วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โกหกเนียน 4 ปี แท็กซี่อ้างเป็น 'บิ๊กโจ๊ก' แฉวิธีหลอก 6 ตร. วิ่งเต้น 4.3 ล้าน

มิจฉาชีพไม่ได้สร้างตัวเองขึ้นมาเพียงเพื่อหลอกลวงชาวบ้านตาดำๆ อีกต่อไป...หากแต่ว่ากลุ่มเป้าหมายใหม่พุ่งตรงท้าทายมาที่ผู้รักษากฎหมายในแวดวงสีกากี โดยเฉพาะรอบหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ "ตำรวจ" ถูกหลอก เกิดถี่รายสัปดาห์.... แต่ที่ทั้งน่าเศร้าใจ ทั้งฮา และชวนสมน้ำหน้าหน่อยๆ ก็คงเป็นกรณีที่ "โชเฟอร์แท็กซี่แค่คนเดียว หลอกตำรวจได้ตั้ง 6 นาย" แถมได้เงินหลักล้านมาสร้างเนื้อสร้างตัวสบายอุรา กว่าจะรู้ว่า "ตัวเองถูกหลอก" ก็กลายเป็นข่าวใหญ่โตฉาวโฉ่ไปทั้งประเทศ...

นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพโชเฟอร์ขับแท็กซี่ พระเอกของเรื่อง สารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมละเอียดยิบถึงกลโกงแอบอ้างเป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว  หรือ "บิ๊กโจ๊ก" นายตำรวจคนดัง ที่ใครๆ กล่าวขานกันว่า เป็นผู้มีอำนาจ วาสนา บุญบารมีใหญ่โตกว่า พล.ต.อ. ข่าวลือยังสะพัดอีกว่า "บิ๊กโจ๊ก" นี่แหละที่สามารถชี้นิ้วโยกย้ายถ่ายเทตำรวจได้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.... มันก็เลยเกิดเป็นที่มาของเรื่องราวการแอบอ้างสวมรอยเป็น "บิ๊กโจ๊ก" เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว 

ปฐมบทแรก เขาบอกให้ช่วยสวมรอยเคลียร์คดีโรงพักหนึ่งในภาคอีสาน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2557 นายไพจิตร์ สายยา (ผู้ต้องหา) ได้ถูกไหว้วานจากคนรู้จัก 1 ราย ให้ช่วยปลอมเสียงเป็น "บิ๊กโจ๊ก" โดยวิธีโทรเข้าโรงพักหนึ่งในแถบภาคอีสาน แล้วขอสาย "สารวัตรสืบ" เพื่อพูดคุยฝากฝังคดีความกรณีรถชนกัน แนะนำว่าตัวเองคือ "สุรเชษฐ์ หักพาล" ซึ่งสารวัตรสืบปลายสาย ตอบตกลงพร้อมรับปากดูแลเรื่องราวคดีความให้ 

เมื่อผู้ต้องหาตายใจ และหลอกลวงสำเร็จไปแล้ว 1 ครั้ง จึงเกิดความคึกคะนอง โทรไปหลอกให้ช่วยเหลือซ้ำแล้วซ้ำอีก ขณะที่ทางสารวัตรสืบสวนโรงพักเองก็มิได้ระคาย แคลงใจ แม้แต่น้อย มีความเชื่อ 100% ว่าคนที่โทรมาพูดสายด้วยคือ "บิ๊กโจ๊ก" 

ปฐมบทที่สอง ศึกษาลีลาการพูด บุคลิกบิ๊กโจ๊ก จากสื่อต่างๆ 

ภายหลังผู้ต้องหาสามารถแอบอ้างชื่อ "บิ๊กโจ๊ก" หลอกสารวัตรสืบสวนโรงพักภาคอีสานได้สำเร็จในครั้งแรก จึงทำความรู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" ผ่านทางสื่อ เช่น โซเชียลมีเดีย ข่าวสารทีวีช่องต่างๆ รวมไปถึงภารกิจหน้าที่แต่ละวัน นำไปสู่การปลอมแปลงไอดีไลน์ ใช้รูปโปรไฟล์ บิ๊กโจ๊ก เอาไว้พูดคุยกับสารวัตรสืบสวนโรงพักดังกล่าว เพื่อเพิ่มความแนบเนียนมากยิ่งขึ้น  

