วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไมค์แพงเว่อร์ 1.2แสน ลุงตู่รับไม่ได้

รัฐสภาใหม่ ขอเพิ่มเติม ตั้ง8พันล้าน ครม.ตีกลับ

นายกฯอ้ำอึ้งนิด้าโพลชี้ชาวบ้านอยากให้เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ต่อ อ้อมแอ้มจับมือตั้ง ครม.เมินคนปลุกกระแส “มหาธีร์” ปั่นแรงเชียร์ “ชวน” คัมแบ็ก แนะไทยควรมีสถาปัตยกรรมการเมืองของเราเอง เผยจะทยอยปลดล็อกทีละขั้นจนมั่นใจไร้ปัญหา “ไพบูลย์” สู้แรงต้านนายกฯคนนอก จุดพลุดันนายกฯคนกลาง เชียร์สุดติ่ง “บิ๊กตู่” เหมาะสมสุดนำ “รัฐบาลเสียงข้างมากพิเศษ” ช่วงเปลี่ยนผ่าน “อภิสิทธิ์” ตอก “อลงกรณ์” คนนอกโผล่หน้าดันสูตร “ชวน” ชิงนายกฯ ชี้คุยกับ “ชวน” ปฏิเสธตลอดไม่รับตำแหน่ง “นิพิฏฐ์” ยัน หน.พรรคต้องเบอร์ 1 ในบัญชีต้องเป็นนายกฯ พท.ท้า ปชป.เลิกกวักมือเรียกทหารปฏิวัติ อัดอำนาจพิเศษ 4 ปีนานเกินพอ ครม.ตีกลับงบฯเพิ่มเติม 8 พันล้านสร้างรัฐสภาใหม่ นายกฯรับไม่ได้ไมค์แพงเว่อร์ อนุมัติแค่ 512 ล้านเร่งรัดให้เร็วขึ้น

กระแสการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังนิด้าโพลเผยผลการสำรวจพบประชาชนอยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯอีกสมัย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ระบุเพียงว่าใครจะไปจับมือกับใครก็ไป

นายกฯบ่นกินทุเรียนแพงอย่ามาด่า รบ.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะเข้าพบเพื่อจัดแสดงนิทรรศการดำเนินการและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) อาทิ บูธส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนายกฯกล่าวว่า นำมาใช้เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน แก้ปัญหาและใช้งบประมาณได้ตรงจุด จากนั้นนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อจัดแสดงกิจกรรมประชา-สัมพันธ์งานส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภค และจำหน่ายสินค้าผลไม้ “Thailand Amazing Durian & Fruit Fest 2018” ในวันที่ 18-23 พ.ค.61 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยนำทุเรียนก้านยาวนนทบุรี ลูกละ 20,000 บาท ทุเรียนออแกนิก จ.จันทบุรี ลูกละ 5,000 บาท พร้อมมอบกระเช้าผลไม้ออแกนิกให้นายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าอยากให้ปลูกผลไม้ตามความต้องการตลาด เช่น ทุเรียนแพงขึ้นส่งผลดีกับเกษตรกร แต่ไม่ใช่ปลูกทุเรียนกันหมด คนกินทุเรียนพออยากกินหมอนทองก็มาโทษรัฐบาลทำให้แพงอีกขอให้เลือกกิน

อ้อมแอ้มจับมือ พท.ตั้งรัฐบาล

ต่อมาเวลา 12.45 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลระบุว่าต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่ที่หลังการเลือกตั้งพรรคที่ คสช.สนับสนุนจะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ว่ากันไปโน่น รัฐบาลที่ คสช.จะสนับสนุนไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย ผมจะไปจับมืออะไรกับใคร ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร ทุกพรรคการเมืองต้องทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่มาทำเพื่อผมหรือผมไปทำเพื่อเขา ใครจะไปใครจะมาทุกคนต้องทำเพื่อประเทศชาติ ผมอยากให้มีเลือกตั้งไม่ใช่ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง หรือหาเหตุให้ไม่มีการเลือกตั้ง ผมพูดมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วว่าต้องเลือกตั้ง ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยใครจะไปฝืนได้ เพราะฉะนั้นเรื่องใครจะจับมือกับใครเป็นเรื่องของพวกท่าน จะไปจับกันที่ไหนก็ไปเถอะ”

ลั่นถ้าทำดีใครกล้าเสี่ยงรัฐประหาร

เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อสูตรการเมืองของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หรือสูตรโนพรอมแพรมที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองยอมรับผลการเลือกตั้งโดยไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าเรื่องนี้ไม่ต้องมาพูดแล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไมถ้าไม่ยอมรับกัน เมื่อเลือกตั้งต้องยอมรับ และต้องยอมรับด้วยว่าหลังเลือกตั้งแล้วต้องไม่มีการ ประท้วงไม่มีการขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธสงครามให้สัญญากับประชาชนไว้อย่างนี้ ไม่ใช่ให้ตนเป็นคนสัญญา ถ้าเลือกตั้งมาแล้วบริหารไม่ได้จะทำอย่างไร แล้วจะมาพูดถึงการรัฐประหาร เรื่องนี้ถ้าทำดีแล้วใครเขาจะทำใครจะมาเสี่ยง อยากฝากคนไทยทั้งประเทศว่าจะยอมกันอีกหรือยอมให้คนเขามาพูดจาแบบนี้หรืออย่างไร

