979 คัน เติบโต 45% ถัดมาเป็นรถอเนกประสงค์เอสยูวี Mazda CX-5 จำนวน 3,834 คัน เติบโตสูงสุดถึง 179% ตามมาด้วยรถปิกอัพ Mazda BT-50 Pro จำนวน 2,642 คัน เพิ่มขึ้น 2% รถยนต์นั่ง Mazda 3 จำนวน 2,099 คัน ลดลงเล็กน้อย 7% และ Crossover CX-3 จำนวน 1,321 คัน ลดลง 24% รถสปอร์ตเปิดประทุน Mazda MX-5 จำนวน 11 คัน

Mazda KAI Concept 
ชาญชัย ตระการอุดมสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า Mazda ใส่ใจในเรื่องของการผลิตเพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพ เกิดจากการค้นคว้าและวิจัยทำให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ  ขึ้นตามลำดับ Mazda เริ่มต้นจากสิ่งที่มีแนวคิดไม่เหมือนบริษัทรถยนต์จากญี่ปุ่นแบรนด์อื่น ด้วยความกล้าที่จะแตกต่าง จากแนวคิดการออกแบบรถที่ต้องมีความสวยงามน่าใช้งาน มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงรถต้นแบบ ทำให้ Mazda ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องของดีไซน์ Mazda คิดต่างด้วย Customer Centric ทำความเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างละเอียด การผลิตที่ปรับจากการผลิตเพื่อเน้นในเรื่องปริมาณและการบริหารต้นทุนสู่การผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า การพัฒนาการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ทั้งการผลิต การจัดส่ง การจัดสรร การสั่งซื้อ การบริหารสต็อก รวมถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้ถึงมือลูกค้าทั้งเรื่องของเวลาและคุณภาพ

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเรื่องของดิจิตอลนั้นมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เนื่องจากสามารถเข้าได้ถึงทุกความต้องการ ซึ่งดิจิตอลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์ทางด้านการตลาด และการสื่อสารนั้นแพร่ขยายไปได้ไกลและเชื่อมโยงคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อให้มีความสอดคล้องในการใช้งานในแต่ละประเทศ Mazda ได้วางกลยุทธ์ Mazda Building Block Strategy โดยเน้นการวางทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตแบบเป็นขั้นตอน มี 3 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ

1-เรื่องกรอบเวลาของการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสม

2-การพัฒนาโมเดลทางธุรกิจของผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับและสอดคล้องกัน เพื่อความพร้อมกับการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา

3-การเปลี่ยนถ่ายจากเทคโนโลยีปัจจุบันสู่เทคโนโลยีอนาคตที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด


สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนพฤษภาคม 2561 เปรียบเทียบกับปี 2560

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

Mazda แจงยอดขาย 2560 - 2561 Mazda 2 ชูโรงดันยอดสูงสุด พร้อมตอบรับแนวคิดรัฐบาลศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค สร้างมาตรฐานการผลิตใหม่ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น 13 มิ.ย. 2561 13:43 13 มิ.ย. 2561 15:15 ไทยรัฐ