วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิด 3 ปมแตกหัก นักเลงโฉ่งฉ่าง วัดเหลี่ยม นายพลแดดเดียว

ช่วงนี้กระแสข่าว “ครอบครัวจอมกร่าง” กำลังโด่งดัง ผู้คนต่างติดตามว่า แม่ลูกคู่นี้จะไปโผล่สร้าง “วีรเวร” ที่ไหนอีก

จากเรื่องที่เกิด จ.ระยอง แล้วก็โผล่ที่ สุรินทร์ กระทั่ง จ.ตาก กลายเป็นว่า เรื่องราวบานปลายกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ  

เหตุเพราะอ้างตนรู้กฎหมาย แสดงท่าทีใหญ่โต ไม่เกรงกลัวใคร... แต่บัดนี้คงซีดเผือดไปบ้าง เพราะโดนสังคมรุมถล่มซะเละเทะ

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องครอบครัวจอมกร่างแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่โจษจันในขณะนี้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว เรื่องของเรื่อง มันเริ่มมาจากอะไรกันแน่ จะเป็นเพราะปัญหาขาย “ของไร้มาตรฐาน” หรือเปล่า...แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นเรื่อง “กรรโชกทรัพย์” เกี่ยวโยงกับผู้มีอิทธิพล

ซึ่งไฮไลต์สำคัญของเรื่องนี้กลับไปโฟกัสไปที่ “นักเลงโฉ่งฉ่าง” ได้ดันออกมาโวยงัดข้อกับเจ้าหน้าที่ แบบมาเต็มครบทุกรสชาติ อาทิ เสียงดังโวยวาย ชี้หน้า..ต่อว่ากัน หรือ กระทั่ง เสียน้ำตา ลั่นคำสาบาน จนคนเสพสื่อนึกว่าดูละครหลังข่าว

อยากรู้ใช่ไหม...ว่าเบื้องลึกของเรื่องนี้คืออะไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอคลุกวงในเล่าให้ฟัง ผ่านกูรูผู้รู้จริงวงการสีกากี ซึ่งเขาคนนั้นขอเรียกตัวเองว่า “มือปราบไร้บาดแผล” ซึ่งถือว่าเคยเป็นตำรวจฝีมือดีของ สตช.

เส้นทางนักเลง แบ็กดี มีเพื่อนเยอะ คลุกคลีวงการสีดำๆ เทาๆ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกันก่อน ผมขอเรียก “ที่ปรึกษา” คนนี้ว่า “อดีตมือปราบไร้บาดแผล” กล่าวอย่างนิ่มนวล น้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะร่ายรายละเอียด จุดเริ่มต้นของที่ปรึกษาคนนี้

เส้นทางของเขาคนนี้ ไม่ใช่ ทางเดินของคนปกติทั่วไป แต่เขามักจะเลือกเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนักการเมือง ทหาร หรือ แม้กระทั่งบิ๊กตำรวจ ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งชั้นผู้น้อย...จนไม่เกรงกลัวใคร 

อดีตมือปราบไร้บาดแผลเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่องว่า เขาเป็นทั้งนักเรียนนายร้อย ทั้งนักเรียนเตรียมทหาร ทำให้มีรุ่นพี่รุ่นน้องเยอะ..หลังเข้าทำงานก็โฉ่งฉ่างโวยวาย.. พูดง่ายๆ “เป็นแค่สารวัตร ผู้กำกับมันยังไม่เกรงใจ” เพราะคิดว่ามีแบ็กดี เพราะได้เดินเข้าหาผู้ใหญ่สายนักเลง จากนั้นได้เข้าไปมั่วสุมกับพวกธุรกิจ “สีดำ-สีเทา” และเดินเส้นทางนี้มาตลอด

หลังจากอยู่ในเส้นทางนี้ได้ไม่นาน “บารมี” ก็เกิด ซึ่งธุรกิจสีดำ สีเทา นั้นเกี่ยวข้องกับวงการพนัน ซึ่งแน่นอน มีการพนันก็ต้องมีคนเป็นหนี้ หรือ ใครอยากจะเปิดบ่อนในพื้นที่นี้ บางคนไม่รู้จักใคร ก็วิ่งไปหาเขา...

