วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวรรค์ชั้นเจ็ด BMW 740Le xDRIVE PURE EXCELLENCE

สวรรค์ชั้นเจ็ด BMW 740Le xDRIVE PURE EXCELLENCE

  • Share:

Plug in Hybrid ก้าวต่อไปของรถยนต์ BMW ยุคใหม่ ก่อนที่พาหนะเหล่านี้จะกลายเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ BMW iPerformance แนวคิดใหม่ที่สานต่อจาก BMW Active Hybrid เป็นการปรับลดขนาดของเครื่องยนต์ให้เล็กลง โดยมีการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จ เพื่อคงประสิทธิภาพในด้านอัตราเร่ง และช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ไล่เรียงจาก BMW X5 iPerformance X5 xDRIVE 40e Plug in Hybrid / BMW 7-Series iPerformance 740Le Plug in Hybrid / BMW 3 Series iPerformance 330e Plug in Hybrid / BMW 2-Series iPerformance Active Tourer 225e Plug in Hybrid รวมถึงรถยนต์ในตระกูล i เช่น BMW i3 และ BMW i8 ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มยานยนต์ iPerformance ที่ BMW Group พยายามนำเสนอเพื่ออนุรักษ์พลังงาน และคงความเป็นหนึ่งด้านยอดขายของรถยนต์พรีเมียมระดับบนในตลาดโลก ล่าสุด BMW Group Thailand ได้นำรถรุ่นเรือธงในรูปแบบของรถพลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ด้วยการนำเสนอ New Series-7 รุ่น 740Le xDRIVE Pure Excellence โดยเปิดตัวภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560

ระบบไฮบริดของ 740Le xDRIVE Pure Excellence ประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เจนเนอเรเตอร์และระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง หรือเกียร์ของเรือธงไฟฟ้าเสียบปลั๊กชาร์จคันนี้ ยกมาทั้งยวงจาก BMW X5 iPerformance X5 xDRIVE 40e Plug in Hybrid ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมยานยนต์ในส่วนของเครื่องยนต์ที่หันมาใช้เครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน Twin Scroll BMW TwinPower Turbo คุณจะไม่เห็นเครื่อง V8 เทอร์โบคู่ไซส์โตจอมยกซดในยนตรกรรม iPerformance ของ BMW อีกต่อไป ข้อมูลตัวเลขสมรรถนะอันน่าตื่นตาตื่นใจของ BMW 7-Series iPerformance ทำให้รถเจ๋งๆ อย่าง 7-Series ActiveHybrid กลายเป็นอดีตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความเหนือชั้นในทุกด้านของ BMW 7-Series iPerformance เครื่องยนต์ 6 สูบ 3 ลิตร หายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยเครื่อง 4 สูบเทอร์โบเดี่ยวตัวเล็กที่มีประสิทธิภาพสูงลิบ

BMW 740Le xDRIVE Pure Excellence วางเครื่องเบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,998 ซีซี กำลัง 190 กิโลวัตต์ 258 แรงม้าที่ 5,000–6,500 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์ (ยังไม่รวมแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า) 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550–4,400 รอบต่อนาที เครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบตัวใหม่ของ 7-Series iPerformance 740Le Plug in Hybrid มีความกว้างกระบอกสูบที่ 94.6 มิลลิเมตร ช่วงชัก 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0:1 ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงที่ฝังอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF (ZF-8HP) ให้กำลัง 83 kW พร้อมแรงบิดแบบจัดเต็มที่ 250 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์กับมอเตอร์ทำงานพร้อมกันจะทำให้เรือธง 7-Series iPerformance 740e Plug in Hybrid มีกำลังมากถึง 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 500 นิวตันเมตร โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องไซส์โตที่หนัก และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีกต่อไป ส่วนตัวเลขอัตราเร่งนั้นหายห่วงในเรื่องของความแรง 7-Series iPerformance 740Le Plug in Hybrid สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาแค่ 5.5 วินาที โดยมีความเร็วปลายอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนเดิม สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้โหมดประหยัดทำได้ถึง 47 กิโลเมตรต่อลิตร!! หากผู้ขับรู้จักเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนและขับแบบประคองคันเร่ง ตัวเลขค่าการปล่อย Co2 หล่นลงมาเหลือแค่ 52-49 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร นับเป็น 7-Series ที่มีให้คุณทั้งความแรง ความสะอาดและประหยัดกันอย่างครบครันเลยทีเดียว