ปฐมบทที่สาม หลอกนานเกือบ 4 ปี จิกใช้งานแนบเนียนตายใจ

ภายหลังมีการแลกไลน์ไอดี บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม รู้สึกว่าตัวเองหลอกได้สนิทใจขึ้น เนื่องจากไม่ต้องดัดแปลงน้ำเสียงให้ยุ่งยาก การคุยในแต่ละครั้ง ส่งสัญญาณประหนึ่ง "รู้กันสองคน" ดังนั้นการพูดคุย รู้จักกันครั้งนี้ ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามให้ใครรู้โดยเด็ดขาด ....และถึงแม้ว่าสารวัตรสืบสวนคนดังกล่าวไม่เคยพูดคุยกับ บิ๊กโจ๊ก ตัวเป็นๆ สักครั้ง แต่ก็ยังเชื่อสนิทใจ นำไปสู่การลงลึกรายละเอียดเรื่องหน้าที่การงาน แนะนำตำรวจอีกนายให้มาจ่ายเงินวิ่งเต้นตำแหน่ง 

ปฐมบทที่สี่ จ่าย 1 ล้าน วิ่งผู้กำกับขึ้น รองผู้การ ขึ้นได้จริงๆ นะ 

หลังจากที่ สารวัตรสืบสวน รู้สึกไปเองว่า มีความสนิทสนมแนบแน่นกับ "บิ๊กโจ๊ก" ผู้มีบารมีในแวดวงสีกากี จึงมั่นใจว่าหากแนะนำให้นายตำรวจมาวิ่งเต้นตำแหน่งกับบิ๊กโจ๊ก คงจะสำเร็จอย่างใจหมาย ประกอบกับ แท็กซี่มิจฉาชีพรายนี้ ทำการบ้านอ่านข่าวสารจากสื่อ จึงคิดไปเองว่า บิ๊กโจ๊ก ตัวจริง มีอำนาจแต่งตั้งอย่างที่ใครๆ เขาลือกัน  เรื่องราวจึงเหมาะเจาะลงตัว 

จากนั้น สารวัตรสืบสวน แนะนำให้ "ผู้กำกับ" รายหนึ่ง นำเงิน 1 ล้านบาท มาวิ่งขึ้นตำแหน่งเป็น "รองผู้การ" กับบิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม เมื่อวาระคำสั่งแต่งตั้ง 2559 ...กระทั่งคำสั่งออก ปรากฏว่า ผู้กำกับ คนดังกล่าวได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองผู้การสมใจด้วยเงิน 1 ล้านบาท ...แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กำกับ คนดังกล่าว ครบวาระขึ้นตำแหน่ง และมีผลการทำงานที่ดีอยู่แล้ว จึงได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นรองผู้การ เพราะผู้บังคับบัญชาพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม มิได้เกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นด้วยเงิน 1 ล้านบาทแต่อย่างใด 

ปฐมบทที่ห้า ข่าวลือสะพัด บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม วิ่งตำแหน่งได้จริง 

ความบังเอิญเหมาะเจาะลงตัว ในการเสียเงินวิ่งเต้นตำรวจครั้งแรกแล้วสมหวัง ทำให้สารวัตรสืบสวนคนดังกล่าว มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีกว่า บิ๊กโจ๊ก ที่ตัวเองคุยอยู่ทุกวัน เป็นบิ๊กโจ๊ก จริงแท้แน่นอน คำสั่งแต่งตั้งปีต่อมา วาระ 2560 ที่ค่อนข้างล่าช้า เพิ่งประกาศผลไปเมื่อปี 2561 สดๆ ร้อนๆ สารวัตรสืบสวนคนเดิม จึงไปชวนตำรวจที่สนิทสนมกันมาใช้เงินวิ่งเต้นตำแหน่งกับ "บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม" รวมทั้งสิ้น 6 นาย เป็นยอดเงินกว่า 4.3 ล้านบาท 