เมินปลุก “มหาธีร์” ชู “ชวน” คัมแบ็ก

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการปลุกกระแสให้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นนายกฯอีกรอบ หลังนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด ได้เป็นนายกฯมาเลเซียอีกครั้งในวัย 92 ปี ว่าเป็นเรื่องของท่านจะปลุกอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ ประเทศไทยควรมีสถาปัตยกรรมของไทยเองในด้านการเมือง ด้านการพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ หรือการขจัดปัญหาความขัดแย้ง เรียกว่าการสร้างสถาปัตยกรรมทางการเมืองของไทยใหม่ อาจเอา ประเทศอื่นมาเป็นบรรทัดฐานเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะคนไทยไม่เหมือนคนอื่น อย่าดูถูกประชาชนคนไทยของเรา วันนี้มีการเรียนรู้มากขึ้น มีความเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น รอฟังว่าประชาชนจะเลือกอะไรอย่างไร

ปัดดูด “เสี่ยหนู” แต่ให้เกียรติ

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่พบประชาชนต่อไปจะเป็นพื้นที่ใด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ลงพื้นที่แล้วเป็นอย่างไรเพราะอะไร ไปดูดหรือไม่เคยดูดใคร วันนี้เสียงดังแข็งแรงเพราะเห็นหลายอย่างมันดีขึ้น พอทำเยอะบอกว่าเป็นโปรโมชันของรัฐบาลมาหาเสียง เมื่อถามว่าลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นายกฯแนะนำนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นทีมประชารัฐ นายกฯตอบว่า ทุกคน ภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ ประชาสังคมใช่หรือไม่ ที่แนะนำเช่นนั้นพูดเพื่อให้เกียรติเพราะเขามาให้เกียรติตน เมื่อถามว่า ถือว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นกองหนุนสำคัญในอนาคตหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่เกี่ยวจะอยู่พรรคไหนตนไม่สนใจ ยังไม่พูดซักคำว่าอยู่พรรคไหน อย่าไปเขียนว่าไอ้นี่พวกนั้นไอ้นั่นพวกนี้ สิ่งที่เป็นห่วงคือมันจะต้องไม่กลับมาที่เดิม ถ้าบ้านเมืองมันยุ่งเหยิงวุ่นวายสับสนอลหม่านกลับที่เดิม สื่อเขียนข่าวไปท่ามกลางความรุนแรงถ้าชอบแบบนั้นก็เอา วันนี้เขียนข่าวด้วยความสบายใจไม่ต้องหลบโน่นนี่

ไล่ทำโพลชื่ออื่นลุ้นนายกฯบ้าง

เมื่อถามว่า คิดว่าวันนี้มีกองหนุนเพียงพอแล้วหรือยัง นายกฯตอบว่าไม่เคยคิดว่าใครจะมาหนุน ไปหนุนประเทศชาติว่า ทำอย่างไรประเทศชาติจะปลอดภัยกันเถอะ ไม่ต้องมาหนุนตนก็ได้ ใครก็ได้ที่ทำได้แบบตนหรืออาจมีคนทำได้ดีกว่าเยอะแยะไปหามา ไม่ใช่มีอยู่ 3-4 คน ทำโพลกันอยู่ได้ ไปทำโพลคนอื่นๆ ถ้าทำโพลมุ่งหวังให้ 3 คน ทะเลาะกันตีกันก็เป็นอยู่แบบนี้ ลองไปทำโพลจะเอาใครเป็นนายกฯไม่ต้องมีตนก็ได้ เลือกตั้งได้เลือกไป ตนไม่ได้ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่หลายคนพยายามให้เลื่อนให้เร็วขึ้น บางคนบอกไม่อยากให้เลือกตั้งก็แล้วแต่ กติกาว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น ก็ต้องขอบคุณนิด้าโพลรวมทั้งโพลต่างๆและประชาชนที่ได้ตอบแบบสอบถาม วันนี้ตนมุ่งหวังแต่เพียงว่าจะทำอย่างไรเราจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลทั้ง 6 ข้อ ให้ได้ ส.ส. ได้ ครม.ที่มีคุณภาพ ไม่ว่าผลโพลจะออกมาอย่างไรเป็นเรื่องของโพล เมื่อถามว่าเวลาลงพื้นที่รู้สึกอย่างไรที่มีคนมาขอหอมแก้มซ้ายขวา นายกฯตอบว่า ขอร้องอย่ามาหอมแก้มตน ภรรยาตนหวงเหมือนกัน แต่ที่เอียงแก้มให้หอมเห็นว่าแก่แล้วรุ่นป้ารุ่นยาย

