วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ช้างศึก" ลุยยาว จากอาเซียนคัพ ถึงเอเชียนคัพ!

"ช้างศึก" ลุยยาว จากอาเซียนคัพ ถึงเอเชียนคัพ!

  • Share:

หลังจากเสร็จสิ้นแมตช์ อุ่นเครื่องนัดฟีฟ่าเดย์ วันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. กับทีมชาติ จีน ซึ่ง “ไทยรัฐทีวี ช่อง 32” จะถ่ายทอดสดให้ชมกัน แล้ว

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ของเราก็มีโปรแกรมสำคัญรออยู่ถึง 2 ทัวร์นาเมนต์ติดๆกัน

นั่นคือศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” และฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปเอเชีย หรือ “เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019” รอบสุดท้าย

สำหรับซูซูกิคัพ 2018 ที่จะฟาดแข้งกันในช่วงปลายปี ระหว่าง 8 พ.ย.-15 ธ.ค.นี้ ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และผู้ชนะระหว่างบรูไน หรือติมอร์

โดยครั้งนี้สหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ได้ปรับเปลี่ยนทัวร์นาเมนต์ใหม่ให้ไม่มีเจ้าภาพอีกแล้ว แต่ทุกประเทศจะได้เป็นเจ้าภาพในบ้านตัวเอง 2 นัด และจะต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือนอีก 2 เกม

ซึ่งโปรแกรมของทีมชาติไทย มีดังนี้ วันที่ 9 พ.ย. ออกไปเยือนบรูไน หรือติมอร์ ต่อด้วยการกลับมาเล่นในบ้านพบกับอินโดนีเซีย วันที่ 17 พ.ย. จากนั้นวันที่ 21 พ.ย. จะต้องออกไปเยือนฟิลิปปินส์ และปิดท้ายรอบแรกด้วยการเล่นในบ้านพบกับสิงคโปร์ ในวันที่ 25 พ.ย. ทั้งนี้ แชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ (เหย้า-เยือน) ต่อไป

ขุนพลช้างศึก เป็นแชมป์อาเซียนมาแล้ว 5 สมัย (มากสุด) โดย 2 ครั้งล่าสุดในปี 2014 และ 2016 คว้าแชมป์มาได้อย่างต่อเนื่อง

ถ้าหากหนนี้คว้าถ้วยชนะเลิศได้อีกก็จะเป็นชาติแรกที่ซิวแชมป์รายการนี้ได้ 3 สมัยติดต่อกัน

ส่วนอีกรายการใหญ่ที่จะต้องลุยกันต่อเนื่อง ก็คือศึกลูกหนังเอเชียนคัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจะดวลเกือกกันในระหว่างวันที่ 5 ม.ค.-1 ก.พ.62

ทีมชาติไทยจับติ้วไปอยู่ในสายเอ ร่วมกับ “เจ้าภาพ” สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูเออี, อินเดีย และบาห์เรน

โดยจะประเดิมสนามนัดแรกพบอินเดีย ที่เมืองอาบูดาบี วันที่ 6 ม.ค. จากนั้นจะเจอกับบาห์เรน ที่เมืองดูไบ วันที่ 10 ม.ค. และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มพบ “เจ้าภาพ” ยูเออี ในวันที่ 14 ม.ค. ที่เมืองอัล ไอน์

รายการนี้ “ช้างศึก” เคยทำผลงานได้ดีที่สุดคือการคว้าอันดับที่ 3 เมื่อปี 1972 หรือเมื่อ 46 ปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นไทยเราเองเป็นเจ้าภาพ อย่างไร ก็ตาม จากผลการจับสลากล่าสุดสำหรับปี 2019 ต้องถือว่าไม่หนักเกินไป สำหรับให้ทีมไทยได้มีลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทั้ง 2 รายการถือเป็นรายการเมเจอร์ที่แฟนบอลไทยคาดหวัง

“มิโลวาน ราเยวัช” กุนซือของทีมชาติไทยคนปัจจุบันยังไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศของทั้ง 2 รายการนี้กับช้างศึกมาก่อน คงต้องรอดูว่าผลงานจะออกมาเป็นเช่นไร

สำหรับเอเชียนคัพ 2019 “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ได้ออกมาบอกตอนที่ต่อสัญญากับ “ราเยวัช” แล้วว่า ผลงานต้องดีกว่าเดิม นั่นก็หมายความว่าทีมชาติไทยต้องเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนอาเซียนคัพ 2018 แน่นอนว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการป้องกันแชมป์ให้ได้เพียงสถานเดียวเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังได้ออกมากร้าวอีกด้วยว่า หากไม่ได้แชมป์ซูซูกิคัพ ก็คงต้องกลับบ้าน

ซึ่งจริงๆคิดว่าแฟนบอลก็คงไม่อยากให้มีใครต้องกลับบ้าน ก่อนถึงเอเชียนคัพหรอก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้