วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ อดีตผู้การฯเลยชวนลงทุน เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เล็งชงฟันโทษวินัย-อาญา

ผบช.ภ.4 เผย สุทิพย์ เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ไม่รอดทั้งอาญา วินัย เตรียมเสนอ ผบ.ตร.เอาผิดข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยพบผู้เสียหายที่หนองบัวลำภู ขอนแก่น กว่า 130 ล้านบาท... 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวถึงกรณีข้าราชการตำรวจในจังหวัดเลย จำนวน 192 ราย ที่เข้าร่วมและโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย ว่า โครงการดังกล่าว มี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยเป็นผู้ก่อตั้ง และประธานโครงการ รวมทั้งบริการจัดการหนี้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ และยังจะมีการปันผลกำไรให้กับสมาชิกด้วย แต่สุดท้ายเกิดปัญหาความเดือดร้อนกับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งจะถูกยึดบ้าน ยึดรถ ครอบครัวเดือดร้อน ไม่มีค่าเทอมให้ลูกเรียนหนังสือ จึงได้เข้ายื่นหนังสื่อร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้เรียกให้มาพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.) ไม่มาพบก็จะถูกดำเนินคดีอาญา และเอาผิดทางวินัย


ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเลย ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจนอาจถูกฟ้องบังคับคดีซึ่งจะส่งผลต่อหัวหน้าที่ราชการได้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยและเป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้เสมอโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยโดยให้สมาชิกกู้เงินจากสหกรณ์นำไปชำระหนี้และปิดบัญชีสถาบันการเงินอื่นให้สมาชิกเป็นหนี้สหกรณ์แห่งเดียวเท่านั้น พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช จึงได้เสนอโครงการบริหารหนี้ในคราวเดียว ซึ่งจะบริหารหนี้ของสมาชิกให้หมดไปหรือลดน้อยลง


โดยใช้วิธีให้สมาชิกกู้เงินตามโครงการกู้รวมหนี้มอบเงินให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ไปเพื่อบริหารหนี้ จะมีผลตอบแทนตามอัตราส่วน ในการร่วมลงทุนเช่นลงทุน 1 ล้านบาทจะได้เงินปันผลเดือนละ 5,000 บาทและเมื่อครบกำหนด 3 ปีตามสัญญาจะได้ผลตอบแทนอีกห้าแสนบาทพร้อมเงินทุน 1 ล้านบาท ต่อมาเมื่อต้นปี 2561 ปรากฏว่าการดำเนินการตามโครงการบริหารหนี้ไม่ได้ผลตอบแทนตามที่แจ้งไว้ เมื่อสมาชิกขอยกเลิกการร่วมโครงการ ก็ไม่มีเงินทุนคืนให้กับสมาชิกทำ ให้สมาชิกคลังชำระหนี้จากสถาบันการเงินและทวงถาม และจะถูกฟ้องบังคับคดีได้จึงได้ร่วมกันทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นโดยมีวงเงินกู้จากสหกรณ์และนำเข้าร่วมโครงการบริหารงบประมาณ 229 ล้านบาท


นอกจากนี้ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 มีผู้เสียหายจำนวน 7 รายได้เข้าร่วมร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อ ว่า เมื่อปลายปี 2558 นายแดง (นามสมมติ) พร้อมสามี ซึ่งทั้งสองคนเป็นข้าราชการเกษียณ ได้ชวนให้ลงทุนในธุรกิจหุ้นซึ่งจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 2.8 ต่อสัปดาห์ หลงเชื่อและร่วมลงทุนในระยะแรกๆ ได้จ่ายผลตอบแทนตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ จึงทำให้ผู้เสียหายเพิ่มทุนและส่งปันผลที่ได้รับกลับไปลงทุนอีกเพิ่มทวีขึ้นตามลำดับ ต่อมาเมื่อประมาณกลางปี 2560 ปรากฏว่าไม่ได้มีการจ่ายสินตอบแทนตามกำหนด หยุดชะงักไปและไม่สามารถส่งเงินทุนคืนแต่อย่างใด ความเสียหายประมาณ 70 กว่าล้านบาท 

จากการสอบสวนพบว่าพฤติกรรมและการกระทำ มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ คือการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และน่าจะมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมกระทำผิดหลายอย่างและคดีอื่นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 นอกจากนี้ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ก็มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับนางแดง (นามสมมติ) พร้อมสามี ซึ่งโกงเงินไปมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท โดยพฤติกรรมในการทำความผิดแบบเดียวกันกับพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู แต่ผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดขอนแก่นนั้น มีทั้งข้าราชการระดับสูง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม

ขณะนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดมีมูลค่าความเสียหาย ข้อเสียหายในเบื้องต้นหลายร้อยล้านบาท ถือเป็นคดีสำคัญของตำรวจภูธรภาค 4 มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมากและน่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผู้ติดต่อสอบถามในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นจำนวนมาก จึงได้โอนเรื่องทั้งหมดมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งมี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อทำการสอบสวนในคดีดังกล่าวที่อาจปรากฏพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงมิมีผู้ร้องทุกข์ในคดีอื่นเชื่อมโยงกับคดีให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนใช้อำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีที่เชื่อมโยงเกี่ยวพันกันด้วย และถ้าน้องประชาชนผู้ใดได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์กรณีกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกรณีดังกล่าวให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ในวันเวลาราชการ 


“ในส่วนของข้าราชการตำรวจในจังหวัดเลย จำนวน 192 ราย ที่เข้าร่วมและโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคณะสืบสวนสอบสวน ได้มีการตรวจสอบสอบสวนจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นพบว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ 2527 มาตรา 4, 5 โดยจะมีการดำเนินคดีอาญากับพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ 2527 และความผิดทางวินัย โดยจะทำหนังสือเสนอไปยัง ผบ.ตร.รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป.

ผบช.ภ.4 เผย สุทิพย์ เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ไม่รอดทั้งอาญา วินัย เตรียมเสนอ ผบ.ตร.เอาผิดข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยพบผู้เสียหายที่หนองบัวลำภู ขอนแก่น กว่า 130 ล้านบาท... 12 มิ.ย. 2561 16:04 12 มิ.ย. 2561 16:36 ไทยรัฐ