กีฬา
100 year

พาณิชย์เผยพิษบาทแข็งฉุดส่งออก ต.ค.แผ่วลง

ไทยรัฐออนไลน์19 พ.ย. 2553 17:00 น.
SHARE

"พาณิชย์" เผยมูลค่าส่งออกต.ค.53 ยังโตได้ 15.7% แต่แผ่วลงเมื่อเทียบก.ย.53 เหตุโดนพิษบาทแข็งเล่นงานอ่วม ฉุดรายได้เป็นเงินบาทหดเหลือ 5.4% ยอดเกินดุลเป็นเงินบาท 10 เดือนลดฮวบ 45% ลุ้น 2 เดือนที่เหลือยอดทะลัก ดันยอดทั้งปีโต เฉียด 25% มูลค่าทะลุ 1.9 แสนล้านดอลลาร์...

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ว่า ในเดือน ต.ค. 53 การส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า 17,132.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.53 ที่มีมูลค่า 18,061.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเมื่อเทียบเป็นเงินบาทมีมูลค่า 522,374.9 ล้านบาท ขยายตัวเหลือเพียง 5.47% จากเดือนก.ย.ที่มีมูลค่า 565,874.2 ล้านบาท

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 14,810.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.5% ทำให้เกินดุลการค้า 2,321.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนยอดส่งออกรวม 10 เดือนปี 53 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่ารวม 160,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่ารวม 148,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39.8% ส่งผลให้เกินดุลการค้ารวม 11,467.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาท เกินดุลการค้า 307,365.4 ล้านบาท ลดลง 45.56%

"การส่งออกเดือน ต.ค. เติบโตในอัตราที่ชะลอลง เพราะผู้ประกอบการเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงทุกๆ ปลายปีจะมีคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) น้อยลงเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ยอดการส่งออกในเดือนนี้ชะลอตัวลง" นางพรทิวา กล่าว

สำหรับมูลค่าการส่งออกในเดือน ต.ค. 53 ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้น 10.2% สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 17.1% และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 15.3% ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญยังขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักขยายตัว 11.1% ตลาดศักยภาพสูง 19.4% และตลาดศักยภาพระดับรอง 8.3%

นางพรทิวา กล่าวต่อว่า หากการส่งออกใน 2 เดือนที่เหลือ คือ พ.ย.-ธ.ค.ปีนี้ มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 14,500-15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกทั้งปีทะลุ 190,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวได้ 24.5% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% มูลค่า 183,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้แน่นอน เพราะคาดว่าความต้องการซื้อสินค้าจะมีมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ขณะที่การเกิดภัยพิบัติธรรมชาติจนพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ก็จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงตามไปด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้