ปลดล็อกทีละขั้นจนชัวร์ไร้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สำหรับการนัดหารือพรรคการเมืองเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งเดือน มิ.ย.ว่า ยังไม่ได้กำหนดวันนัด ถึงเวลานัดมาก็มาไม่มาก็อย่ามา จะคุยอะไรที่จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ลดความขัดแย้งนำไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างไร กติกาการเลือกตั้ง การหาเสียงและดูการปลดล็อกจะเอาอย่างไร ถ้าทุกคนจะฟรีกันทั้งหมดจะปั่นป่วน เรื่องการเมืองและความมั่นคงจะมีผลกระทบทั้งสิ้น ไม่ใช่ทำทุกเรื่องเกิดสับสนอลหม่านวุ่นวายไปทั้งหมด บางพรรคบอกจะไม่มาก็อย่ามา ประชาชนไปคิดเอาเองว่าทำไมถึงไม่มา แต่ในเมื่อทุกคนอยากจะเลือกตั้งควรจะมาคุย และการปลดล็อกต้องไปทีละขั้นจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าบ้านเมืองจะไม่มีปัญหา

วันนี้ยังไม่ปลดล็อกเลยออกมาพูดกันทุกเรื่อง แล้วสื่อขยายความมาเล่นงานตน แล้วจะให้ตนอารมณ์ดี ยิ้มหัวเราะต้องชี้แจงบ้าง ถึงเวลาท่านเป็นรัฐบาลไปโต้ตอบไม่ได้ แต่วันนี้ท่านโต้ตอบได้หมด แปลกเหมือนกัน

หวด “บวรศักดิ์” อย่าพูดคนละภาษา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ท้วงติงกระบวนการปฏิรูป ห่วงจะไม่สำเร็จเพราะให้ข้าราชการเป็นฝ่ายปฏิบัติว่า วันนี้ทุกอย่างเริ่มโดยข้าราชการทั้งสิ้น ยังต้องใช้ข้าราชการขับเคลื่อน และร่วมมือกับประชาชนและเอกชน ถ้าบอกว่าเราไม่ปฏิรูป เราปฏิรูป ข้าราชการนำไปสู่การปฏิบัติ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นผลในทันทีถ้าไม่เอาข้าราชการเลย ถามว่าจะทำได้ไหม เรื่องการปฏิรูปกำลังให้สรุปมา ถ้าไม่รู้เรื่องจะถือว่าเราพูดกันคนละภาษาแล้วไม่เข้าใจกัน เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้หาผู้รับผิดชอบ 4 ปีปฏิรูปล้มเหลว นายกฯตอบว่า รัฐบาลรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่จะมาบอกว่าเสียเวลาเปล่า ตั้งมา 2-3 คณะแล้วไม่เห็นทำงานไม่ได้ เพราะความจริงทำงานมาโดยตลอด ส่วนกรณีการปลด บก.บางกอกโพสต์ อ้างว่ามาจากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เป็นเรื่องของเอกชน คิดกันแต่ว่ารัฐบาลจะควบคุมสื่อ นี่เป็นเรื่องของจรรยาบรรณของสื่อ ให้โอกาสสื่อดูแลกันเองไปพิจารณากันว่า มันเหมาะสมหรือไม่ ต้องพิจารณากันเอาเอง ไม่ใช่เรื่องของตน

“บิ๊กป้อม” อวย “บิ๊กตู่” ผลงานดี๊ดี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนิด้าโพลระบุประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง เพราะ 4 ปีมีผลงาน ดีว่า ยอมรับว่า 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำผลงานดี แต่ต้องถามท่านว่าอยากเป็นนายกฯต่อหรือไม่ พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำงานด้วยเพราะอายุมาก 70 ปีกว่าแล้ว แก่แล้วไม่แข็งแรงแล้ว ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มอยากเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลความสงบเรียบร้อยตามปกติ เรื่องมือที่ 3 อยากให้สื่อไปถามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งกลับว่ามีหรือไม่ หากเขากังวลตนก็กังวล แบบนั้นแสดงว่าไม่มี คน 70 ล้านคนเขาเข้าใจโรดแม็ป เพราะอยากเลือกตั้งทั้งนั้น แต่โรดแม็ปจะมีเลือกตั้งเดือน ก.พ.62 รัฐบาลประกาศชัดเจนต้องมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว ยืนยันจะไม่มี ปัจจัยใดทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนไป สนช.ยืนยันแล้วว่าจะทำกฎหมายเลือกตั้งให้ทันตามโรดแม็ป

รับซี้ “ป๋าเหนาะ” แต่ไม่เคยคุยการเมือง

เมื่อถามถึงกรณีนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) พูดคุยกับนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็นพรรคเพื่อไทย ได้มารายงานหรือไม่ว่า พล.อ.ประวิตร ตอบว่าถือเป็นเรื่องส่วนตัวของนายไพศาลกับนายเสนาะที่เขารู้จัก สนิทกันเป็นเวลานาน จะมาจับประเด็นเพราะนายไพศาลทำงานกับตนอย่างนั้นหรือ ไม่เกี่ยวกับตน แม้นายไพศาลจะเป็นกรรมการผู้ช่วยของตน แต่เป็นกรรมการช่วยเรื่องการเมืองหรือไม่ ตนก็สนิทกับนายเสนาะกันมานานแล้ว แต่ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองต่อกัน และตนไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกับนายไพศาล หากจะคุยกับนายไพศาลจะเป็นเรื่องงาน เรื่องป้องกันไม่ให้มีการเดินขบวน ส่วนกระแสข่าวนายกฯทาบทามนักการเมืองให้ร่วมพรรคการเมืองไม่มี ยืนยันว่านายกฯไม่ได้ทาบทามใคร ท่านยังไม่ได้บอกว่าจะเล่นการเมืองเลย เมื่อถามถึงกรณีนายเสนาะพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ โอกาสข้างหน้าจะเกิดรัฐบาลแห่งชาติขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ไม่มี ไม่รู้ เหตุการณ์ข้างหน้ายังมาไม่ถึงจะไปรู้ได้อย่างไร อยากรู้ต้องไปถามนายเสนาะ”

