ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.มองการเมือง-เงินทุนไหลเข้าปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ54

    ไทยรัฐออนไลน์18 พ.ย. 2553 20:31 น.
    SHARE

    แบงก์ชาติ มองการเมือง-เงินทุนไหลเข้า ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจปีหน้า เตรียมออกแผนพัฒนาตลาดเงิน วางแผนใช้เงินไหลออก และสกัดเงินร้อนไหลเข้า ยันยังไม่ออกมาตรการคุมเงินไหลเข้าตอนนี้ เพราะบาทเริ่มอ่อนค่า ระบุ คุมอสังหาฯจำเป็น แต่เป็นมาตรการเตือนแค่ให้ปรับตัว...

    เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา ซีอีโอ 2011 :Chief Economic Outlook 2011 ว่า ในปีนี้รวมผบกระทบที่จะเกิดขึ้นจากอุทกภัยแล้ว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ประมาณ 7-7%กว่า และคาดว่าในปีหน้าจะขยายตัวในระดับ 3-5% โดยปัจจัยเสี่ยงในการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้าในสายตา ธปท.ยังมีชัดเจนใน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ความเสี่ยงทางการเมือง เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองภายในทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีผลกระทบถึงทุกภาคธุรกิจ และทำให้นโยบายในการพัฒนาประเทศไม่ชัดเจน ส่วนเรื่องที่ 2 คือ ปัจจัยต่างประเทศที่จะเข้ามากระทบ ซึ่งจะต่อเนื่องจากปีนี้ เนื่องจากมองว่า มาตรการผ่อนคลายด้านปริมาณเงินหรือ QE นั้น จะมีเงินออกมาต่อเนื่อง และเมื่อหมดระยะที่ 2 แล้ว อาจจะยังมีการอัดฉีดเงินเพิ่มเข้ามาอีกในระยะต่อไป โดยในส่วนการดำเนินนโยบายมหาภาคและนโยบายการเงินของธปท.นั้น นอกจากการประสานการใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงินมาช่วยดูแลเสถียรภาพของ เศรษฐกิจ หรือ Macro Prudential เพื่อช่วยเพิ่มส่วนที่นโยบายอัตราดอกเบี้ยอย่างเดียวอาจจะทำไม่ได้แล้ว ในปีหน้าจะมีการเพิ่มเครื่องมีในการดูแลเงินทุน โดยทำเป็นแผนพัฒนาตลาดการเงินขึ้นมา เพื่อวางกรอบในการสร้างเครื่องมือเพิ่มขึ้นในการผลักดันเงินทุนให้ไหลออก เพิ่มขึ้นจากในปัจจุบัน และการสร้างมาตรการหรือเครื่องมือเพื่อรับมือกับเงินทุนไหลเข้าที่จะเข้ามา ต่อเนื่อง และมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการสร้างตลาดเงินของไทยให้มีความกว้างและลึกขึ้น เพื่อรองรับปริมาณเงินทุนที่ไหลจะไหลเข้ามากขึ้น ซึ่งเงินที่ไหลเข้ามามากเกินไปก็เหมือนน้ำท่วม หากมีการสร้างที่พักน้ำหาที่ให้น้ำไปอยู่ได้ มากขึ้น การบริหารจัดการน้ำก็ทำได้ดีขึ้น

    “ในส่วนของมาตรการการควบคุมเงิน ไหลเข้า ในขณะนี้มีการศึกษาไว้หลายมาตรการ แต่การนำมาใช้เมื่อไร ต้องพิจารณาเงื่อนไขความเหมาะสม และเงื่อนไจการเปลี่ยนแปลงในตลาดการเงินต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ 3-4 วันที่ผ่านมาดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงและการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท อ่อนค่า จากความกังวลในปัญหาหนี้สินยุโรปของประเทศไอร์แลนด์และห่วงว่าอาจจะลามไปยัง กรีซและโปรตุเกสได้ รวมทั้งความกังวลในเศรษฐกิจจีน ทำให้นักลงทุนมีความระมัดระวังในการออกไปลงทุนนอกประเทศมากขึ้นเพราะนัก ลงทุนย้ายจากการถือเงินสกุลอื่นไปถือดอลลาร์มากขึ้น ซึ่งธปท.กำลังเฝ้าระวังเรื่องนี้อยู่ เพราะอาจจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นก็ได้” นายประสาร กล่าว

    ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า การดูแลความสมดุลของเสถียรภาพและการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในปีหน้า ธปท.จะจับตาดูใน 7 เรื่องหลัก คือ 1.เสถียรภาพด้านต่างประเทศ 2.การให้สินเชื่อ และฐานการเงินของธนาคารพาณิชย์ 3.หนี้สินของภาคครัวเรือน 4.ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 5.ภาวะราคาในตลาดหลักทรัพย์ 6.ฐานะการเงินของภาคธุรกิจโดยรวม และ7.ฐานะการคลังและหนี้สาธารณะของประเทศ ทั้งนี้ หากมีด้านใดด้านหนึ่งเริ่มเสียสมดุล ธปท.จะใช้วีส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการปรับตัว เพราะหลายครั้งหลายปล่อยให้เกิดปัญหาจะช้าไปที่จะแก้ไข

    “ที่ผ่านมา ธปท.ออกมาตรการกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อหลักทรัพย์ค้ำประกัน (LTV) ไม่ใช่เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์เกิด ฟองสบู่ แต่ที่ผ่านมาเกณฑ์การคิดน้ำหนักความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ต่ำไป เพราะอยู่ในช่วงวิกฤตต้องการกระตุ้นยอดขาย แต่เมื่อมีความเสี่ยงที่เงินนอกจะทะลักเข้ามาในธุรกิจนี้ และดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ หากยังคิดความเสี่ยงเดิมอาจะมีผลกระทบจนธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อจนเกิน เลยความพอดี มีผลต่อหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ และภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่มาตรการที่ออกมา ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นมาตรการเตือนเท่านั้น และมีเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้" นายประสาร กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 13:49 น.