วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยยุคดิจิทัล รู้เท่าทันเทคโนโลยี

พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของ“คนไทย” ถูกนำมาเผยแพร่แบบละเอียดยิบเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้มือถือเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ และผู้ใช้มือถือใช้งานโซเชียลมีเดีย เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์

Marketing Oops ยังระบุอีกว่า ใน 1 วัน ระยะเวลาการใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ชั่วโมง 38 นาที...การใช้โซเชียลมีเดียอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 10 นาที...การรับชมผ่านบรอดคาสต์ สตรีมมิ่ง วิดีโอ ออนดีมานด์ อยู่ที่ 4 ชั่วโมง 3 นาที และการฟังสตรีมมิ่ง มิวสิก อยู่ที่ 1 ชั่วโมง 3 นาที...โดยมีความถี่ในการใช้อินเตอร์เน็ตทุกวันเป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 รองลงมาร้อยละ 8 ใช้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และร้อยละ 2 ใช้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน

เว็บไซต์ยอดนิยมที่คนไทยเข้าใช้ จัดอันดับโดย Alexa ได้แก่ Google.co.th, Youtube.com, Google.com, Facebook.com, Pantip.com

สำหรับทัศนคติที่มีต่อการใช้งานดิจิทัล พบว่า ร้อยละ 68 มองว่าเทคโนโลยีนำเสนอโอกาสมากกว่าเป็นภัย และที่เหลืออีก 37 เปอร์เซ็นต์ ใช้แอดบล็อกกิ้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อหยุดโฆษณา

กิจกรรมที่น่าสนใจกับอุปกรณ์ที่ใช้ ค้นหาบนเสิร์ชเอนจิน ร้อยละ 37 ใช้บนสมาร์ทโฟน และร้อยละ 15 ใช้บนคอมพิวเตอร์...ใช้บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ร้อยละ 73 ใช้บนสมาร์ทโฟน และร้อยละ 23 ใช้บนคอมพิวเตอร์... เล่นเกม ร้อยละ 22 ใช้บนสมาร์ทโฟน และร้อยละ 12 ใช้บนคอมพิวเตอร์

ใช้ดูวิดีโอ ร้อยละ 63 ใช้บนสมาร์ทโฟน และร้อยละ 22 ใช้บนคอมพิวเตอร์...ใช้มองหาข้อมูล ผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 15 ใช้บนสมาร์ทโฟน และร้อยละ 7 ใช้บนคอมพิวเตอร์

นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เมื่อรัฐบาลได้ขยายติดตั้งโครงข่าย “เน็ตประชารัฐ” เฟสที่ 1 เสร็จตามเป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน และในปี 2561 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะเร่งขยายโครงข่ายเน็ตประชารัฐเฟสที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 15,732 หมู่บ้าน...

เมื่อนำโครงการเน็ตประชารัฐทั้ง 2 เฟส รวมกับหมู่บ้านที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงอยู่แล้ว 30,635 หมู่บ้าน และโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบอีกจำนวน 3,920 หมู่บ้าน ที่ กสทช. ดำเนินการ “ประเทศไทย”...ก็จะมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศทั้ง 74,987 หมู่บ้าน

ในการลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ยุคดิจิทัล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากโครงข่ายเน็ตประชารัฐทั้ง 24,700 หมู่บ้าน รัฐบาลได้เปิดให้ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. สามารถเชื่อมต่อจากโครงข่ายเน็ตประชารัฐไปยังบ้านเรือนประชาชน โดยผู้ให้บริการไม่ต้องจ่ายค่าใช้หรือเชื่อมต่อ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้คิดค่าบริการอย่างเหมาะสม

“นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และไทยนิยมยั่งยืน...ประชาชนทั่วประเทศเป็นศูนย์กลาง มุ่งตอบสนองความต้องการในพื้นที่ บูรณาการทั้งในระดับนโยบายรัฐบาล ระดับกระทรวง ระดับพื้นที่...โครงข่ายเน็ตประชารัฐทุกหมู่บ้านในประเทศไทย จะขยายโอกาส เสริมศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การค้าขายออนไลน์ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั่วถึง...เท่าเทียมกัน”

อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสริมว่า โครงข่ายเน็ตประชารัฐเป็นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่สำคัญของประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างรู้เท่าทัน คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาได้จัดอบรมส่งเสริมการใช้งานเน็ตประชารัฐให้กับวิทยากรแกนนำ ครู กศน. 5 รุ่น รวม 1,033 คน...จัดอบรมให้กับผู้นำชุมชน หมู่บ้านละ 4 คน จำนวน 100,000 คน