“ไก่อู” โอด 4 ปีไม่สำเร็จทุกเรื่อง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า แผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว และได้เกิดข่าวลือ และมีการส่งต่อข้อมูลไป มีการวิพากษ์วิจารณ์แผนปฏิรูปเป็นเรื่องที่จะสัมฤทธิผลได้ยาก นายกฯได้ปรารภกับผู้สื่อข่าวที่ใต้ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ช่วงการแถลงข่าวหลังประชุม ครม.ว่าไม่อยากให้คิดแบบนั้น ต้องยอมรับว่าเรื่องบางเรื่องปฏิบัติได้ แต่ บางเรื่องมีปัญหาขัดข้องปฏิบัติไม่ได้ หากยึดตามแผนอย่างเดียวโดยไม่สนใจอารมณ์และความคิดที่แตกต่างแผนจะปฏิบัติไม่ได้อยู่ดี เพราะจะเกิดความขัดแย้งขึ้น ส่วนคำถามที่ถามนายกฯว่า 4 ปี ปฏิรูปสำเร็จหรือไม่นั้นมันไม่มีทาง เพราะว่าสังคมสถานการณ์ของโลก เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงต้องมีการปฏิรูปตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้ว่าการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ และนายกฯหวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนว่าอย่าท้อแท้ตามคำวิพากษ์วิจารณ์ของบางคนบางฝ่าย ที่คิดว่าแผนปฏิรูปจะไม่สำเร็จ หรือมองว่าเป็นเรื่องที่ทำยากเกินไป

“อุตตม–สนธิรัตน์” ย่องพบ “ประยุทธ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ภายหลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้น นายอุตตม สาวนายน รมว. อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ที่เป็นข่าวเป็นแกนนำจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ เดินหลบสื่อลงด้านหลังตึกบัญชาการ 1 ฝั่งด้านข้างตึกนารีสโมสร แล้วเดินไปยังด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้าขึ้นไปยังหน้าตึกไทยฯขึ้นไปรอพบนายกฯ โดยก่อนพบนายกฯทั้งคู่ได้เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯที่ห้องทำงานตึกบัญชาการเป็นเวลา 15 นาที ต่อมาเวลา 13.15 น. หลังนายกฯแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อที่ตึกบัญชาการแล้ว เดินกลับขึ้นตึกไทยฯและพูดคุยกับ 2 รัฐมนตรีอีกนานประมาณ 25 นาที

อ้างหารือเรื่องงานปัดถกตั้งพรรค

จากนั้นเวลา 13.40 น. ทั้งคู่ได้เดินลงด้านหลังตึกไทยฯขึ้นรถคันเดียวกัน โดยเป็นรถตู้โฟล์กสีดำ ทะเบียน นจ 2805 นนทบุรี ของนายสนธิรัตน์ วนรถกลับมายังตึกบัญชาการ 1 เข้าพบนายสมคิดอีกครั้ง โดยนายอุตตมกล่าวเพียงสั้นๆว่า หารือนายกฯเรื่องงานทั่วๆไปของแต่ละกระทรวงและงานแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศเท่านั้น ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง ต่อมาเวลา 14.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเข้าพบนายสมคิดแล้วทั้งนายสนธิรัตน์และนายอุตตมต่างแยกย้ายเดินทางกลับออกจากทำเนียบ โดยนายสนธิรัตน์กล่าวขณะก้าวขึ้นรถว่า เข้าพบนายกฯหารือเรื่องงาน ไม่ได้หารือการตั้งพรรคการเมืองสื่อชอบมาจับผิด กับนายสมคิดพบหารือปกติอยู่แล้ว เพราะเป็นทีมเศรษฐกิจด้วยกัน เมื่อถามถึงการตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ตอบว่ามีทั้งกระแสข่าวผิด กระแสข่าวถูก

เตือนคนอยาก ลต.อย่าบานปลาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังใกล้ มิ.ย.ที่ คสช.จะเรียกพรรคการเมืองมาหารือว่า คสช.จะพิจารณาสถานการณ์ภาพรวมขณะนี้ยังไม่มีอะไร มีแต่การชุมนุมครบรอบ 4 ปี การรัฐประหารของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค. ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามสถานการณ์ตลอด อยากให้นึกถึง 4 ปีที่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อยากให้ผู้ชุมนุมทำตามกฎหมาย ไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลให้อยู่ในกรอบกฎหมาย แกนนำผู้ชุมนุมต้องดูแลไม่ให้มีการเข้ามาแสวงหาประโยชน์ หรือจะเข้ามาสอดแทรก ตอนนี้เราตรวจสอบอยู่ว่าจะมีใครเข้ามาแอบแฝงหรือไม่เพื่อเฝ้าระวัง หน่วยที่รับผิดชอบมีแผนจะดำเนินการอยู่แล้ว

