วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม ส่งของต้องห้ามยุค 4.0

“ระเบิด”...“ปืน”...“ยาบ้า” ...“ยาเสพติด”...สิ่งผิดกฎหมายส่งผ่านไปรษณีย์ถ้าไปถึงผู้รับปลายทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ ยิ่งดูสถิติการตรวจสอบจับกุมจากความร่วมมือทั้งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และตำรวจแล้วก็ยิ่งน่าสนใจ

ไม่กี่วันที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2560 เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหานำสิ่งผิดกฎหมายส่งผ่านไปรษณีย์และบริษัทจัดส่งพัสดุเอกชน มีอาวุธปืน 600 กระบอก...เครื่องกระสุนปืน 20,000 นัด และยาบ้า 40,000-50,000 เม็ด...กัญชา 100 กิโลกรัม...แก้ไอ 50 ขวด...ไอซ์ 150 กรัม

ส่วนใหญ่ติดต่อซื้อขายกันผ่านระบบออนไลน์กลุ่มปิด...เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ เหตุที่จับได้ไล่ทันส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ เข้าไปให้ความรู้ในการสังเกตพัสดุแอบแฝงสิ่งผิดกฎหมาย ขอตรวจบัตรประชาชนทุกครั้งในการฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ และขอความร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการตรวจพัสดุให้ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477

ยุคนี้การสื่อสารและการขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางเหล่านี้ลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายไปยังพื้นที่ต่างๆ สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บอกว่า ในศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศจะมีเครื่องเอกซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดและตรวจโลหะ หากมีกล่องพัสดุต้องสงสัยจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบทันที เพราะเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไม่มีความชำนาญพอและไม่มีอำนาจเปิดกล่องพัสดุได้

“อาจมีของต้องห้ามบางกล่องหลุดรอดสายตาไปได้ แต่หากพบสิ่งผิดกฎหมายจะติดตามบุคคลจากบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใช้บริการฝากส่งสิ่งของที่จะต้องแสดงบัตรแก่เจ้าหน้าที่ทุกครั้ง”

ต้องย้ำว่าสิ่งของต้องห้ามฝากส่งทางไปรษณีย์ ตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ 2477 ได้แก่ สัตว์มีชีวิต, สิ่งเสพติด, สื่อลามกอนาจาร, วัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ, วัตถุมีคมที่ไม่มีเครื่องหุ้มห่อป้องกัน, ธนบัตร และสิ่งของปลอมแปลง หรือลอกเลียนแบบโดยละเมิดลิขสิทธิ์

แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดบทลงโทษเอาไว้ แต่หากพบสิ่งผิดกฎหมายประเภทใดที่มีโทษตามกฎหมายก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามบทลงโทษนั้น

ในปี 2561 ถึงการซื้อขายสิ่งผิดกฎหมายผ่านระบบออนไลน์และพัสดุส่งผ่านไปรษณีย์จะลดน้อยลงไป แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ ภัยยุคใหม่ “มิจฉาชีพ” จะอาศัยโอกาสและทุกช่องทางหากินโดยไม่สุจริต

หนึ่งเหลี่ยมในร้อยเล่ห์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วและไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกกับใคร...เมื่อไหร่ ราวปลายปีที่แล้ว ผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า “Yutha Krainarong” เปิดเผยเรื่องราวเตือนภัยกลุ่มมิจฉาชีพส่งสินค้ามาจากประเทศจีนในรูปแบบพัสดุ พร้อมกลวิธีหลอกเอาเงินจากเหยื่อโดยใช้การส่งสุ่มถึง “ผู้รับ” แบบเก็บเงินปลายทาง 1,680 บาท

