วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ดักทาง 250 ส.ว.เปิดทางพรรคชนะ ลต.ตั้ง รบ.ชี้จุดอ่อนปฏิรูปเหลว

'มาร์ค' ดักทาง 250 ส.ว.เปิดทางพรรคชนะ ลต.ตั้ง รบ.ชี้จุดอ่อนปฏิรูปเหลว

  • Share:

"อภิสิทธิ์" เตือน 250 ส.ว.ต้องเปิดทางพรรคชนะเลือกตั้ง ตั้ง รบ.เบรกอย่าชี้นำ ฉะปฏิรูปแค่ลมปาก ไร้ทิศทางสวนหลักสากล

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งในวงเสวนาใต้หัวข้อ "วิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมือง" ที่ห้องเพทาย โรงแรมรอยัล รัตนโกสินทร์ จัดโดยคณะกรรมการญาติพฤษภาฯ 35 ว่า เมื่อเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 ผ่านไป พรรคการเมือง มีโอกาสทำงานได้เต็มที่ จนถึงมาวันนี้การเมืองปัจจุบันอยู่ในสภาวะถดถอยกว่าการเมืองเมื่อปี 2535 แต่ไม่ใช่เวลาจะมาโทษว่าเป็นความผิดของใคร ต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ วันนี้เราต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า โดยไม่สะดุดติดขัดล้มลงเหมือนที่ผ่านมาอีก แต่ต้องถามว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้เดินหน้าไปได้มากน้อยแค่ไหน ในฐานะที่ตนประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้ เพราะเห็นว่าผู้ร่างเอาวิธีการบริหารจัดการการเมืองเมื่อ 40 ปีที่แล้วมาใช้ คือ หลังการเลือกตั้งต้องใช้ ส.ว.250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.มาเป็นพี่เลี้ยง ส.ส. เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2521 ทั้งที่เราเดินมาไกลมากแล้ว ทั้งการตื่นตัวของประชาชน และความซับซ้อนของการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การนำเอา 250 ส.ว.มาห้ามความขัดแย้งที่สำคัญท่ีสุด คือ คสช.ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองมาเป็นผู้เล่นด้วยในรูปแบบหนึ่ง เช่น พรรคพลังประชารัฐ ที่สุดจะกลายเป็นขั้วความขัดแย้งรอบใหม่เสียเอง แต่ตนยืนยันว่าทุกคนต้องเคารพการตัดสินของประชาชน คือ หากในสภาผู้แทนมีใครรวมเสียงข้างมากได้ 250 ขึ้นไป ส.ว.ต้องปล่อยให้พรรคนั้นจัดตั้งรัฐบาลได้เอง แต่ถ้า 250 ส.ว.จะชี้นำอีก เรากำลังเดินสู่ความขัดแย้งรอบใหม่แน่ และไม่มีใครบอกได้ว่าจะแสดงออกมาในรูปแบบใด แต่ที่แน่ๆ ประเทศจะเดินหน้าต่อไป พรรคการเมืองต้องฟื้นศรัทธาจากประชาชนให้ได้ คือ ต้องแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง ต้องไม่ทุจริตอีกต่อไป

"พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเห็นการปฏิรูป ทั้งที่เราใช้เวลากว่า 72 ปี สร้าง 2.5 ล้านคนเป็นสมาชิก เคยมีมากกว่า 200 สาขาพรรค วันนี้ต้องหยุดลงเพราะคำสั่ง คสช. เราต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พรรคจะใช้เทคโนโลยีคือแอปพลิเคชันสื่อสารกับสมาชิก โดยจะร่างข้อบังคับพรรคให้สมาชิกมีสิทธิลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้ เพื่อยืนยันว่าพรรคมีความเป็นประชาธิปไตย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจและการปฏิรูป ผมเห็นว่ารัฐบาลยังหลงทาง เพราะแผนปฏิรูปกว่า 2,000 หน้า หลายร้อยเรื่องแต่ละด้านที่เขียนมา ไม่ใช่แผนการปฏิรูป แต่เป็นแผนงานของบประมาณ เพราะงานการปฏิรูป คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องกำหนดทิศทางการปฏิรูปให้ชัดเจน แต่รัฐบาลนี้ไม่เคยประชุมร่วมเพื่อกำหนดทิศทางว่า จะเน้นปฏิรูปไปในทางใด และไม่มีทางปฏิรูปสำเร็จ เพราะไม่ทำให้เป็นเรื่องที่สังคมและประชาชน แต่วันนี้ประชาชนจะอดตายกันแล้ว เขาไม่สนใจ ซ้ำยังปฏิรูปสวนทางที่สากลทำกัน คือ การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้