ผบ.ทบ.ขอร้องม็อบอย่าเคลื่อนที่

ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า ฝ่ายความมั่นคงเตรียมการทั้งด้านการข่าวและมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย รู้สึกว่าการเคลื่อนขบวนออกมาน่ากังวลทั้งจราจรและความปลอดภัยและผิดกฎหมาย ถ้าขอร้องได้ก็ไม่ควรเคลื่อนขบวน ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการเมืองมาสนับสนุนหรือไม่ อาจเป็นเรื่องตัวบุคคล

“มีชัย” เสียงแข็งไพรมารีงดไม่ได้

เมื่อเวลา 13.40 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึง ข้อเสนอให้งดเว้นไพรมารีโหวตตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งแรกว่า ขณะนี้งดเว้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม กรธ.ร่างกฎหมายลูกให้มีส่วนร่วมระดับหนึ่ง พอถึง สนช.ก็เพิ่มอีกระดับหนึ่ง ให้มีไพรมารีโหวตด้วย คงต้องรอดูที่นายกฯจะให้พรรคการเมืองร่วมหารือด้วยในวันที่ 1 มิ.ย. เมื่อเขียนไพรมารีโหวตแบบนี้ก็ต้องใช้ แต่ไม่ได้เข้มข้นต้องลงคะแนนแบบอเมริกา แค่เรียกสมาชิกมา 100 คน ก็ทำได้

รับปฏิรูปไม่จบจี้ กก.11 ด้านลงมือ

นายมีชัยกล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ระบุการปฏิรูปไร้จุดจบว่า มีเวลาแต่มีขั้นต้น การปฏิรูปจริงไม่มีวันเสร็จ เมื่อทำส่วนหนึ่งแล้วจะกระทบอีกส่วนหนึ่งต้องปฏิรูปต่อ หรือปฏิรูปไปแล้วไม่ออกผลต้องทำใหม่ ตามแผนปฏิรูปกำหนดเวลาไว้ 5 ปี ตามที่ สปช. และ สปท.ทำไว้ ส่วนรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบไว้กว้างๆ

แต่ครอบคลุมทุกส่วน ต้องทำหลักๆก่อน ส่วนที่ระบุว่าการปฏิรูปโดยให้ผู้ถูกปฏิรูปทำจะมีปัญหา ดังนั้นกฎหมายและแผนการปฏิรูปจึงเจาะจงมากกว่าปกติ ต้องกำหนดให้ชัดและภายในกี่ปี คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านจึงต้องลงมือทำเหมือนอย่างปฏิรูปตำรวจที่ตนรับผิดชอบ ล่าสุดตนลงพื้นที่โรงพัก เพิ่งรู้ว่ามีแบ่งเกรดเอบีซีเหมือนกระทรวง เมื่อเอาแผนไปคุยพบว่าโรงพักเกรดเอไม่เห็นด้วย จึงจะลองคุยกับเกรดดีดูบ้าง

“มาร์ค” ไม่รู้สูตรดัน “ชวน” นั่งนายกฯ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธาน สปท.เสนอโมเดลให้นายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค แต่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคเป็นนายกฯว่า ยังไม่เคยได้ยินคนในพรรคพูดเรื่องนี้ แต่นายชวนเป็นผู้มีศักยภาพและมีคนนับถือมาก เป็นแบบอย่างที่ดีของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ได้คุยกับนายชวนอยู่ตลอด ท่านปฏิเสธการรับตำแหน่งมาโดยตลอดด้วย โมเดลนี้เพิ่งได้ยินจากความเห็นของนายอลงกรณ์ พรรคประชาธิปัตย์มีระบบแบบแผนการทำงานอยู่ เมื่อปลดล็อกทางการเมืองแล้ว จะต้องแก้ไขข้อบังคับพรรค และเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ แล้วคัดสรรผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ทั้งการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯและผู้สมัคร ส.ส. ดังนั้นโดยมารยาทแล้วต้องรอให้มีหัวหน้าพรรคและ กก.บห. ชุดใหม่ก่อน ส่วนข้อเสนอของนายอลงกรณ์ที่ระบุว่าหัวหน้าพรรคกับผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของ 3 รายชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯจะเป็นคนละคนกันนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะหัวหน้าพรรคจะอยู่ในบัญชีนายกฯลำดับที่ 1 อยู่แล้ว แต่ที่มีการพูดกันมากเป็นเพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้เสนอได้ 3 รายชื่อ