ตัวเลขค่าการปล่อย Co2 ของ 740e Plug in Hybrid หล่นลงมาเหลือแค่ 52-49 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร (เมื่อแบตเตอรี่มีไฟเต็ม) โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 47 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะเดียวกัน รุ่นตัวถังช่วงยาวขับเคลื่อน 4 ล้อ 740Le xDRIVE Plug in Hybrid ที่หนักกว่าทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 43 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมตัวเลขค่าการปล่อย Co2 ที่ 53 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองและค่าการปล่อยมลพิษที่ต่ำมาก และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรถซาลูนระดับเรือธงที่มีเรือนร่างใหญ่โต และมีน้ำหนักมากกว่ารถซีดานทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ความประหยัดจะมาพร้อมกับการชาร์จไฟ 3-4 ชั่วโมง เพื่อนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการวิ่งช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 30 กิโลเมตร นวัตกรรมของขุมกำลังรุ่นใหม่ BMW TwinPower Turbo ด้วยเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็กขนาดความจุแค่ 2 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ โดนใช้เทอร์โบแปรผันสองตัว และระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ High Precision Injection ระบบวาล์วแปรผัน Double VANOS กับ VALVETRONIC โดยมีการปรับจูนซอฟต์แวร์​เพิ่มเติมกำลังจาก 245 ไปที่ 258 แรงม้า

เครื่องยนต์ 2 ลิตรเพียวๆ ยังไม่รวมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีแรงบิดมากถึง 400 นิวตันเมตร เป็นแรงบิดแบบ Flat-torque ที่นักขับชื่นชอบ ผสานกับประสิทธิภาพอันเหลือร้ายของ BMW iPerformance ด้วยการฝังมอเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้ในเกียร์ออโต้ ZF-8HP ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังแบบ Steptronic 8 อัตราทด ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 740e Plug in Hybrid หรือทดกำลังผ่าน transfer case ที่ต่อเชื่อมกับเกียร์ 8 สปีดในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยกระจายแรงบิดส่วนหนึ่งไปยังล้อคู่หน้าในรุ่น 740Le xDRIVE Plug in Hybrid

เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานพร้อมกัน จะทำให้ 740 Le เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 740Le xDRIVE iPerformance กลายร่างเป็นรถสปอร์ตซาลูนสุดแรงที่มีอัตราเร่งดุเดือดเลือดพล่าน เมื่อเทียบกับขนาด และน้ำหนักของรถคู่ต่อสู้อย่าง Mercedes Benz S500 Plug in Hybrid โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 5.5 วินาที เร่งเร็วพอๆ กับรถสปอร์ตคันเล็กกันเลยทีเดียว 

มอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงในรถยนต์ BMW เวอร์ชั่น Plug in Hybrid ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้าของ BMW ที่วางอยู่ในเกียร์ของ 740Le xDRIVE Plug in Hybrid มีกำลัง 83 กิโลวัตต์ หรือ 113 แรงม้า มาพร้อมแรงฉุดลากระดับ 250 นิวตันเมตร กินพลังงานไฟฟ้าที่ส่งมาจากแบตเตอรี่แบบลิเทียม-ไอออน High-voltage ขนาด 9.2 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ถูกวางเอาไว้บริเวณใต้เบาะหลังโดยวางอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของล้อหลัง และมีการออกแบบให้วางคร่อมลงไปที่เพลากลาง และเฟืองท้าย เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี

เมื่อเจ้าของเสียบปลั๊กชาร์จไฟทิ้งไว้ในตอนกลางคืนจนแบตฯ เต็ม ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จ 3-4 ชั่วโมง การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนๆ หรือ e-Drive ทำให้ 740Le xDRIVE Plug in Hybrid สามารถวิ่งด้วยแบตฯ เพียวๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์ไกลประมาณ 24-26 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่มากกว่ารถคู่แข่งเล็กน้อยสำหรับการเร่งความเร็วด้วยมอเตอร์เพียวๆ สามารถวิ่งในย่านความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยเครื่องยนต์ยังคงดับอยู่เช่นเดิม (การเร่งความเร็วในระดับ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยมอเตอร์ จะทำให้ 740Le xDRIVE กินกระแสไฟจากแบตเตอรี่มากกว่าการขับแบบเรื่อยๆ) อัตราเร่งจาก 0-100 ที่มีการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เจ้า 740Le xDRIVE มีอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 5.5 วินาที ตัวเลขความเร็วสูงสุดของเรือธงไฟฟ้าถูกจำกัดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 7-Series iPerformance มีโหมดขับเคลื่อนปกติให้เลือก 3 รูปแบบ เช่น Eco-Pro / Comfort / Sport ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความก้าวล้ำควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ให้เข้ากับโหมดขับเคลื่อน 3 แบบ โดยปรับการตอบสนองของคันเร่ง แรงบิดจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ การตอบสนองของระบบเกียร์ การแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้า และการปรับค่าความแข็งอ่อน-สูงต่ำของช่วงล่าง BMW Adaptive Suspension ส่วนโหมดขับเคลื่อนในระบบไฮบริดก็มีให้เลือกใช้ถึง 3 โหมด เช่น

Auto eDRIVE
เป็นโหมดที่เครื่องยนต์ทำงานไปพร้อมๆ กับการเสริมแรงของมอเตอร์ไฟฟ้า ในสภาวะปกติ มอเตอร์จะรับหน้าที่ในการฉุดลากตัวรถตั้งแต่เริ่มออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปจนถึงความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากนั้นเครื่องยนต์จะติดขึ้นมาเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน หรือรับช่วงต่อไปหากไฟในแบตเตอรี่เหลือน้อยลง โหมด Auto eDRIVE จะมีการสลับกันทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ด้วยความเรียบเนียนปราศจากอาการกระตุกกระชาก เมื่อต้องการออกตัวอย่างรวดเร็วเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานไปพร้อมๆ กัน

MAX eDRIVE
เป็นโหมดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ ในการขับเคลื่อน เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง และไม่มีการปล่อยมลพิษ เนื่องจากเครื่องยนต์จะดับตัวเองในโหมดนี้จนกว่าพลังไฟในแบตฯ จะเหลือน้อย จนเข้าเกณฑ์ที่จะต้องสั่งให้เครื่องติดเพื่อขับเคลื่อนและเพื่อชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ MAX eDRIVE ยังเป็นโหมดที่เหมาะกับการขับใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นด้วยการวิ่งในย่านความเร็วต่ำ หรือใช้ในเมืองที่มีการควบคุมมลพิษจากรถยนต์อย่างเข้มงวด

Battery control
เป็นโหมดที่ใช้ชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับเข้าแบตฯ เมื่อไฟในแบตเตอรี่เหลือน้อยลง โดยที่เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนพร้อมๆ ไปกับการปั่นไฟเข้าไปเก็บในแบตฯ โหมดนี้ค่อนข้างกินเชื้อเพลิง เมื่อเปิดใช้งานเข็มวัดเชื้อเพลิงจะเริ่มลดลงแบบเห็นๆ แนะนำว่าควรชาร์จไฟให้เต็มจากบ้านไม่ควรเปิดโหมดนี้ใช้งานบ่อยครั้งเนื่องจากอัตราสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้นจนทำให้ไม่รู้สึกว่าประหยัด! ส่วนการชาร์จไฟที่บ้านก็ไม่มีอะไรยุ่งยากอีกต่อไป ลูกค้าสามารถสั่งติดตั้ง BMW Wallbox Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์กล่องชาร์จไฟบ้านที่ติดตั้งได้ในโรงจอดรถที่บ้าน ลานจอดรถหรือตามอาคารจอดรถ รวมถึงยังสามารถติดตั้งในสถานีเติมเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการชาร์จไฟแบบเร็ว

อะไรก็ตามที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน สุดท้ายก็จะถูกยัดระบบ Plug in Hybrid เพื่อทำให้รถรุ่นนั้นเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบอาจยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เนื่องจากตัวแปรที่หลากหลายทั้งราคาค่าตัวที่แพงกว่ารถทั่วไปรวมถึงสถานีชาร์จไฟที่ยังคงไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ก่อนจะกลายเป็นรถไฟฟ้าเต็มตัว รถยนต์แบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟด้วยระบบไฮบริด คือ ก้าวต่อไปของยานพาหนะก่อนที่จะกลายเป็นรถไฟฟ้าเต็มตัว BMW 740Le xDRIVE PURE EXCELLENCE  เรือธงลำหรูราคา 6,699,000 ล้านบาท คือรถรุ่นถัดไปของแบรนด์ตราใบพัดที่ถูกนำมายัดระบบปลั๊กอินไฮบริด จากเรือนร่างขนาดใหญ่ที่มีขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร ถือเป็นรถ 4 ประตูที่มีขนาดความยาวมากที่สุด ซึ่งมาพร้อมกับความหรูหราในระดับเฟิร์สคลาส โดยเฉพาะเบาะผู้โดยสารตอนหลังในตำแหน่งซ้ายมือของคนขับนั้นมีการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันเท่าที่รถยนต์ราคาเกือบๆ 7 ล้าน จะสามารถมีให้ได้ 

