วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"คาวาโกเอะ-ซาวาระ" โมเดลท่องเที่ยวชุมชน...ฉบับญี่ปุ่น

การท่องเที่ยววิถีชุมชน กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของการจัดการการท่องเที่ยว ในโลกยุคดิจิทัล ด้วยความตั้งใจที่ต้องการให้การเดินทางในแต่ละครั้งเป็นการเรียนรู้ Way หรือ วิถี ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ของผู้คนบนโลกใบนี้

และด้วยเหตุผลอย่างที่ว่า สัปดาห์ก่อน หลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 2 หรือ TME 2 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น จึงพาคณะนักศึกษาร่วม 100 ชีวิตเดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อดูการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนในประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นที่ 2 เมืองหลัก คือ คาโกเอะ และ ซาวาระ

จะว่าไปในช่วง 4-5 ปีมานี้ ญี่ปุ่นพยายามหาจุดขายในเรื่องของการเปิดพื้นที่เมืองเล็กๆในเส้นทางต่างๆของญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ให้ไปสัมผัสการต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่เป็นจุดขาย สำคัญของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

คาวาโกเอะ (Kawagoe) เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว นั่งรถประมาณ 30-50 นาที อยู่ในเขตจังหวัดไซตามะ ฟังชื่อคุ้นๆ ก็จังหวัดนี้ละ ที่เป็นบ้านเกิดของเจ้าหนูชินจัง...จอมแก่น การ์ตูนที่เด็กทั่วโลกติดกันงอมแงม เมืองคาโกเอะ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลิตเติ้ล เอโดะ หรือ โคเอโดะ แปลว่า เมืองเอโดะน้อยๆ เพราะที่นี่ยังคงสภาพบ้านเรือนวิถี ชีวิต วัฒนธรรมแบบเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ว่ากันว่าในยุคสมัยเอโดะ มีโตเกียวเป็นเมืองหลวง ส่วนเมืองคาวาโกเอะ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือ มีหน้าที่ส่งเสบียงอาหารไปยังโตเกียวและเป็นเมืองที่มีความสำคัญในยุคนั้นมาก เห็นได้จาก แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่โชกุนซึ่งครองอำนาจสูงสุดในยุคนั้น ได้สร้างปราสาทคาวาโกเอะ (Kawagoe Castle) ไว้ที่เมืองนี้ด้วย

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างของเมืองนี้ คือ หอระฆังโบราณ หรือ โทคิโนะคาเนะ (Toki–no–Kane) ที่ว่ากันว่า เสียงระฆังของเมืองคาวาโกเอะนั้นเป็นหนึ่งใน 100 เสียงที่ไพเราะที่สุดของเสียงในประเทศญี่ปุ่น

ระฆังของเมืองคาวาโกเอะ ใช้ตีเพื่อบอกเวลาในสมัยเอโดะ โดยระฆังจะตีทั้งหมด 4 เวลา คือ 8 โมงเช้า เที่ยง บ่ายสองโมง และ 6 โมงเย็น ตรงเวลาทุกวัน จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมคนญี่ปุ่นจึงถือว่าเวลาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก คนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญที่สุดกับการตรงเวลา และหอระฆัง โทคิโนะคาเนะ ยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองคาวาโกเอะด้วย

ในวันเสาร์-อาทิตย์ นอกจากเมืองนี้จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีสีสันจากการที่หนุ่มสาวจะแต่งชุดซามูไรและกิโมโนออกมาเดินเที่ยว เล่นในเมือง ให้จินตนาการถึงบรรยากาศของบ้านเมืองสมัยเอโดะด้วย

มาเที่ยวคาวาโกเอะ พลาดไม่ได้กับมันหวานและเบียร์ท้องถิ่นที่ทำจากมัน ที่ชื่อว่า โคเอโดะ เป็นเบียร์ที่ทำ จากมันญี่ปุ่น มีหลายแบบให้เลือก แต่สำหรับคอเบียร์จริงๆอาจจะไม่ชอบนัก เพราะรสชาติของโคเอโดะ จะจืดๆและไม่สตรองเท่ากับเบียร์ที่หมักจากมอลต์หรือข้าวบาร์เลย์