เขาผู้นี้ก็จะไปเคลียร์กับคนในพื้นที่ให้ หากเคลียร์ไม่ได้ก็จะไปหาลูกพี่...คุมสนามม้า หรือ คุมบ่อน มาช่วยเคลียร์

คนใหญ่ใจต้องนิ่ง...วันหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการ..!

เรื่องของชายผู้นี้ในวงการสีกากีรู้กันดี ว่าเขาอวดอ้างบารมีกันมาแต่ไหนแต่ไร กระทั่งวันหนึ่ง “ตำรวจเดินเข้าป่า..เอ้ย เข้ามา!”

อดีตตำรวจมือปราบ ผู้เล่าเบื้องหลัง ได้บอกทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า เส้นทางคนนี้ เดินทาง..เติบโต กระทั่ง.. ได้เปิดกิจการของตัวเอง โดยไปร่วมหุ้นเปิดบ่อนแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนฯ ทุกคนต่างชื่นชม... “สุดยอดเลย...นายนี่แน่จริง สามารถเคลียร์กับ..ได้!”

แต่...วันหนึ่ง “พ่อก็มา” ตำรวจเข้าบุกทลาย “นักเลงโฉ่งฉ่าง” ก็ต้องออกงิ้ว แสดงแสนยานุภาพ “มึงมาจับบ่อนนี้ได้ไง..?” เพราะนิสัยแนวโวยวายแบบนี้ แต่กลับไม่รู้จริงเรื่องกฎหมาย เขาดันไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงถูกตั้งข้อหาขัดขวางการจับกุม ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง สุดท้ายเขาจึงต้องออกจากราชการไป

เมื่อออกจากราชการ เขาจึงเดินสายสีดำ สีเทาแบบนี้มาตลอด...!?

ขยายอิทธิพลถึงเพื่อนบ้าน รับหน้ารับเคลียร์ ลูกหนี้ เจ้าหนี้ วิ่งหา..

แหล่งข่าวซึ่งเป็น อดีตตำรวจมือปราบไร้บาดแผล ยังเผยต่อว่า เครือข่ายของนักเลงโฉ่งฉ่างรายนี้ก็ไม่ธรรมดา ใช่ว่าอิทธิพลของเขาจะมีแต่ในเมืองไทย แต่เขามีเครือข่ายไปใน ลาว กัมพูชา หรือ เมียนมา โดยจะทำงานในลักษณะหุ้นส่วน พร้อมอำนวยความสะดวกหาคนไปเล่นพนัน จากนั้นก็ทำหน้าที่ “ทวงหนี้”

สมมติว่า มีนักพนันคนหนึ่งเป็นหนี้ 10 ล้าน ไม่จ่าย...เพราะพวกเยอะ เรียกว่าเก๋าพอตัว เจ้าหนี้ก็ทวงไม่ค่อยได้ เขาจึงวิ่งหา “นักเลงโฉ่งฉ่าง..”

“มาๆ เดี๋ยวผมจัดการให้...แต่กูขอ 30 ของหนี้ที่ทวงได้”
สมมติว่า เคลียร์ตกลงกันได้ว่ายอมจ่ายที่ 5 ล้าน
นักเลงโฉ่งฉ่างก็รับไป 1.5 ล้านบาท!!

ส่วนวิธีที่มันใช้นั้น..อาจจะไม่ได้ใช้วิธีการรุนแรงแต่อย่างใด แต่ก็กดดันให้อยู่กินไม่เป็นสุข เช่น ส่งชายชุดดำไปตามประกบ เฝ้า..ติดตาม “มึงไปไหน..กูส่งคนตามไป” แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร แบบนี้อยู่ได้ก็อยู่ไป..!

ส่วนอีกอีกแบบ ลูกหนี้ จะวิ่งหา เขาจะรับหน้าช่วยเคลียร์ กล่าวคือ...

