วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ชู 7 จุดขาย อ้อนนักธุรกิจทุนเกาหลีใต้ ลงทุนไทยก่อนเลือกตั้ง

นายกฯ ชู 7 จุดขาย อ้อนนักลงทุนเกาหลีใต้มาไทย บอกสถานการณ์มั่นคงสุดในรอบ 10 ปี เลือกตั้งต้นปี 62 ย้ำอยากให้มาลงทุนก่อนเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเพค อุน-ยู (H.E. Mr. Paik Ungyu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนนำคณะนักธุรกิจเกาหลีใต้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกสันติไมตรี ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลีใต้ โดย นายเพค อุน-ยู กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน มีความสามารถในการเจริญเติบโตตามวิสัยทัศน์ 4.0 ทั้งนี้ ขอให้นักธุรกิจชาวเกาหลี ทำหน้าที่เป็นพระเอก นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ 2 ประเทศ

ขณะที่นายประธานกลุ่มเมคยอง มีเดีย กรุ๊ป ผู้จัดงาน Maekyung Thailand Forum กล่าวว่า อยากขอให้รัฐบาลไทยช่วยเหลืออำนวจความสะดวกในการการประกอบธุรกิจ 1.อำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่า ซึ่งจะทำให้มีนักลงทุนเข้ามาในไทยมากขึ้น 2.นักลงทุนชาวเกาหลีใต้มีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินไม่เพียงพอ 3.อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ติดตามสถานการณ์การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 10 ของไทย ปีที่แล้ว ประเทศไทยค้าขายกับเกาหลีใต้รวม 12,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดว่ายังมีโอกาสที่การค้าขายของเราจะขยายตัวเพิ่มได้อีก เพราะหากดูแนวโน้มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแล้วจะเห็นว่าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 มูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 12 จากปี 2559 จึงหวังว่ามูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศจะเพิ่มขึ้นถึง 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ภายในปี 2563 ตามที่ทั้งสองฝ่ายเคยร่วมกันตั้งเป้าเอาไว้ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย 1.มีทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน 2.เป็นประเทศที่เชื่อมต่อทางอาณาเขตพรมแดนกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนมากที่สุด 3.เป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของอาเซียน 4.เป็นประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ดีที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีน 5.มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และมีแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ชัดเจน 6.เป็นประเทศที่มีบุคลากรที่มีฝีมือและมีต้นทุนความพร้อมในเรื่องอุตสาหกรรมสนับสนุนต่างๆ และ 7.เป็นประเทศที่มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม มีไมตรีจิตพร้อมจะต้อนรับชาวต่างชาติด้วยความยินดียิ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางมาไทยมากถึง 1.7 ล้านคน เป็นอันดับ 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย ส่วนนักท่องเที่ยวไทยก็นิยมเดินทางไปเกาหลีใต้มากขึ้น ปีที่แล้วมีจำนวนกว่า 4 แสนคน ซึ่งเป็นผลจากความนิยมชมชอบวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ในหมู่คนไทย ซึ่งตนเห็นว่าความรู้สึกที่ดีระหว่างประชาชนจากการไปมาหาสู่กันนี้ เป็นพื้นฐานที่ดียิ่งสำหรับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับไทย ในเรื่องความร่วมมือด้านการลงทุนนั้น เห็นว่าการลงทุนของเกาหลีใต้ในไทยยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ ทราบว่านักธุรกิจเกาหลีใต้ส่วนใหญ่อาจจะมองว่าไทยเป็นฐานการลงทุนของญี่ปุ่นและจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้นักลงทุนเกาหลีใต้มีโอกาสการลงทุนในไทยค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือจีน แต่ขอยืนยันกับว่าท่านยังมีโอกาสการลงทุนในด้านต่างๆ ในไทยอีกมาก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากเชิญชวนทุกท่านให้ทำธุรกิจกับไทยมากขึ้น รัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจของท่าน มีนโยบายส่งเสริมการลงทุน มีทิศทางการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมในอนาคต และนโยบายการจัดตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของท่านที่จะลงทุนและทำธุรกิจในประเทศไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของไทยและหลักการประเทศไทย 4.0 มีความเชื่อมโยงกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีมุน แช-อิน เรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางได้อย่างสอดคล้องและสามารถเต็มเติมระหว่างกันได้อย่างดียิ่ง ขณะที่นโยบาย EEC มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน EEC จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนที่รองรับด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เป็นฐานอุตสาหกรรม จะเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ที่จะตอบสนองทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต และสร้างความมั่นใจด้วยการรักษาความแข็งแกร่งของ 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พร้อมทั้งเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากเห็นเกาหลีใต้เข้ามาร่วมมือกับไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นี้ต่อไปในอนาคตด้วยกัน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เต็มที่มากยิ่งขึ้น รัฐบาลไทยได้แก้ไขกฎหมายการส่งเสริมการลงทุน และออกมาตรการเพื่อเร่งรัดการลงทุนเพิ่มเติม โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยตระหนักดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ คือทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยมีจุดเด่นในเรื่องของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ใจกลางของภูมิภาค เราพร้อมจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ตามนโยบายไทยแลนด์ พลัส-วัน ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ต้องการทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไทยก็ต้องการหาหุ้นส่วนเพื่อมาร่วมกันพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค และก้าวไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนด้วย หวังว่าเกาหลีใต้จะพิจารณามาร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับไทย ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคมในการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับภูมิภาคอื่นๆ ด้วย

"ผมขอเรียนว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าบริหารประเทศตามโรดแม็ป โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปีหน้า ขณะเดียวกันก็ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว หรือแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า “ผมขอท่านว่าจากนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงก่อนการเลือกตั้ง อยากให้มาลงทุนให้ได้ก่อน มีความร่วมมือกันให้มากขึ้น ที่เหลือแล้วค่อยสานต่อไป ซึ่งเราต้องกำหนดโรดแม็ปด้วยกัน พูดคุยเจรจากันให้ดี".

นายกฯ ชู 7 จุดขาย อ้อนนักลงทุนเกาหลีใต้มาไทย บอกสถานการณ์มั่นคงสุดในรอบ 10 ปี เลือกตั้งต้นปี 62 ย้ำอยากให้มาลงทุนก่อนเลือกตั้ง 16 พ.ค. 2561 16:26 ไทยรัฐ