วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนตำนานเลือด เซนโตซา! ‘เกาะแห่งความตาย’ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์-คิม


‘เกาะเซนโตซา’ (Sentosa) ของสิงคโปร์ ได้ถูกสื่อต่างประเทศกล่าวถึงอย่างครึกโครม ทันทีที่ ซาราห์ แซนเดอร์ โฆษกประจำทำเนียบขาว ออกมายืนยันเมื่อ7 มิ.ย.ว่า การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ จะมีขึ้นที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา แห่งนี้...

ท่ามกลางความสวยงามของชายหาด และอาณาจักรของความบันเทิง ทั้งสถานกาสิโน สนามกอล์ฟ รีสอร์ท ไปจนถึงสวนสนุกของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ บนเกาะเซนโตซาในวันนี้ เราอยากพาคุณผู้อ่านไปรู้จักประวัติศาสตร์ความเป็นมาของความเหี้ยมโหดที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะเซนโตซา ซึ่งบางทีอาจทำให้ ทรัมป์ และคิม จอง อึน เดินหน้าสานสันติภาพกันได้มากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้!!

*ชื่อเดิมชวนขนลุก ‘เกาะแห่งความตายที่อยู่ข้างหลัง

เกาะเซนโตซา เป็นเกาะหนึ่งในจำนวน 63 เกาะของสิงคโปร์ และอยู่ไม่ไกลจากเกาะหลักของประเทศเท่าใดนัก โดยมีชื่อเดิมที่เรียกขานกันว่า ‘ปูเลา เบอลากัง มาตี’ (Pulau Blakang Mati) มีความหมายตรงตัวว่า ‘เกาะแห่งความตายที่อยู่ข้างหลัง’ เรียกว่า แค่ชื่อพอฟังแล้วก็ชวนขนลุก เนื่องจากเคยเป็นสถานที่ที่เหล่าโจรสลัดนัดมาเจอกัน อีกทั้งยังถูกกองทัพญี่ปุ่นซึ่งเข้ายึดสิงคโปร์ในปี 1942 ใช้เป็นคุกคุมขังทรมาน-สังหารหมู่นักโทษสมัยสงครามโลกครั้งที่2

*ลานสังหาร- วิวที่ทรัมป์-คิมจะมองเห็นได้จากโรงแรมคาเปลลา

บีบีซี รายงานว่า ภายหลังทหารญี่ปุ่นเข้ายึดสิงคโปร์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมาเลย์ จีน และบูกิส ชาวเรือจากเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียได้แล้ว หลังกองกำลังเจ้าอาณานิคมอังกฤษที่ปกครองสิงคโปร์ ได้ยอมพ่ายแพ้ในปี 1942 นั้น ญี่ปุ่นได้เปลี่ยนชื่อเป็นเกาะ ‘ซิโยนัน’(Syonan) แปลว่า แสงสว่างแห่งทักษิณ ก่อนต่อมา ทหารญี่ปุ่นได้สังหารคนเชื้อสายจีนในสิงคโปร์เป็นเวลาหลายปี อย่างเหี้ยมโหด ด้วยการใช้ปืนกลกราดยิงแล้วทิ้งศพลงทะเล เนื่องจากคนเชื้อสายจีนในสิงคโปร์ได้เข้าร่วมในขบวนการต่อต้านทหารญี่ปุ่น

และบริเวณที่ถูกใช้เป็นลานสังหาร ก็คือชายหาดบนเกาะเซนโตซา ซึ่งปัจจุบัน คือวิวที่มองเห็นได้จากโรงแรมคาเปลลา สถานที่นัดพบครั้งประวัติศาสตร์ของทรัมป์กับคิม จอง อึน นอกจากนั้น เกาะเซนโตซา ยังเคยถูกกองกำลังญี่ปุ่นใช้เป็นค่ายกักกันนักโทษสงคราม ทหารอังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นทหารฝ่ายสัมพันธมิตร ประมาณ 400 คน

*สิงคโปร์ขอให้ลืมอดีต เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น‘สันติและเงียบสงบ’

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง รัฐบาลสิงคโปร์ได้เดินหน้าพัฒนาประเทศ โดยในช่วงทศวรรษที่ 1970 รัฐบาลสิงคโปร์ ได้เปลี่ยนชื่อเกาะแห่งนี้ เป็นชื่อ เกาะเซนโตซา ซึ่งมีความหมายว่า ‘สันติและเงียบสงบ’ พร้อมทั้งพยายามเปลี่ยนเกาะที่มีความหลังอันแสนโหดร้ายนี้ ให้เป็นเกาะท่องเที่ยว ที่มีทั้งสถานกาสิโน รีสอร์ท และอาณาจักรแห่งความบันเทิงครบครัน

*แล้วทำไมเลือกเกาะเซนโตซาเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอด?