สมมติว่ามี ลูกหนี้คนหนึ่งเป็นหนี้ 10 ล้าน โดนบี้กดดันอย่างหนักจากเจ้าหนี้ ลูกหนี้จึงต้องหาตัวช่วย “นักเลงโฉ่งฉ่าง” ไปช่วยเคลียร์ ขอลดหนี้ หรือผัดผ่อน อาทิ เดิมผ่อนเดือนละ แสน ขอเป็นสัก 5 หมื่นได้ไหม ซึ่งหากเคลียร์ได้ ก็จะได้เงินจากฝั่งลูกหนี้..ซึ่งการเคลียร์แบบนี้จะไม่ได้รับเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่อาจจะรับเป็นก้อนหรือผ่อนให้.. เป็นต้น

เปิดบ่อนทำผิดกฎหมาย รับหน้าเคลียร์ตำรวจ

ที่ผ่านมา นอกจากการทวงหนี้ รับเคลียร์หนี้ เป็นเจ้าของบ่อนแล้ว เขายังสามารถคุ้มครองคนอื่นได้ด้วย

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ที่ “หมาต๋า” กับ “บ่อน” เป็น “ของแสลง” ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีคนคุ้มครองเป็นธรรมดา

มือปราบไร้บาดแผล เล่าว่า การที่จะเปิดบ่อนสักที่...บางทีเจ้าของบ่อนก็จำเป็นต้องเคลียร์...ให้ได้ บางรายเคลียร์ได้ แต่บางคนก็เคลียร์ไม่ได้ แต่ก็มีตัวช่วย

สมมติว่า จะมีการเปิดบ่อนมี 10 ขอน (ศัพท์ใช้เรียกโต๊ะบาคาร่า 10 โต๊ะ) แต่เรียกเก็บ ขอนละ 1 แสน แบบนี้กิจการไม่รอดแน่ เขาจึงส่งที่ปรึกษานักเคลียร์มาเจรจา

“ไอ้นี่มันน้องใหม่ ขอจาก 1 แสน เหลือ 5 หมื่นได้ไหม?”

จากต้องส่งขอนละ 1 แสน อาจจะเหลือ 5 หมื่น ส่วนนักเลงโฉ่งฉ่างคนนี้ อาจได้ขอนละ 2 หมื่น.. (ตัวเลขนี้ยกเป็นตัวอย่างเท่านั้นไม่ใช่ของจริง)

หรือหากไม่ขอเงินเป็นขอน.. นักเลงโฉ่งฉ่างอาจจะขอส่วนแบ่งจากเปอร์เซ็นต์ เช่น ขอ “หุ้นลม” เท่าไหร่ก็ว่ากันไป... “แต่อย่าคิดว่าจะหลอกกันนะมึง...เดี๋ยวจะให้ลูกน้องมาดูรายได้” ซึ่งในที่นี่นอกจากจะดูรายได้แล้ว ยังช่วยคุ้มครองบ่อนด้วย ใครมาเปรี้ยวในบ่อน ใครชักดาบ โดน...”

ถามว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นรู้ไหม..ว่าไอ้นี่มาเก็บแบบนี้...ก็รู้ แต่คิดว่าไอ้นักเลงคนนี้มันพวกเยอะ อย่างน้อยก็เก็บกินได้ยาวๆ จึงไม่กล้าโวยวาย!

นายพลแดดเดียว โปรไฟล์ไม่ธรรมดา มีหรือจะกลัวใคร!

เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ ก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมว่าเส้นทางเดินของ นักเลงโฉ่งฉ่างนั้นเป็นอย่างไร และนี่คือ “รอยร้าว” แรก ของ “นักเลงโฉ่งฉ่าง” ต้องปะทะกับ “นายพลแดดเดียว”

มือปราบไร้บาดแผล เผยว่า เส้นทางของ “นักเลงโฉ่งฉ่าง” นั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ย่อมไม่เข้าใครออกใคร ที่ผ่านมาสร้างมิตรไว้มาก แต่อริก็ไม่น้อย แต่เรื่องของเรื่องดันมาเจอ “นายพลแดดเดียว” ที่มีแบ็กไม่ธรรมดาเสียด้วย!

