วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุวพันธุ์ พร้อมสนองพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ขอคนแยกแยะพระที่ทำผิด

สุวพันธุ์ พร้อมสนองพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ขอคนแยกแยะพระที่ทำผิด

  • Share:

สุวพันธุ์ พร้อมสนองพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ขอสังคมแยกพระที่ทำผิด เพราะพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดียังมีอีกมาก สังคมจะต้องแยกแยะอะไรเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลอะไรเป็นเรื่องของคณะสงฆ์...

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 พ.ค.2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเสริมสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค ขึ้นเพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค สร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดและท้องถิ่นให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจในฐานะผู้บริโภค ให้รู้จักคุ้มครองสิทธิของตนเอง โดยไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และไม่เพิกเฉยที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเองหรือไม่รับอันตรายจากการบริโภค ซึ่งเป็นการพัฒนาการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคให้มีประสิทธิภาค โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบไปด้วย ส่วนราชการ ส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งสิ้น กว่า 1,500 คน

พร้อมกันนี้ นายสุวพันธุ์ ได้บรรยายพิเศษเรื่องนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค และการอภิปรายในหัวข้อ กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมอบรมอีกด้วย ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้บริโภคที่ผิดกฎหมาย อาทิ สินค้า 11 รายการที่ผิดกฎหมาย และอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภค เพื่อเป็นการเตือนประชาชนให้ระมัดระวังยิ่งขึ้น ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการและสินค้าโอทอปที่นำมาจัดแสดงและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

นายสุวพันธุ์ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้ปลดพระในมหาเถรสมาคม ว่า เรื่องของคณะสงฆ์ การปกครองคณะสงฆ์มีมหาเถรสมาคมปกครองอยู่ พระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราชเป็นอย่างไร สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ และรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะสนองพระบัญชานั้น ขณะเดียวกันสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็มีงานที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์อยู่แล้ว เราก็จะดูแลส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา กิจการของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างดีที่สุด เพื่อให้พระพุทธศาสนาของเราได้มีความมั่นคง และยั่งยืนต่อไป 

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า อยากเรียนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลไม่ใช่เรื่องของคณะสงฆ์โดยรวม คณะสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนตัวคิดว่าเราชาวพุทธต้องแยกแยะว่า อะไรเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล อะไรเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ยังเชื่อว่าความศรัทธาของชาวพุทธยังมีอยู่ เรายังเข้าวัด เรายังไปกราบพระสงฆ์ได้สนิทใจกันอยู่ ก็อยากเชิญชวนพี่น้องคนไทยได้เข้าใจความเป็นไปของเรื่อง และช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของเราต่อไป การที่ตำรวจเข้าไปจับกุมเมื่อวานนี้ก็เป็นเรื่องของตำรวจ ตำรวจก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่ของเขา เขาก็มีวิธีการในการที่จะดำเนินการ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้