วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เบลล่า’ พบ ปคบ. แจงบีเคิร์ฟ

บิ๊กป้อมชี้ถ้าสันธนะผิด ก็ถอดยศตามระเบียบ!

ตำรวจฝากขังผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง 8 คนกับศาลอาญาแล้ว ให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วยหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาท “วิระชัย” แถลงความคืบหน้าคดีเมจิกสกิน แฉตรวจสอบพบ 2 ผัวเมียสกุล “พวงสน” หัวโจกเจ้าของบริษัท ครอบครองรถหรูและบิ๊กไบค์รวมกันถึง 30 คันมูลค่าเกือบ 70 ล้านบาท พบกำลังพยายามถ่ายโอนให้คนอื่น เตือนคนรับซื้อรับฝากระวังโดนข้อหาฟอกเงิน ปูดเรียกดารารีวิวอาหารเสริมมาสอบสวนเพิ่มอีก 6 คน วันที่ 26 พ.ค. มีทั้ง ศรีริต้า เจนเซ่น-รถเมล์-น้ำชา-เคน ภูภูมิ ส่วนชุดเดิมใครผิดจะเรียกมาแจ้งข้อหาพร้อมกัน “รุ่งโรจน์” แย้มถอดยศ “สันธนะ” รอดูอีกไม่นาน ขณะที่เมีย “สันธนะ” น้ำตานองเข้าร้อง “อังคณา” โวยตำรวจกลั่นแกล้ง หวั่นถูกยัดข้อหาเพิ่ม ขณะที่ญาติเหยื่อที่เสียชีวิต 2 ราย จากผลิตภัณฑ์ลีน เข้าร้องสคบ.ช่วยเรียกร้องค่าเสียหายเจ้าของบริษัท เตรียมเรียกมาเจรจาภายใน 7 วัน เลขาฯ อย.คึก เปิดยุทธการเชิงรุก ลุยตรวจโรงงานผลิตเครื่องสำอางอาหารเสริมทั่วประเทศ ด้าน “เบลล่า-ราณี แคมเปน” รุดแจงความบริสุทธิ์ใจ กรณีบีเคิร์ฟที่ ปคบ. ในฐานะผู้เสียหายและพยาน

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. จับมือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำกำลังหลายหน่วยตรวจค้นร้านค้ากว่า 200 แห่งภายในตลาดใหม่ดอนเมือง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า ขายเครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนที่หลงซื้อไปใช้ และไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. พบเครื่องสำอางและอาหารเสริม ที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เบื้องต้นนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบ ระหว่างตรวจค้น พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.ตำรวจสันติบาล ที่ปรึกษาประธานกรรมการตลาดใหม่ดอนเมือง ออกมาต่อต้าน ตำรวจสอบสวนพ่อค้าแม่ค้าร้องทุกข์ว่า ถูก พ.ต.ท.สันธนะเรียกเก็บค่าคุ้มครอง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 8 หมายจับ พร้อมลูกน้อง 11 คน ขณะที่เจ้าตัวโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง หลังศาลอนุญาตให้ พ.ต.ท.สันธนะประกันตัว ลูกน้องเริ่มทยอยเข้ามอบตัวกับตำรวจตัวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก สน.ดอนเมือง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ร.ต.อ.นที จันทร์ทรา รอง สว. (สอบสวน) สน.ดอนเมือง คุมตัวผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เก็บค่าคุ้มครองตลาดใหม่ดอนเมืองจำนวน 8 คน ประกอบด้วย นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 36 ปี นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 51 ปี นายประนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 59 ปี นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 41 ปี นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 39 ปี นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 53 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี ขออำนาจศาลอาญาฝากขังผัดแรก พร้อมแนบคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและเข้ายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสิริชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 0013 0024 และ 0033/2561 ลงวันที่ 11 พ.ค.2561 ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ผู้ต้องหาคนสุดท้ายจากที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 11 คนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง แล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน

ที่ศาลอาญา เวลา 10.15 น. พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 317/2561 คุมตัวนายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง นายวันเพ็ญ ผิวดำดี นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี นายอนุชา หรือทอม วรเดช และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ ลูกน้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-27 พ.ค. เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 50 ปาก รอผลตรวจประวัติผู้ต้องหา

