วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตีตั๋วชนโรง : Solo: A Star Wars Story การผจญภัยของ ฮาน โซโล

ตีตั๋วชนโรง : Solo: A Star Wars Story การผจญภัยของ ฮาน โซโล

  • Share:

หลังจาก Rogue One (อ่านรีวิว ตีตั๋วชนโรง Rogue One) นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 กับซีรีส์ A Star Wars Story ที่ครั้งนี้จะพาคนดูไปรู้จักกับตัวละครระดับตำนานของจักรวาล Star Wars ใน Solo: A Star Wars Story ที่จะมาเล่าเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นของ “ฮาน โซโล” ก่อนที่เขาจะโคจรมาอยู่ในไทม์ไลน์หลักใน Star Wars ไตรภาค 4-6 ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะ Solo เพียงอย่างเดียว โดยไม่อิงการเชื่อมโยงในหนังภาคอื่นๆ ต้องถือได้ว่า Solo มีลักษณะการเล่าเรื่องที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง "ฉีก" รูปแบบการเล่าเรื่องเดิมๆ ของ Star Wars อย่างสิ้นเชิง


Solo: A star Wars Story เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเหตุการณ์ใน Rogue One และ Star Wars Episode IV: A New Hope เล่าเรื่องราวของ ฮาน โซโล โจรหนุ่มที่เป็นลูกสมุนในกลุ่มอาชญากรในดาวคอเรลเลีย ที่มีคนรักนาม คีร่า ทั้งสองต้องการหลบหนีออกจากดาวดวงนี้เพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระ แต่สุดท้ายเป็นฮานที่หลบหนีออกมาได้เพียงคนเดียว จนกระทั่งเขาได้พบกับเบคเก็ต สมาชิกแก๊งปล้น ที่ฮานขอเข้าร่วมด้วยเพื่อการปล้น “โคแอ็กเซี่ยม” แร่พลังงานมูลค่าสูงของจักรวรรดิ เพื่อตั้งเป้าหมายในการซื้อยานอวกาศและกลับมารับตัวคีร่า แต่ว่าเส้นทางของฮานไม่ได้ราบรื่นแบบนั้น เพราะเขากลับต้องไปพัวพัน ดรายเดน วอส เจ้าพ่อมาเฟีย ที่ความผิดพลาดหมายถึงความตาย

Solo นับเป็นหนังที่สนุกตื่นเต้นในแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่ต้องไปอิงกับเรื่องราวในหนังภาคหลักเลย สำหรับแฟนๆ อาจรู้อยู่แล้วว่า ฮานเคยเป็นคนของฝ่ายจักรวรรดิ ก่อนจะมาเข้ากับกลุ่มปฏิวัติในภายหลัง มีคู่หูชื่อชิวแบคก้า และมีเพื่อนที่เป็นเหมือนคู่แข่งอย่าง แลนโด คาลริสเซียน ซึ่งเป็นเจ้าของยาน “มิลเลนเนียม ฟอลคอน” ก่อนจะกลายเป็นของฮาน แต่เราไม่เคยรู้ว่าเส้นเรื่องเหล่านี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง การมาของ Solo คือการขยายภาพให้เห็น ซึ่งก็เสี่ยงอยู่ไม่น้อยหากหนังไม่มีจุดเด่นหรือเรื่องราวอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของแฟนๆ เหล่านี้ แต่ด้วยการดำเนินเรื่องในแบบ “แอ็กชั่นโจรกรรม” บวกกับสไตล์การกำกับของ “รอน โฮเวิร์ด” มันก็เพียงพอที่จะสร้างความแปลกใหม่ ชวนติดตาม จนเดาทางเรื่องไม่ถูกว่าบทสรุปของเรื่องราวจะไปจบที่ตรงไหน

ฉากแอ็กชั่นใน Solo สิ่งที่โดดเด่นและแตกต่าง เป็นความสนุกที่แปลกใหม่ในจักรวาล Star Wars เช่น ฉากแอ็กชั่นแนวโจรกรรมที่ตื่นเต้นบนทางรถไฟ ฉากการหลบหนีจากยานรบของจักรวรรดิด้วยยานฟอลคอลที่นำไปสู่ตำนานความเร็ว “12 พาร์เซ็ค” ที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน

“ฮาน โซโล” นักโจรกรรม นักขับ นักบิน เซียนพนัน มือปืน จอมโม้และยียวน ..ทั้งหมดคือส่วนผสมจนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของฮาน ตัวละครในจักรวาล Star Wars ที่โดดเด่น ไม่แพ้เจไดและซิธ การที่ตัวละครนี้เป็นที่รักของแฟนๆ มันก็มาจากการแสดงของนักแสดงระดับตำนานอย่าง “แฮร์ริสัน ฟอร์ด” ซึ่งผู้ที่มาสานงานต่อรับบท ฮาน โซโล ตอนหนุ่มก็คือ “อัลเดน เออร์เรนริช” ที่แฟนหนังชาวไทยอาจไม่คุ้นหน้าสักเท่าไร แต่เราก็เคยดูหนังที่เขาแสดงมาบ้างแล้วอย่าง Beautiful Creatures (ปี 2013), Hail, Caesar! (ปี 2016) ที่แม้จะไม่ทำให้เรารู้สึกรักในตัวละครของฮานได้เท่ากับที่ แฮร์ริสัน ฟอร์ด แสดง แต่ก็นับว่าถ่ายทอดความเป็น ฮาน โซโล ออกมาได้น่าพอใจ แต่ในรายของ “โดนัลด์ โกลเวอร์” นี่ซิ ที่ทำหน้าที่ได้ดีสุดๆ กับการวางมาดของ แลนโด คาลริสเซียน ที่ออกมาได้เท่มากๆ

แต่การแสดงที่โดดเด่นจริงๆ คือ “วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน” ที่ทำให้บท เบคเก็ต ที่คล้ายๆ กับอาจารย์ของฮาน เป็นตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในเรื่อง รวมไปถึง “เอมิเลีย คลาร์ก” ในบท คีร่า คนรักของฮาน ที่แม้บทจะไม่มากนัก แต่การแสดงสีหน้าและอารมณ์ที่ซับซ้อนผ่านทางแววตา ตรึงคนดูได้อยู่หมัดจนเดาทางไม่ถูก อ่อ.. และที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ก็คือ L3-37 หุ่นยนต์ประจำภาคนี้ แม้จะไม่มีเสน่ห์เท่า K-2SO ใน Rogue One แต่การเป็นหุ่นยนต์ผู้เรียกร้องความเสมอภาคให้หุ่นยนต์ ก็ช่วยเสริมมิติของทางด้านสังคมในจักรวาล Star Wars ได้เป็นอย่างดี

ความน่าสนใจของ Solo ก็เป็นเช่นเดียวกับ Rogue One คือการขยายขอบเขตของเรื่องราว เปิดเผยแง่มุมที่ไม่มีหรือทำได้เพียงแค่เอ่ยถึงในภาคหลัก รวมไปถึง Easter Eggs ที่เชื่อมโยงไปยังเหตุการณ์อื่นๆ ซึ่งใน Solo มีสิ่งเหล่านี้ในปริมาณที่เยอะพอสมควร ที่ชอบเป็นพิเศษคือการบอกเล่าถึงด้านมืดของสังคมที่เกิดขึ้นมาจากการปกครองของจักรวรรดิ การประกาศสงครามที่อ้างว่าเพื่อสร้างสันติสุข แต่การกระทำนั้นคือการรุกรานผู้อื่น! (ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังเสียดสีกับโลกความเป็นจริง) จนนำมาสู่การก่อร่างสร้างตัวของผู้มีอิทธิพลหรือผู้ที่มีอำนาจทางการเงินที่เข้ามาฉกฉวยโอกาสจากจุดนี้ จนทำให้สังคมเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมหาความจริงใจได้ยาก แม้กระทั่งคนที่เราเชื่อว่าคือเพื่อน และเป็นส่วนที่หล่อหลอมให้เกิด ฮาน โซโล ขึ้นมาในที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของหนังจะออกมาสนุกและมีความแปลกใหม่ แต่ก็ไม่อาจกลบปัญหาที่ตัวหนังมีได้ กับจังหวะของหนังที่ไม่ไหลลื่น ทำให้หนังสนุกเป็นช่วงๆ เชื่อว่ามาจากปัญหาตอนถ่ายทำที่มีการเปลี่ยนผู้กำกับกะทันหัน จาก ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ จนได้ รอน โฮเวิร์ด มาทำแทนที่จนมีการรื้อและถ่ายทำใหม่ถึง 80% ตามข่าว ทำให้หลายๆ อย่างอาจไม่ลงตัว จนเป็นตำหนิของหนัง Solo ในที่สุด ซึ่งมันก็พอชดเชยได้ด้วยฉากเซอร์ไพรส์ของหนังที่พีคมากๆ กับการเผยตัวละครพิเศษที่ไม่นึกว่าจะมาปรากฏตัวในหนังภาคนี้

สุดท้ายนี้สำหรับแฟน Star Wars คงไม่ต้องเชิญชวนอะไร เพราะยังไงก็ต้องไปดูกันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนดูทั่วไปที่ไม่เคยดูหนัง Star Wars มาก่อนเลย Solo: A Star Wars Story เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำความรู้จักกับจักรวาลหนังชุดนี้ ว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีแฟนติดตามมากมายทั่วโลก

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้