ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ศิลปินแห่งชาติ สับใช้ "ชิมิ"ตั้งชื่อหนังเลยเถิดมากไป

    ไทยรัฐออนไลน์11 พ.ย. 2553 15:17 น.
    SHARE

    “ศิลปินแห่งชาติ” ชี้ การนำคำ “ชิมิ“ ไปตั้งเป็นชื่อหนัง ถือเป็นการยกระดับคำแสลง แบบเลยเถิดมากไป ด้าน รมว.วัฒนธรรม อัดยับเป็นคำอุบาทว์...

    นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวถึงกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงวัฒนธรรมไทยที่มีความเสื่อมถอยมากขึ้น รวมถึงการใช้ภาษาของวัยรุ่นไทย ที่ไม่เหมาะสม เช่นคำว่า “ชิมิ” ว่า เรื่องภาษาต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น ภาษาที่เป็นทางการ กับภาษาที่ไม่เป็นทางการ ภาษาที่เป็นทางการก็น่าเป็นห่วง เวลานี้อย่าว่าแต่พูด อ่านเลย การเขียนก็น่าเป็นห่วงเรียกว่าลายมือไม่นั่งบรรทัด หมายความว่า เวลาคัดลายมือตัวหนังสือไม่ติดเส้นบรรทัด เขียนไม่เป็น ไม่รู้ความ น่าเป็นอย่างอย่างยิ่ง แต่ตนมั่นใจว่านักภาษาน่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ส่วนภาษาไม่เป็นทางการ หรือเรียกว่าภาษาแสลงนั้น ที่จริงแล้วมันเป็นไปตามธรรมชาติของสังคมใดสังคมหนึ่งในการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มวัยรุ่นมีภาษาของเขา ถ้าเป็นที่นิยมจะอยู่ได้ หากไม่เป็นที่นิยมจะหมดไปเอง เช่น คำว่า “กิ๊ก” ของภาษาแสลงวัยรุ่นปัจจุบัน ซึ่งหากใช้เวลาสักพักก็จะหมดความนิยมไป ลักษณะเดียวกับคำว่า “ชิมิ” ก็จะหมดไปเช่นกัน ถ้าไม่แพร่หลาย

    ส่วนภาษาแสลงในแง่ลบ ถ้าหากว่ามีการยกย่องหรือยกระดับคำแสลงขึ้นมาสู่มาตรฐานอีกระดับ เช่น เอามาทำเป็นชื่อภาพยนตร์ เป็นการยกย่องแบบเลยเถิดไปหน่อย ไม่ได้ยกย่องในมุมที่ดี แต่มีลักษณะจงใจจะให้เป็นลามกมากกว่า หรือภาษาโฆษณา นักครีเอทีพชอบกระเดียดมาทางเรื่องเพศ อันนี้ไม่เหมาะสม เหมือนเอาภาษาพื้นบ้านมาประจานเมือง อีกประเด็น ภาษาเพลง ซึ่งปัจจุบันใช้ภาษาแสลงกัน เช่น คำว่า ฉัน เป็น ชั้น เธอ เป็น เชอ รัก เป็น ร้าก มันไปเขย่าทอนรากฐานเสียงอักษรไทย ก ข ค ง การนำเอาภาษามาทำเช่นนี้ ทำให้ฐานเสียงเปลี่ยนไป ดังนั้น การใช้ภาษาควรคำนึงบริบท การขยายผล เพราะโลกปัจจุบันการสื่อสารสมัยใหม่ไร้พรมแดน”ศิลปินแห่งชาติ กล่าว

    ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นภาวะความเบี่ยงเบนของสังคม ดังนั้น เมื่อขนาดปัญหาใหญ่ขนาดนี้ จึงควรได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการให้การศึกษาที่ถูกต้องแก่เด็กเยาวชน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยส่งหนังสือขอความร่วมมือการดำเนินการจัดทำความตกลงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาษาไทยในเด็กเยาวชนไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ

    ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาคำที่วัยรุ่นนิยมใช้กัน อย่างคำว่า ชิมิ ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีความหมายในคำภาษาไทยนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน แต่ก็มองว่าเรื่องคำอุบาทว์ คำพูดเสียดสี หยาบคาย ก้าวร้าว น่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะคำศัพท์วัยรุ่นที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามยุคสมัย แม้จะมีการห้ามไม่ให้ใช้คำใดคำหนึ่ง ก็จะมีคำแปลกใหม่กว่าเดิมออกมาอยู่ดี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 05:01 น.