“ปีนี้กระทรวงฯยังคงเน้นการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยเฉพาะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี โดยมีกลไกการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงระดับตำบล”

สนับสนุนองค์ความรู้ให้กับครู กศน. ระดับจังหวัด 20 ทีม ราวๆ 100 คน เพื่อร่วมเป็นทีมงานระดับตำบล โดยมีคู่มือในการถ่ายทอดความรู้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกประมาณ 8,400 คนทั่วประเทศ กระจายขยายต่อความรู้ไปสู่ประชาชน เพื่อให้มีทักษะด้านดิจิทัลตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ 1 ล้านคน

นับรวมไปถึงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเวิร์กช็อปเชิงลึกให้กับผู้สนใจ ผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐที่มีความพร้อม อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ครั้ง

เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เฉพาะจังหวัดชัยภูมิ มีการติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐ 637 หมู่บ้าน...ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 2.6 ล้านคน สำหรับจังหวัดที่มีปริมาณการเข้าใช้งานมากสุดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สกลนคร และกาฬสินธุ์ โดยมีช่วงเวลาใช้งานมากที่สุดคือเวลา 16.00-24.00 น. คิดเป็นร้อยละ 79.6 และใช้งานน้อยต่ำสุดคือช่วงเวลา 24.00-04.00 น. คิดเป็นร้อยละ 5.05

“เน็ตประชารัฐ” ยิ่งทำให้คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นอีกเป็นหลายเท่าทวีคูณ แง่หนึ่งคาดหวังกันว่าจะทำให้เราพร้อมก้าวสู่โลกแห่งการแข่งขันในเวทีสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในที่สุด ปัญหามีว่า...กว่าจะถึงวันนี้เราๆท่านๆลูกๆหลานๆของเราคงต้องมีภูมิคุ้มกันมากพอสมควรสำหรับโลกไซเบอร์

ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการอิสระและอนุกรรมการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ กล่าวไว้ว่า 10 สถานการณ์วิกฤติภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนที่หน่วยงานรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรสร้างมาตรการระวัง ป้องกันภัย และรับมือได้แล้ว เริ่มจากหนึ่ง...ปัญหาการเล่นเกม เด็กติดเกม

ถัดมา...ปัญหาการครอบครองสื่อโดยที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ เนื่องจากค้นพบว่า ประเทศไทยไม่มีการกำกับช่วงวัย...อายุที่เหมาะสม ทั้งในเชิงกฎหมาย นโยบายรัฐ สถานศึกษา ปัญหาที่สาม...การใช้สื่อออนไลน์กับการพนันออนไลน์ พบมากในเว็บไซต์ สื่อออนไลน์ต่างๆล่อลวงให้เด็กเข้าไปเล่นไปลองมากขึ้น ทว่าก็ยังไม่มีกฎหมายกำกับควบคุมโดยตรง สี่...การกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์และการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศออนไลน์

ห้า...การถูกล่อลวงออกไปพบคนแปลกหน้าจากสื่อสังคมออนไลน์ หก...การใช้สื่อในทางเสริมสร้างอัตลักษณ์ออนไลน์ สร้างภาพ...เลียนแบบพฤติกรรม ค่านิยมที่ผิด เจ็ด...การหลงผิดเปิดเผยข้อมูล...ความเป็นส่วนตัวบนสื่อออนไลน์ แปด...การขาดการส่งเสริม สร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ต่อตัวเด็ก เยาวชน ครอบครัว

เก้า...การขาดกฎหมายปกป้องคุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์ และ ปัญหาสุดท้าย...การขาดหน่วยงานกำกับดูแล ป้องกัน แก้ไขปัญหาที่บูรณาการและเท่าทันสถานการณ์โดยเฉพาะ

ขับเคลื่อนประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม ขยายศักยภาพเพิ่มช่องทางให้ชุมชน...เกษตรกร ผู้คนได้มีช่องทางค้าๆขายๆบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น อย่างปรากฏการณ์อาลีบาบาขายทุเรียนไทยผ่านตลาดออนไลน์ไปกว่า 130,000 ลูก มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท ยิ่งเป็นแรงจูงใจมหาศาล...

สำคัญว่า...อย่ามัวเพลินแต่ข้อดีเพียงเท่านั้น ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน กำกับดูแลโลกไซเบอร์ที่ทั้งเร็ว แรงนี้ควบคู่ไปด้วย...จะมัวแต่วัวหายแล้วมานั่งล้อมคอกคงไม่ทันการณ์แน่นอน.

พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของ“คนไทย” ถูกนำมาเผยแพร่แบบละเอียดยิบเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ... 13 พ.ค. 2561 12:18 13 พ.ค. 2561 12:19 ไทยรัฐ