ตอก “จ้อน” คนนอกไม่รู้เรื่องในบ้าน

“นายอลงกรณ์ไม่ได้อยู่ในพรรค จึงไม่ทราบว่าพรรคดำเนินการอะไรอย่างไรไปบ้าง และคำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ให้ดำเนินกิจกรรม แต่ภายในพรรคมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่านายอลงกรณ์รับทราบมากน้อยแค่ไหน การปฏิรูปพรรคต้องใช้ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า เพื่อตอบโจทย์ปัจจุบันและอนาคต มั่นใจว่าประชาธิปัตย์ยุคใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ความพร้อมของพรรควันนี้เรามีคนทุกรุ่นที่จะเดินหน้าไปพร้อมกัน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ยันเบอร์ 1 บัญชีพรรคคือนายกฯ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีคนในพรรคพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ทราบว่านายอลงกรณ์ ซึ่งเป็นคนนอกพรรคไปได้ยินมาจากไหน ยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ ยังเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป นายชวนเองเคยระบุว่ายังให้การสนับสนุน และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการส่งรายชื่อนายชวนเป็นนายกฯในลำดับที่ 1 ใน 3 รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองตรงไปตรงมา ผู้บริหารเป็นตัวจริง หัวหน้าพรรคจะอยู่ในลำดับที่ 1 ของบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯแน่นอน โดยมีนายชวนเป็น 1 ใน 3 รายชื่อด้วย ถือว่าเป็นผู้มีศักยภาพ ไม่อยากให้เอากรณีมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกฯมาเลเซีย วัย 92 ปี ที่ได้รับการเลือกตั้งจากชาวมาเลเซียให้กลับมาเป็นนายกฯเป็นคนละบริบทกัน ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นหัวหน้าพรรค ได้เป็นนายกฯตามกติกา ขณะที่นายชวนยืนยันมาตลอดว่ายังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค

พท.ท้าย้ำชัดเลิกกวักมือเรียกทหาร

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่านายมหาธีร์ โมฮัมหมัด กลับมาเป็นนายกฯได้ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯได้ว่า ไม่แปลกใจ น่ายินดีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุเหมือนทำนองว่าจะสนับสนุนนายชวนสู่ตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชูใครหรือสนับสนุนใครมาเป็นนายกฯใน 3 รายชื่อ แต่อยากให้ยืนยันให้ชัดว่าจะไม่สนับสนุนนายกฯที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ทำตามกติกาประชาธิปไตย รู้แพ้ รู้ชนะ อย่าเล่นนอกกติกาเหมือนที่ผ่านมา อย่าไปเชิญทหารออกมายึดอำนาจอีก

อัดอำนาจพิเศษ 4 ปีนานเกินพอ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า การดูด ส.ส.คงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะเลือกตั้ง แต่ยังเชื่อมั่นประชาชน ยุคนี้ไม่มีใครเดินเกมเหนือเมฆเกินกว่าสายตาและการรับรู้ของประชาชน ยังหวังใจว่าเดือน ก.พ.62 น่าจะเลือกตั้งจริงตามที่ประกาศ หากลากดึงให้ช้าออกไปไม่มีอะไรดีขึ้น 4 ปีมันนานเกินพอแล้ว สำหรับการเข้ามามีอำนาจด้วยวิธีพิเศษ น่าจะคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตเขาเอง ที่ผ่านมาคำว่าปฏิรูปเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่ใช้โค่นล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังไม่เห็นการปฏิรูปสำเร็จหรือบรรลุขั้นตอนใด ส่วนข้อกังวลการปฏิวัติซ้อน ขอภาวนาอย่าให้มีเลย การจะจัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องต้องจัดการด้วยวิธีที่ถูกต้อง รัฐบาลและ คสช.ต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เพราะ 4 ปีมันนานเกินพอ ถ้านานกว่านี้มันนานเกินไป ถ้าท่านมีแนวทางจะตั้งพรรคการเมืองเพื่ออยู่ในอำนาจต่อ ควรจัดเลือกตั้งและกล้ารับการตัดสินใจของประชาชน

“อ๋อย” เห็นใจคนในช้ำปฏิรูปเหลว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ระบุว่า เหนื่อยและสิ้นหวังกับการปฏิรูป เห็นด้วยหลายประเด็น แต่ที่การปฏิรูปไม่มีอะไรคืบหน้า จะโทษแต่ข้าราชการไม่ได้ ต้องโทษ คสช.และแม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไม่มีวิสัยทัศน์และไม่ต้องการปฏิรูปจริง ไม่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีส่วนร่วม จึงไม่เกิดการปฏิรูปแม้แต่เรื่องเดียว ส่วนยุทธศาสตร์ชาติและแผนต่างๆไม่มีหลักประกันอะไรว่าจะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติและประชาชน การปฏิรูปถูกใช้เป็นเพียงข้ออ้างการเข้ายึดอำนาจ และอยู่ในอำนาจของ คสช.กับพวก และกำลังถูกใช้เป็นข้ออ้างสืบทอดอำนาจ

