วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ศรีวราห์' สั่งสอบที่มาอาวุธปืนจำนวนมาก ที่ยึดจากบ้านคดีเงินทอนวัด

ศรีวราห์ให้ จนท.ตรวจสอบที่มาอาวุธปืนที่ยึดได้จากบ้านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัด เบื้องต้นพบมีทะเบียนถูกต้อง กำลังตรวจว่าครอบครองถูกต้องหรือไม่ หากเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลจะได้ออกหมายจับ...

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 พ.ค.2561 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แถลงข่าวกรณีที่ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง  กทม. ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาทมายังบัญชีธนาคารของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้พบว่ามี น.ส.ภคภรณ์ ศิริโชติ และ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย รับเป็นเจ้าของบ้าน ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกรด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ, เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า อาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ แต่สำหรับใบ ป.4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอดวัด นั้น ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีในส่วนของ ร.ท.ฐิติทัศน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบเพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง

ด้าน พล.ต.คณิศร เปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมายคงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัยยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ.ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้.

ศรีวราห์ให้ จนท.ตรวจสอบที่มาอาวุธปืนที่ยึดได้จากบ้านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัด เบื้องต้นพบมีทะเบียนถูกต้อง กำลังตรวจว่าครอบครองถูกต้องหรือไม่ หากเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลจะได้ออกหมายจับ... 17 พ.ค. 2561 14:41 17 พ.ค. 2561 15:13 ไทยรัฐ