ก่อนจะเล่าเรื่องราวของนักเลงโฉ่งฉ่างกันต่อ ขอพักกับย้อนดูโปรไฟล์ของ “นายพลแดดเดียว” กันก่อน

เขาคนนี้เองก็ไม่ธรรมดา เขาคนนี้เติบโตในเส้นทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างรวดเร็ว ใครๆ ก็รู้ว่าเขาเป็นเด็กของ “พี่ใหญ่” เคยทำงานสายปราบปรามมา ถึงแม้ปัจจุบันนี้เขาจะรับงานดูแลหน้าตาของประเทศ แต่... “ตำรวจ” ก็คือ “ตำรวจ” เห็นคนทำผิดก็จับได้หมดนั่นแหละ

เหตุเพราะ... ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ และ ตามกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” คือ “หัวหน้าพนักงานสอบสวน” มีอำนาจสั่งการจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั่วประเทศ และตาม อำนาจ ป.วิอาญา เจ้าพนักงานตำรวจยศตั้งแต่ “ร้อยตรี” มีอำนาจสืบสวน จับกุมผู้กระทำผิด ยิ่งหากได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร. ซึ่งถือว่าเป็น “หัวหน้าพนักงานสอบสวน” นั่นหมายความว่า นายพลแดดเดียว จะไปจับใครก็ได้ทั่วประเทศ!

คราวนี้เข้าใจหรือยังครับ ว่าทำไม นายพลแดดเดียว ที่ดูแลหน้าตาประเทศ ถึงไปตามจับ “ของไร้มาตรฐาน” ได้

ปมที่ 1 รอยร้าว นักเลงโฉ่งฉ่าง VS นายพลแดดเดียว

หลังจากปูพื้น นายพลแดดเดียวแล้ว เรามาเข้าเรื่องปมขัดแย้งระหว่าง “นักเลงโฉ่งฉ่าง” กันต่อ

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง “ของไร้มาตรฐาน” แต่ต้องย้อนกลับไปหลายปีก่อน โดย มือปราบไร้บาดแผล เล่าว่า...

การโคจรมาเจอกันครั้งแรก มาจากการทำคดี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เรื่องราวเริ่มต้นเพราะ มีการเข้ามาเคลียร์ หรือ เจรจาต่อรองเพื่อช่วยเหลือให้กับผู้ต้องหาบางกลุ่มบางคนให้ได้รับโทษสถานเบา แต่...การเจรจาครั้งนี้ไม่เป็นผล

จากคำพูดอ่อนหวาน จึงกลายเป็น “คำขู่อาฆาต” กัน พร้อมกับมีการปล่อยข่าวลือด้านลบเพื่อดิสเครดิต นายพลแดดเดียว

“ไอ้นี่มันกวน...”อดีตมือปราบไร้บาดแผล ตีความจากความรู้สึก คาดว่านายพลแดดเดียวอาจจะรู้สึกไม่ดีก็เป็นได้!

ไม่นาน...ปมรอยร้าวที่ 2 ก็ตามมาอีกระลอก

เปิดปมร้าวที่ 2 กวาดล้างโต๊ะพนัน ที่สนามม้า..

อดีตมือปราบไร้บาดแผล เล่าต่อว่า เรื่องขัดแย้งต่อมา คือ การบุกกวาดล้างโต๊ะพนันเถื่อนในสนามม้า โต๊ะเถื่อนที่ถูกจับส่วนใหญ่ 70% นั้นเป็นของคนที่คุณรู้ว่าใครคุมอยู่..!

อดีตมือปราบไร้บาดแผล พูดพลางขำก๊ากออกมาเสียงดัง ฮ่าๆๆ

การจับกุมวันนั้น มีการแถลงข่าวภายหลังว่าเป็นการเพิ่มยอดให้สนามม้า เนื่องจากมีโต๊ะเถื่อนเยอะ ซึ่งถือเป็นนโยบายการปราบปรามของตำรวจ

และก็ตามที่คาด วันนั้นถึงกับงิ้วลง...โอดครวญว่า “นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ”

ซึ่งที่ผ่านมา การร้องขอต่างๆ ของ นักเลงโฉ่งฉ่างนั้นไม่ใช่มีแค่เรื่องเดียว แต่ยังมีอีกหลายคดี แต่ “เรื่องที่ขอ...ก็ไม่สมหวัง” ก็เลยออกลายกันมาบ้าง

“มาเคลียร์แล้วไม่ได้จึงยัวะ กูระดับไหน รุ่นพี่ ผบ. อีก โดนมาแล้ว 2 ดอก จึงออกปากขู่อาฆาตกัน ซึ่งนายพลแดดเดียวก็ไม่สนใจ เพราะกำลังขึ้นหม้อ” อดีตมือปราบไร้บาดแผลให้ทัศนะ