“ไพบูลย์” จุดพลุนายกฯคนกลาง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปและว่าที่กรรมการบริหารพรรคทั้ง 27 คน ได้นำเอกสารหลักฐาน 9,000 แผ่น พร้อมรายชื่อสมาชิก 1,441 คน และบัญชีทุนประเดิม 1,441,000 บาท มายื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อขอจดจัดตั้งพรรค โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า อีก 4 เดือนจะหาสมาชิกพรรคได้เกินกว่า 10,000 คน ครบทุกจังหวัด จากนั้นจะจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปทุกจังหวัด การเลือกนายกฯจะไม่คำนึงว่าจะเป็นนายกฯคนในหรือคนนอก แต่ต้องเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นนายกฯ ส่วนที่พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ อยากให้เรียกว่ารัฐบาลเสียงข้างมากพิเศษมากกว่า เพื่อให้เป็นการเมืองที่มีเสถียรภาพ ทุกพรรคมาร่วมกันน่าจะเป็นทางออกบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน การจะเอาผู้นำพรรคใดพรรคหนึ่งมาเป็นนายกฯจะทำให้มีปัญหา จึงเสนอว่าน่าจะเป็นนายกฯคนกลางจะเหมาะสมกว่า รัฐธรรมนูญให้ ส.ว.มีบทบาทช่วงเปลี่ยนผ่านมาก การจัดตั้งรัฐบาลต้องฟังเสียงส.ว.หากขัดกับ ส.ว.จะทำให้มีปัญหาการตรากฎหมาย จึงน่าเป็นการผสมผสานอำนาจของสังคมทุกฝ่าย ประชาชน ข้าราชการ นักการเมืองต้องช่วยกัน

อย่าให้เหมือนก่อน 22 พ.ค.57 ที่พลังนักการเมืองอยู่เหนือข้าราชการและประชาชน ถ้าพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านนักการเมืองปรับตัว บ้านเมืองเดินไปในทางที่ถูกต้อง บทบาทนักการเมืองจะกลับมามีอำนาจอีกครั้งก็ยินดี

เชียร์สุดติ่ง “บิ๊กตู่” เหมาะสมที่สุด

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ที่สุด ไม่มีข้อครหาใดๆทั้งสิ้น มันคนละขั้วกับเปรียบเทียบกับการพ้นจากตำแหน่งของอดีตนายกฯมาเลเซีย เพราะยังไม่มีผลตรวจสอบใดๆว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทุจริต ผลงานมีประโยชน์ ยังยืนยันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะท่านมีองค์ ประกอบครบ ส่วนกระแสว่านายกฯเป็นตัวดูด เป็นวาทกรรมของนักการเมือง ถ้าตัวเองทำไม่ผิดคนอื่นทำว่าเขาผิด เชื่อว่าประชาชนรู้หมดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ว่าจะเป็นนายกฯคนในหรือนอกก็ถูกด่า เพราะเขาไม่อยากให้ท่านมาเป็น ส่วนตัวคิดว่าถ้าท่านเลือกได้ไม่ได้อยากเป็นนายกฯพรรคไหน ไม่อยากเกลือกกลั้วให้ถูกครหา ท่านเหมาะที่สุดที่จะเป็นนายกฯกลาง

เบิร์ธเดย์ “เจ๊แดง” ปิดบ้านเงียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่ 63 ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มวังบัวบาน แต่ปีนี้นางเยาวภาไม่เปิดบ้านพักเบฟเวอร์รี่ฮิลล์ ย่านแจ้งวัฒนะ ให้บรรดานักการเมือง อดีต ส.ส.และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าอวยพรวันเกิดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา แต่นางเยาวภาเลือกที่จะใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่ จ.เชียงใหม่ โดยนายวรวัจน์ เอื้อ–อภิญญกุล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคนใกล้ชิดนางเยาวภา กล่าวว่า ขณะนี้นางเยาวภาวางมือทางการเมืองแล้ว จึงอยากอยู่เงียบๆใครที่สอบถามไปจะได้รับคำตอบเช่นนี้ ทำให้ปีนี้ไม่มีบรรดาอดีต ส.ส.เข้าอวยพรวันเกิดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

“วันนอร์” อวยพร 86 ปี “บิ๊กจิ๋ว”

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ห้องวีไอพี 1 สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต มีบรรดาญาติสนิทและพ่อค้านักธุรกิจนำดอกไม้เข้าอวยพร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 86 ปี โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มาทะ อดีตประธานสภาฯ พร้อมอดีตนายทหารคนสนิททยอยร่วมอวยพร โดย พล.อ.ชวลิตมอบปากกาพร้อมลายเซ็นและแผ่นพับขนาด 5×6 นิ้ว มีเนื้อหาชีวประวัติพัฒนาการแห่งชีวิตในรอบ 86 ปี รวมถึงประวัติตั้งแต่วัยเด็กจนถึงการเข้ารับราชการทหาร และภารกิจสำคัญในปฏิบัติงานลับพิเศษ 5 ศึกสงครามจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ และลงเล่นการเมืองจนได้เป็นนายกฯ ทั้งนี้ในวันที่ 18 พ.ค. เวลา 09.00 น.ที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ย่านพระราม 3 พล.อ.ชวลิตจะเปิดแถลงข่าวชีวประวัติการทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองตลอดชีวิตหลายสมัยกับสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แกนนำกลุ่มวาดะห์ กล่าวว่า กลุ่มวาดะห์ยังไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง ยังไม่มีอะไรที่แน่ชัดเจน ต้องรอดูท่าทีก่อนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ปัจจุบันเรายังรักษาสภาพฐานเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เหมือนเดิม และอดีต ส.ส.ในกลุ่มเท่าเดิม 5 คน ไม่เปลี่ยนแปลง

