วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉันดูแลเขาได้! คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแชร์ประสบการณ์ คราบน้ำตาและความสุข

2 คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแชร์ประสบการณ์ คราบน้ำตาและความสุข หลังต้องตัดสินใจดูแลลูกๆ เพียงลำพัง

กรณีกระแสสังคมกำลังพูดถึงการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกนั้น ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่แยกทางกับสามี โดยทั้ง 2 ได้แชร์ประสบการณ์ และการรับมือปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งความสุขและรอยน้ำตา

เริ่มต้นจาก นางสาวเอ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งเขามาทำงานที่เดียวกับเรา ก็คบหากันมาเรื่อยๆ จากนั้นก็ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกัน โดยก่อนหน้าก็พอรับรู้เรื่องราวความเจ้าชู้ของเขามาก่อน ซึ่งเขาก็เคยทำผู้หญิงท้องตอนเรียน แต่ก็จบลงด้วยเพราะฝ่ายหญิงขอเอาลูกไปเลี้ยงเอง

หลังจากนั้นเราก็แต่งงานกัน ก็เหมือนคู่รักทั่วไปวางแผนอนาคตร่วมกัน และเราก็ท้อง ตอนนั้นชีวิตคู่เราก็เริ่มปัญหา เพราะแฟนได้งานใหม่ ส่วนเราก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม มีคนมาเล่าให้ฟังว่าแฟนชอบออกไปกับเพื่อนผู้หญิงที่ทำงาน เราก็คิดว่าไม่มีอะไร แต่หลังจากนั้นก็จับได้ว่าเขาเกินเลยมากกว่าเพื่อนร่วมงาน

"ตอนนั้นเหมือนชีวิตพังจริงๆ สงสารลูกที่อยู่ในท้องมากๆ ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่าเขาท้องลูกสามีเราเหมือนกัน มันเหมือนคนเอามีดมากรีดที่กลางใจ รู้สึกเจ็บไปหมด ยังดีที่ได้พ่อและแม่ปลอบใจเรา ณ วันนั้นรู้เลยว่าเรากับเขาไปด้วยกันไม่ได้แล้ว มันหมดสิ้นทุกอย่าง ความรัก ความไว้ใจ เราก็บอกไม่เป็นไรไปดูแลคนของเธอเถอะ ส่วนลูกเราจะดูแลเอง หลายคนบอกเรานี่นางเอกมาก แต่สำหรับเรามันไม่ใช่เลย อยู่กับคนที่หมดใจ ยังไงก็อยู่กับเขาไม่ได้นาน นั้นคือความคิดเราตอนนั้น"

เอ เล่าอีกว่า ปัจจุบันเรารู้สึกดีกับชีวิตที่เป็นอยู่ เวลาเหนื่อยก็มองหน้าลูก รู้สึกเลยว่าความสุขมันเป็นอย่างไร ลูกคือชีวิตที่เหลืออยู่ของเราจริงๆ ตอนนี้เขาขึ้นอนุบาล 3 แล้ว เป็นเด็กผู้ชาย และเขาพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ในฐานะที่เราเป็นแม่ เราก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับเขา โดยเฉพาะความรักที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีพ่อ

ถึงจะพลาด แต่เขาเกิดมาจากความรัก 

นางสาวบี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว อายุ 28 ปี เล่าให้ฟังว่า มีโอกาสได้กลับไปเจอกับแฟนเก่า และเราก็เผลอมีอะไรกัน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป ซึ่งแฟนเก่าก็กำลังจะแต่งงาน เราก็รู้สึกเจ็บนิดๆ อารมณ์เหมือนยังลืมเขาไม่ลง

จากนั้นไม่นานเราก็ท้อง ตอนนั้นไม่กล้าบอกครอบครัวเลย เพราะเราแยกมาทำงานที่ต่างจังหวัดคนเดียวนานแล้ว ตอนท้องรู้สึกเศร้ามาก เวลาไปหมอ หรือ เวลาเป็นตะคริว เราจะรู้สึกแบบทำไมมันยากจัง

"เราร้องไห้ทุกวัน มีเพื่อนสนิทมาช่วยดูแล พาไปหาหมอบ้าง มานอนค้างช่วยดูแลเรา โชคดีที่เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะเรายังทำงาน และพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ซึ่งเพื่อนก็ถามเราว่า ทำไมไม่บอกพ่อเด็ก เราก็บอกไม่ดีกว่า ไม่อยากทำลายชีวิตของใคร มันจบไปตั้งแต่คืนนั้นแล้ว แว่บแรกเราก็คิดว่าทำไมไม่ทำแท้งจะได้จบๆ ไป แต่มาคิดอีกที ลูกไม่ได้ผิดอะไร เขาเกิดมาจากความรักนะ"

บี เล่าอีกว่า จนใกล้ๆ จะคลอดตัดสินใจโทรไปบอกพ่อกับแม่ เรารู้ว่าพ่อกับแม่ต้องเสียใจกับการกระทำของเรา แต่ท่านก็ให้กำลังใจให้เราสู้ และบอกอีกว่า ดีที่เราไม่ได้ทำแท้ง ไม่งั้นพ่อกับแม่จะเสียใจมากกว่านี้ หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้กลับบ้าน โดยมีแม่ กับน้องสาว ช่วยกันดูเราและลูก

"จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว ทุกวันนี้เขาก็ไม่รู้นะว่าเขาเป็นพ่อของลูกเรา ที่ไม่บอกเพราะเราก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวเขาพัง ที่สำคัญเราก็ออกจากสังคมตรงนั้น เพื่อไม่ให้ใครสงสัย มีแค่เพื่อนที่สนิทที่รู้เรื่องนี้ เราก็บอกให้ช่วยปิด อย่าไปบอกใคร ทุกวันนี้เราก็มีความสุข ลูกเราก็เป็นผู้หญิง เขาก็น่ารักสมวัย"

2 คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแชร์ประสบการณ์ คราบน้ำตาและความสุข หลังต้องตัดสินใจดูแลลูกๆ เพียงลำพัง 12 มิ.ย. 2561 17:53 13 มิ.ย. 2561 18:07 ไทยรัฐ