“วิธีการก็คือ คนเลวพวกนี้เอาข้อมูลมาจากไหนไม่รู้ สุ่มส่งมั่วไปยังที่ต่างๆ ใครไม่ทันคิดไปเซ็นรับก็ต้องจ่ายเงิน...เปิดออกมาเป็นอะไรก็ไม่รู้มูลค่าไม่เกินร้อยบาท บริษัทเอกชนขนส่งก็ซวยไป รับเรื่องร้องเรียนจนแน่น”

วิธีการกลโกงก็คือ ใช้คำสั่งฝากส่งแบบเรียกเก็บเงินปลายทางในอัตราตั้งแต่ 900 บาท ไปจนถึงเกือบ 2,000 บาทต่อชิ้น น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า...รายชื่อและเบอร์โทร.ผู้รับกลุ่มมิจฉาชีพนั้นได้มาจากไหน คงต้องสืบหากันต่อไป ผู้รับบางคนที่งงๆ เห็นว่าชื่อตรง เบอร์โทร.ตรง และที่อยู่ก็ตรงอีก...เห็นว่ายอดเงินไม่มากก็ยอมจ่าย

พนักงานบริษัทขนส่งก็แค่ทำหน้าที่เก็บเงิน นำเงินส่งเข้าระบบ โดยกฎหมายและสัญญาการฝากส่งของ แน่นอนว่าผู้รับไม่สามารถที่จะแกะหีบห่อออกดูก่อนที่จะจ่ายเงินได้

“จ่ายเงินแล้ว...จึงจะได้แกะ บางคนก็แกะเลย บางคนก็เก็บไว้แกะทีหลัง บางคนก็รับแทนญาติ หรือคนในครอบครัวที่มีชื่อตามจ่าหน้า ที่แกะดูเลยจะเห็นว่าของนี่มันขยะนี่หว่า มูลค่าไม่เกินร้อยบาท ส่วนที่รับไว้แทน...ที่ยังไม่ได้แกะดู กว่าจะรู้ก็อาจเลยกำหนดที่จะแจ้งไปยังบริษัทขนส่งว่าของที่ส่งมาผิดไปจากที่สั่ง หรือจริงๆแล้วไม่ได้สั่ง”

ที่ร้ายไปกว่านั้น... “เงิน” ก็ถูกโอนจากบริษัทขนส่งไปยังไอ้ขี้โกงในต่างแดน หรือคนส่งจากประเทศอื่นก็มี...เรียบร้อยแล้ว

ประเมินคร่าวๆพวกนี้หวังผลสำเร็จแค่ครึ่งหนึ่งของของที่ส่งมามั่วๆ มีคน “รับ” หรือ “รับแทน”...ก็คุ้มค่ากับการลงทุนในกลโกงแล้ว ลองนึกภาพตามกันว่า ถ้าส่งผ่านบริษัทขนส่งมา 200 กล่อง ค่าส่งกล่องละ 100 บาท... คิดค่าของขยะบวกกับค่าแพ็กของอีกสัก 50 บาท บวกกับค่าเสียเวลาอีกนิดๆหน่อยๆก็ลงทุนแค่ 20,000-30,000 บาท

แต่หากใน 200 กล่องที่ว่านี้มีคนรับ 100 กล่อง ยอมจ่ายเงินปลายทางเฉลี่ยกล่องละ 1,500 บาท มิจฉาชีพจากแดนไกลจะได้เงินเห็นๆถึง 150,000 บาท

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เกิดกับตัวคงไม่รู้...เป็นอุทาหรณ์เตือนใจภัยยุคใหม่ ยุคสังคมดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ช็อปอย่างมีสติ...ใช้จ่ายและดำเนินชีวิตอย่างมีสติ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง

กรณีเรื่องความเสียหายของสินค้า สินค้าผิดกฎหมาย เล่ห์เหลี่ยมแก๊งมิจฉาชีพและแนวทางการแก้ไข คนในแวดวงไปรษณีย์กระซิบมาว่า วิกฤติทำให้เกิดโอกาสเสมอ ต้องยอมรับว่า จากที่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับได้รับกล่องสินค้าที่บุบ...เสียหาย ที่ผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้ไปรษณีย์ไทยมีการนำระบบใหม่เข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าสูงสุด เช่น การนำภาชนะ (กล่อง) มาใส่สินค้าต่างๆแทนการใช้ถุงบรรจุ เนื่องจากถุงจะเหมาะกับสินค้าประเภทซอง เป็นต้น ก็ต้องนำการบรรจุรูปแบบใหม่มาใช้ โดยใช้มากว่า 3 ปีแล้ว

ปัจจุบันนี้สินค้า 8 ล้านชิ้นต่อวัน ทั้งเป็นประเภทซองและประเภทกล่อง เกิดการเสียหายน้อยมาก นั่นหมายถึงว่า...ตัวเลขสินค้าเสียหายลดลงต่อเนื่อง และไปรษณีย์ไทยยังมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการหุ้มห่อ...ศัพท์เฉพาะของไปรษณีย์ไทย ให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะส่งออก

นอกจากนี้ ยังนำภาชนะที่เรียกว่า “Role Pallet” มาบรรจุสินค้ากล่อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ที่ผ่านมา มีการสำรวจความพึงพอใจในการรับสินค้า ผลคือลูกค้ามีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากกรณี...สินค้าผิดกฎหมาย เรารณรงค์ทั้งติดประกาศสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เรื่องการห้ามรับฝากของคนอื่น การเตือนกฎต่างๆ ก่อนส่งสินค้าออก กรณีมีสินค้าจากต่างประเทศ...ที่อาจจะผิดกฎหมาย และให้ผู้รับไปรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์นั้น

บางกรณี...อาจจะเป็นการหลอกลวงให้เสียค่าส่งกลับไปที่แก๊งมิจฉาชีพก็ลดน้อยลงแล้ว เนื่องจากมีการเตือนจากไปรษณีย์เองและกลุ่มโซเชียลมีเดียเองก็มีการเตือนแบบวงกว้าง ตอนนี้เรียกได้ว่ามีจำนวนลดลงมากๆ

“ไปรษณีย์ไทย” เป็นหน่วยงานที่เกิดมาแล้ว 135 ปี โลกยุคใหม่ที่ทุกๆอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วฉับพลันดังสายลมพัดผ่าน การปรับตัวอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น

จดหมายไม่มี...แต่การส่งของมากขึ้น ร.ส.พ.ไม่มีแล้ว แต่การขนส่งยังเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันจึงเน้นเรื่องการส่งของเป็นหลัก เมื่อก่อนตัวเลขรายได้หลักมาจากการส่งจดหมาย ซึ่งเป็นสัดส่วนถึง 70% ในยุคปัจจุบันยังคงต้องรักษาตลาดการสื่อสาร ยึดรายได้แบบดั้งเดิมอยู่ และมุ่งขยายธุรกิจการขนส่งแบบกล่อง

รวมถึงขยายน้ำหนักจากได้ที่ 20 กิโลกรัม ขยับไปที่ 200 กิโลกรัม ...“โลกเปลี่ยนไป ไปรษณีย์ไทยต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นโลจิสติกส์โพสต์เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น ใช้เทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาในระบบ โดยเริ่มตั้งแต่การปรับนโยบายใหม่ แต่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำอยู่”

ยุคดิจิทัล...ไทยแลนด์ 4.0 ปู๊นๆ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบขนส่งทั้งไปรษณีย์ บริษัทเอกชน จะต้องมีระบบตรวจสอบที่รัดกุมรอบด้าน ไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว.

“ระเบิด”...“ปืน”...“ยาบ้า” ...“ยาเสพติด”...สิ่งผิดกฎหมายส่งผ่านไปรษณีย์ถ้าไปถึงผู้รับปลายทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ ยิ่งดูสถิติการตรวจสอบจับกุมจากความร่วมมือ... 7 มิ.ย. 2561 09:36 7 มิ.ย. 2561 09:41 ไทยรัฐ