วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คสช.ปูทางสู่เก้าอี้ "ประยุทธ์ 2"

คสช.ปูทางสู่เก้าอี้ "ประยุทธ์ 2"

โดย สายล่อฟ้า
16 พ.ค. 2561 05:02 น.
  • Share:

ยิ่งเขย่า ยิ่งเพิ่มแรงดูด

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะการเมือง ณ คาบนี้ต่างก็แสดงตัวตนกันชัดแจ้งว่า จะเป็นคู่ชิงทางการเมืองทั้ง 3 ก๊ก พลังการตอบโต้จึงดีดปรอทสูงขึ้น จนกว่าจะได้หย่อนบัตร

แม้รู้ตัวผลการเลือกตั้งแล้วก็ยังต้องสู้กันจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ หรือจะพูดว่าจนกว่าจะจบเกมสุดท้าย

เอาความจากโพลต่างๆทุกสำนักที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งต่างก็ตั้งประเด็นคำถามต่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมาอันดับ 1 ที่ต้องการให้เป็นนายกฯ ไล่ตามมาด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” รั้งอันดับ 3

อีกประเด็นระบุว่า อยากให้ได้คะแนนมากที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย แต่ยังมีอีกโพลบอกว่า 71.9% ยังบอกว่า ยังไม่ต้องรีบเลือกตั้งขอให้มีการวางแผนบริหารจัดการให้ดีก่อนเลือกตั้ง

ในหมู่ประชาชนยังมีมุมมองที่หลากหลาย แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์คงเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความมุ่งมั่นมากเป็นพิเศษ

ถึงได้บอกว่าถ้าประชาชนต้องการก็พร้อมสู้เต็มที่

วันนี้แม้จะยังไม่มีความชัดเจนทางสาธารณะว่าจะลงเอยอย่างไร แต่ในทางการเมืองแล้วย่อมชัด เพราะนักการเมืองต่างอ่านเกมอ่านไต๋ออกผิดพลาดยาก

อยู่ที่ว่าจะเปิดจุดอ่อนให้พวกเขาเห็นหรือเปล่า

หลังเดินทางไปที่บุรีรัมย์กลับมาเลยโดนถล่มจาก “พลังดูด” ดังนั้นพอจะขยับไปที่สระแก้ว ก็ตั้งป้อมกันท่าไปในตัว

มาถึงนาทีนี้แล้วเชื่อได้เลยว่าไม่มีหยุดอีกแล้ว ทุกอย่างจะต้องเดินไปตามยุทธศาสตร์เพื่อเอาชนะทางการเมือง

ว่ากันว่าเดือนมิถุนายน ซึ่งนายกฯได้ประกาศเอาไว้แล้วว่า จะนัดพบนักการเมืองทุกพรรคเพื่อร่วมกันพิจารณาตัดสินใจกำหนดวันเลือกตั้ง

ถือว่าทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตัดสินใจ ซึ่งจะบิดพลิ้วไม่ได้

ตรงนั้นคงจะได้เห็นความชัดเจนจากฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะการปักหมุดพร้อมที่จะลงสนามการเมืองเต็มตัว

“พลังประชารัฐ” จะโผล่ออกมาให้เห็นหน้าค่าตาชัดเจนและเป็นรูปธรรม ใครเป็นใครกันบ้างจะลงได้เห็นกันเสียที

เชื่อว่ามาถึงขั้นนี้ นายกฯลุงตู่คงตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินแล้วคือ สังกัดพรรคการเมืองเพื่อเป็น 1 ใน 3 ที่พรรคสังกัดจะเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ

เป็นทางเลือกที่ทำให้อยู่ในกติกาเดียวกันกับนักการเมืองคนอื่นๆ ซึ่งจะตัดประเด็นการถูกโจมตีว่าเป็น “คนนอก”

การตัดสินใจอย่างนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะคิดเอง ทำเอง แต่ต้องเป็นไปด้วยความมั่นใจว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

นอกจากเสียงจากประชาชนผ่านโพลต่างๆที่ต้องการให้เป็นนายกฯแล้ว รัฐบาลเองโดยผ่านหน่วยงานของรัฐ ซึ่งก็ต้องทำโพลเช่นเดียวกัน

แสดงว่าตัวเลขที่ออกนั้นน่าจะเป็นบวก จนทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างไม่ต้องลังเลอีกแล้ว “พลังประชารัฐ” จึงเป็นที่มั่นสุดท้าย

เป็น “พลังประชารัฐ” ที่จะผสมผสานระหว่างนักการเมืองเก่า ซึ่งวางเกมให้คุมสภาพระดับภูธรกับคนรุ่นใหม่ที่มาจากพรรคการเมือง และที่ยังไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน

อีกส่วนคือพรรค “กองหนุน” มาเติมเสียงสู่เก้าอี้นายกฯ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้