สำหรับการตัดสินใจจัดประชุมสุดยอดที่เกาะเซนโตซา เนื่องจากเหตุผลด้านโลจิสติกส์  เกาะเซนโตา อยู่ห่างจากชายฝั่งด้านทิศใต้ของเกาะหลักในสิงคโปร์ เพียงแค่ครึ่งกิโลเมตรเท่านั้น จึงทำให้เป็นสถานที่ที่ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย มีความสันโดษและเป็นส่วนตัว

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมงานจัดประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับคิม จอง อึน ยังชี้ถึงเหตุผลที่เลือกเกาะเซนโตซา เป็นสถานที่จัดประชุมว่า เนื่องจากเป็นเกาะที่มีถนนทางหลวง เชื่อมกับเกาะหลักสิงคโปร์เพียงสายเดียวเท่านั้น ซึ่งทำให้ง่ายต่อการปิดการจราจร อีกทั้งการเข้าถึงเกาะแห่งนี้ก็ยังสามารถควบคุมได้ง่าย เพราะมีช่องทางคมนาคมเข้าถึงไม่กี่ช่องทาง ได้แก่ รถไฟฟ้า ทางเดินข้ามเกาะ อุโมงค์รถ และกระเช้าไฟฟ้าเท่านั้น

ขณะที่เกาะเซนโตซา ในบริเวณที่เรียกว่า เซนโตซาโคฟ ยัง ยังเป็นย่านที่พักหรูของบรรดาคนที่มีฐานะร่ำรวยลำดับต้นๆในสิงคโปร์ เพราะยังมีท่าเทียบเรือยอชท์หรูหราทางฝั่งตะวันออกของเกาะด้วย

*โรงแรมคาเปลลา สถานที่จัดประชุมบนเกาะเซนโตซา

โรงแรมหรูหราระดับ 5ดาว  ‘คาเปลลา’ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ โดยเป็นโรงแรมที่มีห้องพักและวิลลา ขนาด 112 ห้อง บนเนื้อที่เกือบ 76 ไร่ ออกแบบโดย ‘นอร์แมน ฟอสเตอร์’ สถาปนิกชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งนำรูปแบบอาคารในยุคอาณานิคมาใช้ โดยทางโรงแรมคาเปลลาได้บอกถึงเอกลักษณ์ของโรงแรมว่า เป็นสถานที่ที่‘ความเก่าและใหม่มาผสมผสานกันในแบบที่หรูหรา’

*สิงคโปร์คุมเข้มรักษาความปลอดภัยพิเศษรอบโรงแรม

รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบโรงแรมคาเปลลาอย่างเข้มงวด ประกาศให้เป็นเขตรักษาความปลอดภัยพิเศษ ตั้งแต่ช่วงหลายวันก่อนถึงวันประชุมสุดยอดแล้ว โดยห้ามไม่ให้มีการนำอาวุธ พลุ เครื่องกระจายเสียงและสิ่งของต้องห้ามอื่นๆอีกหลายอย่าง เข้ามาในเขตนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับอนุญาตให้สามารถตรวจค้นร่างกายของบุคคลที่เข้ามาในเขตนี้ได้

ขณะที่มีข่าวว่าในการมาประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์ ประธานาธิบดีทรัมป์และคิม จอง อึน จะไม่พักที่โรงแรมคาเปลลา โดยทรัมป์จะพักที่โรงแรมแชงกรี-ลา ในขณะที่คิม อาจพักที่โรงแรมเซนต์ รีจิส สิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองโรงแรมตั้งอยู่บนเกาะหลักใกล้กับถนนออร์ชาร์ด หรือออร์ชาร์ด โร้ด ซึ่งเป็นถนนสายช็อปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์

*ทรัมป์ ทวิตข้อความ หวังให้เป็นจุดเริ่มต้น

สำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับคิม ที่โรงแรมคาเปลลา จะเริ่มขึ้นในเวลา 9.00 น.ของวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเจรจากันครั้งแรก ระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ที่มีวาระประชุมมุ่งไปที่การปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี หลังจากไม่นานที่ผ่านมา คิม จอง อึนได้สร้างประวัติศาสตร์ ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ไปประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจ อินของเกาหลีใต้ที่เขตปลอดทหาร หมู่บ้านปันมุนจอมมาแล้ว

ก่อนหน้าถึงจะวันประชุมสุดยอดที่ชาวโลกเฝ้ารอ.. ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ทวิตข้อความทางทวิตเตอร์ ว่า ‘การพบกับผู้นำเกาหลีเหนือในสิงคโปร์ จะเป็นความหวังของการเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่..ซึ่งพวกเราจะได้เห็นในเร็วๆนี้’...

‘เกาะเซนโตซา’ ของสิงคโปร์ ได้ถูกสื่อต่างประเทศกล่าวถึงอย่างครึกโครม ทันทีที่ ซาราห์ แซนเดอร์ โฆษกประจำทำเนียบขาว ออกมายืนยันเมื่อ7 มิ.ย.ว่า การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประ 9 มิ.ย. 2561 16:17 9 มิ.ย. 2561 22:06 ไทยรัฐ