คำร้องฝากขังระบุว่า บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด เข้าบริหารจัดการตลาดใหม่ดอนเมือง ต่อมาแต่งตั้ง พ.ต.ท.สันธนะ เป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ต้นปี 2559 พ.ต.ท.สันธนะร่วมกับพวกผู้ต้องหาคดีนี้ 11 คนเรียกเก็บเงินรายเดือนจากผู้เช่าพื้นที่ในตลาดร้านละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน แบ่งหน้าที่กันเก็บเงินรายเดือน มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคาม ทำให้เกิดความกลัวอันตราย จำยอมจ่ายเงินให้กลุ่มผู้ต้องหา ขณะนี้มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษรวม 9 คดี ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์เงินสดและโฉนดที่ดินขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตตีหลักประกันคนละ 300,000 บาทไม่กำหนดเงื่อนไข

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.สันธนะ เตรียมฟ้องนายพลตำรวจ 3 นายว่า ก็ว่ากันไปตามเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจหาพยานหลักฐานแจ้งความ ดำเนินคดี ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์นายพลทั้ง 3 นายถือเป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันว่าไม่กลั่นแกล้ง ส่วนเรื่องถอดยศ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า หากพบว่าผิดตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ ก็ต้องถอด ผิดว่าไปตามนั้น

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เข้ายื่นหนังสือต่อนางอังคณา นีละไพจิตร กสม. ขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นคอนโดย่านพหลโยธิน บ้านพักย่านรามอินทรา และจับกุม พ.ต.ท.สันธนะ ทันทีที่นางอังคณามารับเรื่อง นางพรรณีโผเข้ากอดร่ำไห้พร้อมกล่าวว่า หาที่พึ่งอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้จะพึ่งอะไรแล้ว หลังตรวจค้นคอนโดทำให้ไม่สามารถเข้าพักได้ เกิดผลกระทบหลายอย่าง มีการดักฟังโทรศัพท์ ติดตามคนในครอบครัวและเจ้าหน้าที่นำบัญชีธนาคารของตนและครอบครัวไป เกรงว่าจะยัดคดีอะไรให้อีก ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง อยากให้ กสม.คุ้มครอง เบื้องต้นมีหน่วยงานในต่างประเทศ ติดต่อมาขอรายละเอียด ส่วนที่มีข่าวว่าจะถอดยศ พ.ต.ท.สันธนะ เรื่องยศเป็นของสูงต้องได้รับพระราชทาน ไม่น่าถอดกันง่ายๆ

นางอังคณากล่าวว่า เบื้องต้นจะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจว่า กระทำเกินกรอบของกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกบิดา พ.ต.ท.สันธนะเข้าให้ปากคำ ต้องตรวจสอบว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของครอบครัว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันเดียวกัน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.สันธนะว่า ทุกอย่างอยู่ที่การรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบว่าทำความผิดอื่นจะแจ้งข้อหาเพิ่ม ต้องดูหลายๆส่วนทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานแวดล้อม ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.สันธนะจะเข้าข่ายการขอถอนประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ ถ้าผิดเงื่อนไขที่ศาลวางไว้เจ้าหน้าที่จะต้องยื่นคำร้องต่อศาล อยู่ระหว่างเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกรณี พ.ต.ท.สันธนะบอกว่าจะแจ้งความกลับพ่อค้าแม่ค้า 8 คน ส่วนพยานคดีนี้ 3-4 คนแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า มีคนคอยติดตาม ถ้าเป็นข้อเท็จจริงต้องดูว่า คุกคามหรือเปล่า ส่วนกรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก พ.ต.อ. (พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ บิดา พ.ต.ท.สันธนะ เป็นเรื่องของ สน.โชคชัย อาจไม่ผิดก็ได้

ส่วนกรณีนางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะ ร้องว่าทำเกินกว่าเหตุ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ตำรวจทำตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อศาลออกหมายจับ ตำรวจมีหน้าที่ตามจับกุม ส่วนการใช้กำลังหรือยุทธวิธีก็ใช้ไปตามความเหมาะสม ไม่มีใครทำอะไรเกินเลย ส่วนผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับ 11 คนมอบตัวหมดแล้ว การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.สันธนะหรือไม่ ไม่ขอพูดล่วงหน้า ทุกอย่างต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เช่นเดียวกับกรณีเฮียเซ้งเจ้าของตลาดเข้าให้การแล้ว ถ้าพยานหลักฐานถึงใครดำเนินคดีหมด ส่วนกรณีถอดยศ พ.ต.ท.สันธนะ ขณะนี้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาคู่ขนานกับการดำเนินคดี พิจารณาพฤติกรรมว่า ทำให้องค์กรตำรวจเสียหายหรือไม่ หากมี ใช้ยศตำรวจ แล้วทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสีย เป็นเหตุให้ถอดยศตำรวจได้ ไม่จำเป็นต้องให้ผลคดีถึงที่สุด ขอให้รอดูอีกไม่นาน