อีกที่ที่ต้องไปถ้ามาถึงคาวาโกเอะ ก็คือ ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะ จินจะ ศาลเจ้าชื่อดังของทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ที่มีคำร่ำลือบอกต่อกันมาว่า หากอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าที่ศาลเจ้าแห่งนี้แล้วจะสมปรารถนา ไม่ใช่แค่เพราะความศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะศาลเจ้าแห่งนี้อยู่กับเมืองนี้มานานกว่า 500 ปีแล้ว

ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน ก็ขนาดที่คนญี่ปุ่นบอกว่า ในช่วงสงครามโลก โตเกียวซึ่งเป็นศูนย์กลางของเอโดะ ถูกโจมตี ไฟไหม้ และแผ่นดินไหว จนไม่เหลือสิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณให้เห็น แต่เมืองคาวาโกเอะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว กลับไม่ได้รับความเสียหายและยังคงความเป็นเอโดะมาจนถึงทุกวันนี้

อีกเมืองที่ถือเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจ คือ เมืองซาวาระ เมืองเล็กๆตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนาริตะ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 68,000 คน

สมัยโบราณซาวาระเคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งข้าวในช่วงสมัยเอโดะ (1603-1867) เนื่องจากเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างคลองหรือแม่น้ำโอโนกาว่า เรียกสั้นๆว่า แม่น้ำโอโนะ ซึ่งมีสะพานที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านที่อยู่รอบๆทั้งหมด 12 สะพาน จนเกิดการท่องเที่ยวที่เรียกว่า จูนิเคียว หรือสะพาน 12 แห่งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือเที่ยวชมเมือง

สะพานที่น่าสนใจที่สุดคือ Ja Ja Bridge ซึ่งจะมีน้ำไหลออกมาจากสะพานทั้งสองด้านคล้ายน้ำตก ซึ่งเป็นจุดที่กรรมการการท่องเที่ยวของเมืองซาวาระพาพวกเราไปลงเรือ

สินค้าขึ้นชื่อของซาวาระ มี 2 อย่าง คือ สาเก และ โชยุ

ในซาวาระ มีโรงกลั่นสาเกมากกว่าที่อื่นๆ ในเขตนี้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 35 โรงกลั่น แต่ปัจจุบันโรงกลั่นสาเกในซาวาระลดลงไปตามเวลา เหลือแค่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ โรงกลั่นสาเก “โทคัน” และ “บาบะ ฮอนเทน”

สาเก ของซาวาระได้ชื่อว่าเป็นสาเกชั้นดี เรียกว่า “มิริน” และน้ำส้มสายชู มิโซะ รวมถึงโชยุ ที่ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องเรียกว่า โชยุ ออร์แกนิก เพราะทำจากธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกส่งเข้าโตเกียวโดยทางเรือสร้างรายได้ให้กับคนในเมือง กระทั่งได้รับฉายาว่า เป็นไดโดโคโระ หรือ ห้องครัว แห่งเอโดะ

เสียดายที่เรามีเวลาน้อยมากในการเที่ยว 2 เมืองเล็กๆใกล้โตเกียวแห่งนี้ แต่ก็เป็นเวลาที่ทำให้ได้เรียนรู้ว่า จริงๆแล้ว การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้และเข้าถึงวิถีของผู้คนอย่างแท้จริง.

การท่องเที่ยววิถีชุมชน กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของการจัดการการท่องเที่ยว ในโลกยุคดิจิทัล ด้วยความตั้งใจที่ต้องการให้การเดินทางในแต่ละครั้งเป็นการเรียนรู้ Way หรือ วิถี ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอาย 18 พ.ค. 2561 14:10 18 พ.ค. 2561 14:15 ไทยรัฐ