คำสั่งนี้ สารวัตรสืบสวนลงวิ่งเต้นตำแหน่งเองด้วย เสียเงินไป 510,000 บาท หวังจะขึ้นเป็นรองผู้กำกับ ทั้งๆ ที่ยังไม่ครบหลักเกณฑ์ แต่ บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม ยืนยันว่าหากจ่ายเงินวิ่งเต้นตามจำนวนจะยกเว้นหลักเกณฑ์ให้ ได้ขึ้นนั่งเก้าอี้รองผู้กำกับก่อนใคร 

ปฐมบทที่หก โอละพ่อ รอบนี้วิ่งเต้นตำแหน่ง 6 นาย ตกม้าตายหมด 

รอบนี้โชคไม่ดีเหมือนรอบก่อน เมื่อคำสั่งแต่งตั้งออกมาปรากฏว่า เงินจำนวน 4.3 ล้าน ที่สารวัตรสืบสวนเป็นคนรวบรวมไปให้บิ๊กโจ๊กตัวปลอม เพื่อวิ่งเต้นตำแหน่งตำรวจ 6 นาย อันตรธานหายไปในพริบตา บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม ก็หนีหายไปด้วย เดือดร้อนถึงตำรวจเจ้าทุกข์ทั้ง 6 นาย ใช้เวลารวบรวมความกล้า 2 ใน 6 นาย พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม ส่วนที่เหลือรู้สึกอาย เพราะเหมือนประจานตัวเอง

ปฐมบทสุดท้าย เงินที่ได้หายไปกับการพนันไก่ชน ชื่อรถยนต์ 2 คัน พร้อมที่ดิน  

ไม่น่าเชื่อเลย กะอีแค่ช่วยเพื่อนปลอมเสียงเป็นบิ๊กโจ๊กเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน จะเป็นจุดกำเนิดของการหลอกลวงตำรวจลากยาวมานานขนาดนี้ เงินที่ได้ทุกบาททุกสตางค์ บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม บอกกับทีมงานชุดจับกุมว่า เอาไปแทงพนันไก่ชน พร้อมซื้อรถ ซื้อที่ดินหมดทุกบาท ไม่ได้เอาไปวิ่งเต้นใครตามกล่าวอ้าง.... 

บิ๊กโจ๊ก ตัวปลอม ยังบอกด้วยว่า ใช้เวลาว่างหลังจากการขับแท็กซี่ ศึกษาชื่อ ยศ ตำแหน่ง ของนายร้อยตำรวจรุ่นต่างๆ เพื่อเอาไว้ประดับความรู้ พูดคุยกับตำรวจที่ตกเป็นเหยื่อ โดยขั้นตอนการหลอกลวงทั้งหมดนี้กระทำการเพียงคนเดียว สร้างเรื่องขึ้นมาคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร ส่วนแรงบันดาลใจ ก็เพราะเห็น "บิ๊กโจ๊ก" เป็นผู้มีอำนาจบารมี ตำรวจทุกนายวิ่งเข้าหา การสวมรอยแอบอ้างเป็นบิ๊กโจ๊ก จึงน่าจะดีกว่าการแอบอ้างเป็นตำรวจนายอื่นๆ ในประเทศไทย.   

Police Community

มิจฉาชีพไม่ได้สร้างตัวเองขึ้นมาเพียงเพื่อหลอกลวงชาวบ้านตาดำๆ อีกต่อไป...หากแต่ว่ากลุ่มเป้าหมายใหม่พุ่งตรงท้าทายมาที่ผู้รักษากฎหมายในแวดวงสีกากี โดยเฉพาะรอบหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ "ตำรวจ" 23 พ.ค. 2561 18:24 23 พ.ค. 2561 20:53 ไทยรัฐ