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.แถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีบริษัทเมจิกสกินว่า พนักงานสืบสวนสอบสวนขยายผลเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีผู้กระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เรื่องการผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ผิดกฎหมายไม่ได้คุณภาพ ขณะนี้สืบลึกลงไปในรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้มาทราบว่าบางส่วนยักย้ายถ่ายเทไปยังบุคคลอื่น ไปซื้อทรัพย์สินในรูปของรถ ใครก็ตามที่รับยักย้ายถ่ายเท เป็นผู้ดำเนินการโอน เป็นผู้รับฝาก เป็นผู้ขายให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี

“ส่วนบุคคลที่เป็นเจ้าของบริษัทเมจิกสกินคือนางวรรณภา พวงสน อายุ 34 ปี และนายกร พวงสน อายุ 46 ปี มีรถยนต์และรถ จยย.ในครอบครองถึง 30 คัน มีทั้งรถซุปเปอร์คาร์ลัมโบร์กินี ปอร์เช่ จากัวร์ ไปจนถึงรถ จยย.ฮาเล่ย์ เดวิดสัน มูลค่ารวม 68 ล้านบาท เตรียมโอนให้บุคคลต่างๆ เพื่อพิทักษ์สุจริตชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรับซื้อของโจร อยากประชาสัมพันธ์ว่า รถทั้ง 30 คันอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย จึงมีหนังสือถึงนายทะเบียนว่า หากมีการโอนรถขอให้แจ้งพนักงานสอบสวนทันที ก่อนมีคำสั่งยึดหรืออายัดตามมา สำหรับบุคคลที่รับโอนก่อนหน้านี้ต้องดูเจตนาว่ารับโอนไปอย่างไร เพื่อความบริสุทธิ์ควรมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ถ้าไปเจอเองน้ำหนักอาจลดลง” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มดาราศิลปินที่มารีวิวสินค้าอีก 6 คน ประกอบด้วย นายนิศามณี เลิศวรพงศ์ น.ส.เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา น.ส.ศรีริต้า เจนเซ่น น.ส.คนึงนิจ หรือรถเมล์ จักรสมิทธานนท์ น.ส.ชีรณัฐ หรือน้ำชา ยูสานนท์ และนายภูภูมิ พงศ์ภาณุ หรือเคน ภูภูมิ ให้มารายงานตัววันที่ 26 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับดาราที่เข้าให้ปากคำก่อนหน้านี้จะแจ้งข้อกล่าวหารวมกันทีเดียว หลังได้รับผลการตรวจพิสูจน์ผลิตภัณฑ์ที่รีวิวว่ามีสารหรือองค์ประกอบอะไรบ้าง และสารเหล่านั้นให้ผลเหมือนที่โฆษณาหรือไม่ จากนั้นจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ว่าใครผิด ใครไม่ผิด และถ้าผิดมีข้อหาใดบ้าง” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ญาติผู้เสียชีวิตจากการใช้ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนและผลิตภัณฑ์อาหาร เสริมยี่ห้อลีน (LYN) 2 ราย ประกอบด้วย นางวรางคณา สุเมธวัน แม่ยายนายประภัทร ลำไย ผู้เสียชีวิตท้องที่ สน.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และนายวุฒิกร หมอนอิง น้องชาย น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง ชาว จ.กาญจนบุรี ผู้เสียชีวิต มายื่นเรื่องร้องทุกข์ที่ สคบ.ให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยี่ห้อลีนเยียวยาชดใช้ความเสียหาย นางวรางคณาเผยว่าผลการผ่าพิสูจน์ศพที่เพิ่งไปรับมาพบว่าในร่างกายนาย ประภัทรมีสารประเภทไซบูทรามีนอยู่จริง การมาร้องเรียนกับ สคบ.ครั้งนี้อยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง ให้ยาประเภทนี้หมดไปจากแผ่นดินนี้ ขอให้หยุดขาย หยุดนำเข้า และผู้ที่จำหน่ายขอให้สำนึกถึงคนที่ต้องมาเสียชีวิต

นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ. เผยว่า ผู้เสียหายนำเอกสารหลักฐานการตรวจพิสูจน์ผู้เสียชีวิตมาประกอบการร้องเรียน ขั้นตอนต่อจากนี้จะทำหนังสือเรียกผู้ประกอบการมาเจรจาภายใน 7 วัน ผู้เสียหายมีสิทธิ์เรียกร้อง 3 เรื่อง 1.ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเสียชีวิต อาทิ ค่าประกอบศพ ค่ารักษาพยาบาล 2.ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจ่ายทรัพย์สินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ 3.ค่าความเสียหายอื่นที่จำเป็น ถ้าผู้ประกอบการไม่มาเจรจาภายใน 7 วันจะเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (ครบ.) พิจารณาให้ สคบ.ฟ้องร้องแทนผู้เสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.ความรับผิดอันเกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัย และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2 ฉบับ หลังมีเหตุอันควรให้เพิ่มโทษกรณีผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่มาเจรจา หรือเจตนาทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น