ปมที่ 3 ข่าวใหญ่คับประเทศ ปราบของไร้มาตรฐาน บานปลาย กลายเป็นกรรโชกทรัพย์

การที่นายพลแดดเดียวมีอำนาจล้นมือ มีพี่ใหญ่หนุน จึงไม่เกรงหน้าอินหน้าพรหม เมื่อเรื่องราวของคดี “ของไร้มาตรฐาน” ถูกใช้แล้วมีคนตาย ผู้นำประเทศมีนโยบายปราบปรามอย่างหนัก เขาก็ต้องลงมาทำเอง แม้จะสังกัดหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม

อ้าว..แล้วทำไมหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่มาล่ะ อดีตมือปราบไร้บาดแผล บอกว่า ไม่รู้หายหน้าไปไหน เพราะเคยเคลียร์กันแล้วหรือไม่..คิดเอา!??

เอาละๆ กลับเข้าเรื่อง...วันนั้นที่นักเลงโฉ่งฉ่างออกมาโวยวาย ก็เพราะทำหน้าที่ของตัวเองอยู่..ถึงวันนี้โดนไปกี่หมายแล้ว

ส่วนคนที่เข้าข้างนักเลงโฉ่งฉ่างย่อมมี แต่คนที่ขยาดกับการกระทำของชายผู้นี้ก็มีไม่น้อย เชื่อว่ามากกว่า 50% เพราะบางคนโดนขู่กรรโชก บ้างโดนขูดรถ หากพื้นที่แห่งนั้น มีคนโดน 20-30 ร้าน ก็อาจจะเพิ่มคดีอีก 20-30 คดี เพราะการกระทำดังกล่าว ถือว่าต่างกรรมต่างวาระ

ส่วนลีลามอบตัว..หลังโดนหมายจับ นั้น  หลายคนมองว่า นี่คือการบุกจับ ไม่ใช่การมอบตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องนี้มันจบไปแล้ว

เพราะการมอบตัว หรือ การจับกุมตามหมายจับนั้น จะส่งผลต่อการประกันตัว ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ ดังนั้น เมื่อได้ประกันตัวไปแล้ว ก็เท่ากับจบ! ส่วนคดีความก็ว่ากันไป เหมือนแชร์แม่ชม้อย ที่มีนับเป็นต่างกรรมต่างวาระ แต่ท้ายที่สุดก็จะจบลงที่ไม่เกิน 50 ปี

“ถามว่าวันนั้นตำรวจบุกเข้าไปจับได้ไหม..คดีแบบนี้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย การก่อการร้าย ฉะนั้น ตอนนั้นถือเป็นยามวิกาล แต่ก็เป็นเรื่องที่รอได้ ส่วนเรื่องเด็กที่ปีนออกมาจากบ้าน เรื่องนี้ตำรวจทำถูกแล้ว ที่เรียกตัวมาคุย เพราะเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ๆ ปีนออกมา เป็นขโมยหรือเปล่า จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ” อดีตมือปราบไร้บาดแผล กล่าว

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มือปราบไร้บาดแผล อยากจะบอกไปถึงผู้เกี่ยวข้องว่า “การกระทำบางอย่าง เปรียบดั่งสุภาษิต “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” เพราะ....คนที่จะออกมาต่อสู้เรียกร้องความชอบธรรม ความถูกต้องให้กับสังคม คนนั้นต้องมีความชอบธรรม ความถูกต้องเสียก่อน ถ้าตัวเองยังไม่มีความถูกต้อง ชอบธรรม เมตตาธรรม และไม่ยึดถือหลักของกฎหมาย กรุณาอย่าออกไปทวงสิ่งเหล่านี้เพราะมันจะย้อนเข้าตัว เพราะตัวเองสกปรกอยู่แล้ว

มันก็เหมือนกับ “ครอบครัวกร่าง” ตัวเองทำอะไรไว้ โวยวายมากแผลก็ยิ่งพุพอง เชื่อว่า..เจ็บนี้จำฝังใจอีกนาน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ไฮไลต์สำคัญของเรื่องนี้กลับไปโฟกัสไปที่ “นักเลงโฉ่งฉ่าง” ได้ดันออกมาโวยงัดข้อกับเจ้าหน้าที่ แบบมาเต็มครบทุกรสชาติ ... 15 พ.ค. 2561 15:16 ไทยรัฐ