ครม.อนุมัติ 512 ล้านให้รัฐสภาใหม่

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วงเงิน 512.50 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 273.51 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 150.45 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้าง 88.54 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐสภาให้เหตุผลว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยในส่วนของห้องประชุมวุฒิสภา ห้องกรรมาธิการ และที่ทำงานบุคลากร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 ส่วนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และพื้นที่เชื่อมต่อบางส่วนกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อรองรับการเลือกตั้ง แต่การเก็บรายละเอียดทั้งโครงการ จะต้องเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562

ตีกลับ 8 พันล้าน “บิ๊กตู่” รับไม่ได้ไมค์แพง

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ขณะที่วงเงิน 8,135.56 ล้านบาท ครม.ไม่อนุมัติ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศบางชิ้นมีราคาแพงเกินไปโดยให้กลับไปทำรายละเอียดมาใหม่ ปรับค่าใช้จ่ายบางรายการให้ถูกลง เช่นค่าไมโครโฟน นาฬิกา โดยเงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานด้านอื่นๆไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย งานระบบควบคุมแสงสว่างบริเวณภายนอกอาคาร งานระบบปรับอากาศภายในห้องประชุม ส.ส. ส.ว. งานผนัง งานผ้าม่าน และงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ไม่ใช่งบใหม่ที่ขอมาทั้งหมด มีงบตัวเก่าที่เคยได้รับอนุมัติแต่ไม่ได้รับการจัดสรรเงิน ในที่ประชุม นายกฯ ฟังความเห็นของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่อนุมัติงบฯ ให้กลับไปทบทวนใหม่ นายกฯระบุว่ายอมไม่ได้กับไมโครโฟน 1.2 แสนบาท และนาฬิกา 7 หมื่นบาท

“วิลาศ” สิ้นหวัง “บิ๊กตู่” ปราบทุจริต

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติอนุมัติงบฯก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เร่งด่วน 3 เรื่อง รวม 512 ล้านบาท ประกอบด้วย งบเร่งรัดการก่อสร้าง 273 ล้าน งบควบคุมงาน 150 ล้าน และค่าจ้างออกแบบ 89 ล้าน คนละส่วนกับงบยอดรวมกว่า 8,600 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าไม่สามารถตั้งความหวังการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้ เพราะงบก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีพิรุธส่อว่ามีการทุจริตหลายเรื่อง ตนและคณะทำงานท้วงติงมาตลอด โดยเฉพาะการขอเพิ่มงบฯก่อสร้างการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร (ไอซีที) อีกประมาณ 1,700 ล้านบาท ทำให้วงเงินเพิ่มจาก 6,900 ล้านเป็นกว่า 8,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการตรวจสอบ ไม่แปลกใจเพราะแม่น้ำห้าสายไหลไปทิศทางเดียวกัน พอมีเสียงท้วงติงจะหยุดชั่วคราวจากนั้นตามน้ำหมด มีข้อมูลว่าที่มาของ การตั้งงบเรื่องนี้มีการให้บริษัทเสนอทั้งจำนวนและราคา โดยไม่มีราคากลางของทางราชการตั้งไว้ แต่นำราคาของบริษัทที่เสนอในราคาแพง เพื่อไปเสนอของบต่อ ครม. จะเกาะติดเรื่องนี้และนำข้อมูลมา เปิดเผยต่อสาธารณะต่อไป

ทนายเสื้อแดงบี้ฟ้องกบฏ 18 กปปส.

ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความกลุ่ม นปช.ฐานะเลขาธิการสมาพันธ์ นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.)เข้ายื่นหนังสือต่อนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ให้เร่งนำตัวผู้ต้องหากลุ่ม กปปส.ที่เหลือ 18 คน ฟ้องศาลอาญาในคดีร่วมกันเป็นกบฏ มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนรับหนังสือ นายวิญญัติกล่าวว่าหากยังไม่นำตัวผู้ต้องหาที่เหลือฟ้องต่อศาลภายใน 30 วัน จะกล่าวโทษอัยการและใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป ขณะที่นายประยุทธกล่าวว่า หลังได้รับหนังสือจะรีบดำเนินการตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ผ่านมาเคยได้รับหนังสือจากนายวิญญัติมาแล้วหลายครั้ง ยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก

ศาลอาญาให้ประกันตัว “เอกชัย”

ที่ศาลอาญา วันเดียวกัน ทนายความของนาย เอกชัย หงส์กังวาน อายุ 43 ปี แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1005/61 ลงวันที่ 11 พ.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนและเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัยระหว่างการฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ที่คุมตัวนายเอกชัยมาฝากขังเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกันจำนวน 1 แสนบาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไข จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำหมายปล่อยนายเอกชัยไปปล่อยตัวเป็นอิสระชั่วคราวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในช่วงค่ำ

นายกฯอ้ำอึ้งนิด้าโพลชี้ชาวบ้านอยากให้เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ต่อ อ้อมแอ้มจับมือตั้ง ครม.เมินคนปลุกกระแส “มหาธีร์” ปั่นแรงเชียร์ “ชวน” คัมแบ็ก 16 พ.ค. 2561 01:23 ไทยรัฐ