ด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า ขณะนี้ อย.ร่วมกับภาคีเครือข่ายและตำรวจ กวาดล้างสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม มาตรการต่อไปคือ ตรวจสอบสถานที่ผลิตก่อนจดแจ้งขอเลขสารบบ เบื้องต้นจะเข้าไปตรวจสอบโรงงาน หรือสถานที่ผลิตที่จดแจ้งจำนวนมากก่อน ใน กทม. พบโรงงาน 6 แห่ง ที่มีรายการจดแจ้งมากกว่า 1,000 รายการ กลุ่มนี้ไม่ค่อยน่าห่วงเพราะเป็นโรงงานใหญ่ แต่จะมีผู้ผลิตรายเล็กประมาณ 25 แห่ง มีรายการจดแจ้ง 300 รายการขึ้นไป รวมทั้งผู้ผลิตรายเล็กอีก 100 แห่ง ที่จดแจ้ง 100-300 รายการ ที่เหลือเป็นรายเล็กๆ มีอยู่ 2,722 แห่งจะตรวจสอบทั้งหมด ส่วนของภูมิภาคมีกว่า 7,000 แห่ง จะประสานไปที่จังหวัดให้ช่วยตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อบีเคิร์ฟ (Be curve) ที่เบลล่า-ราณี แคมเปน ร่วมเป็นเจ้าของ นายสมชายกล่าวว่า อย.ส่งหนังสือแจ้งตำรวจ บก.ปคบ.ไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนของตำรวจรวบรวมข้อมูลและเชิญเบลล่ามาสอบสวน ถามว่าหากดูตามกฎหมายถือว่า ผิดการโฆษณาเกินจริงหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนว่าเป็นอย่างไร ในรายละเอียดที่ส่งให้ตำรวจเป็นไปตามที่เคยบอกไปแล้วว่า ส่วนการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิดชัดเจน แต่การโฆษณาโอ้อวดเกินจริงต้องไปดู ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มเติมร่วมกับแง่วิชาการ

ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยกรณีเบลล่า-ราณี แคมเปน นักแสดงสาวชื่อดัง นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบีเคิร์ฟ มาให้กรมวิทยาศาสตร์ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เบื้องต้นได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวไม่พบสารต้องห้าม หรือสารอื่นใดที่เป็นอันตราย

ด้านการตรวจสอบกรณีนางเอกสาว เบลล่า-ราณี โฆษณาอาหารเสริมบีเคิร์ฟเกินจริง ที่ บก.ปคบ. เมื่อเวลา 18.30 น. เบลล่า-ราณี แคมเปน และมะปราง-วิรากานต์ เสณีตัณติกุล พร้อมนายนิติธร แก้วโต ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ.ตำรวจนำตัวไปสอบปากคำประมาณ 30 นาที เบลล่า-ราณี ออกมาเผยว่า เบลล่าเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานทนายความให้แจ้งขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ โดยมาในฐานะพยาน เพราะเบลเองไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท แต่เซ็นบันทึกข้อตกลงดูแลเรื่องประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เท่านั้น ส่วนการตลาดและอื่นๆมะปรางเป็นคนดูแล กรณีมีแม่ทีมนำภาพไปใช้และเขียนคำโฆษณาเกินจริงจะดำเนินการฟ้องหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น วันนี้แค่อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมาให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายและพยาน

ด้าน พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ กล่าวว่า เบลล่ามาพบในฐานะพยาน เพราะมีส่วนถูกนำรูปมาโฆษณา ส่วนอีกเรื่องเจ้าหน้าที่กำลังรอผลตรวจสอบจาก อย.ว่าผลิตภัณฑ์บีเคิร์ฟใช้คำโฆษณาเกินจริงหรือไม่ และรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า มีสารต้องห้ามด้วยหรือไม่ หลังจากนี้จะเรียกเบลล่ามาสอบปากคำอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า ยังมีข้อสงสัยอะไรในสำนวนก็จะเรียกมาสอบตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

“เบลล่า-ราณี แคมเปน” รุดแจงความบริสุทธิ์ใจ กรณีบีเคิร์ฟที่ ปคบ. ในฐานะผู้เสียหายและพยาน 17 พ.ค. 2561 00:53 ไทยรัฐ