ตามหลักการของ BMW รถรุ่น Series-7 ยังคงธรรมเนียมและเอกลักษณ์ของรถรุ่นเรือธงเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรือนร่างภายนอกที่ดูปราดเปรียว ภายในที่สร้างความตื่นตาตื่นใจจากงานตกแต่งที่เหนือกว่ารถ BMW ทุกรุ่นทุกเวอร์ชั่น ห้องโดยสารถูกปิดผลึกเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก จนทำให้เหงา หากไม่เปิดเครื่องเสียง แชสซีส์อัลลอยผสมคาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้ 111 กิโลกรัมแล้ว ยังทำให้การควบคุมดีขึ้นกว่าเดิม ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ก้าวล้ำ กระจังหน้าจะปิดตัวเองเพื่อลดแรงต้านทานอากาศ เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนต์ยังคงเย็นอยู่ และจะเลื่อนเปิดออกทันที เพื่อรับกระแสอากาศไประบายความร้อนเมื่ออุณหภูมิขึ้นถึงจุดของการทำงาน สร้างความสมดุลระหว่างการลดแรงต้านอากาศและดักลม เพื่อระบายความร้อนในหม้อน้ำ ระบบไฮบริดที่ทำให้การขับในเมืองมีความประหยัดมากกว่าเดิม แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณขับมันออกทางไกล หากไฟในแบตเตอรี่หมดลง มันก็จะกลับมารับประทานเชื้อเพลิงเหมือนเดิม! 

โฉมใหม่ของ New Series-7 รุ่น 740Le มีมิติตัวถัง ยาว 5,238 มิลลิเมตร กว้าง 1,902 มิลลิเมตร และสูง 1,479 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อหน้า-หลัง 3,210 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า 1,618 มิลลิเมตร หลัง 1,646 มิลลิเมตร ฐานล้อที่ถูกยืดออกไป ทำให้พื้นที่ของ BMW 740Le โดยเฉพาะบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลังนั้นนั่งสบายสุดๆ พื้นที่ในส่วนของการวางเท้าที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยผ่อนคลายการนั่งโดยสารทางไกล ด้วยท่านั่งที่สามารถเหยียดขาได้ตามต้องการ เบาะผู้โดยสารตอนหลังของเรือธงรุ่นนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความทันสมัย เช่น เบาะหลังแบบปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นนวดตัว แท็บเล็ตซัมซุงบริเวณพนักเท้าแขนกั้นกลางเบาะหลัง พร้อมจอภาพหลัง 2 ตำแหน่งที่สามารถควบคุมระบบอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารเกือบทั้งหมด ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกโซน พนักพิงศีรษะแบบใหม่ของเบาะผู้โดยสารตอนหลังที่ส่งถ่ายความสบายบริเวณต้นคอ ทั้งหมดทั้งปวงถูกติดตั้งเข้ามาเพื่อทำให้พื้นที่เบาะหลังมีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

ออปชั่นของ 7-Series รุ่นใหม่ใน 740Le xDrive Pure Excellence ยังมีเทคโนโลยีล้ำอนาคตควบคู่ไปกับการทำตัวเป็นรถรุ่นเรือธงของยนตรกรรมลีมูซีนจากมิวนิก มันฉลาดหลักแหลมมากพอที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เพียงแค่กดสั่งงานออปชั่นนวดบนเบาะหลังผ่านแท็บเล็ตซัมซุง รวมถึงระบบให้ความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมกับ BMW Touch Command หน้าจอความคมชัดสูงแบบทัชสกีน โปรแกรมของระบบนวดตัว ออกแบบมาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนหลัง ช่วยลดแรงกดดันของแผ่นรองกระดูกสันหลังเมื่อนั่งโดยสารทางไกล โปรแกรมที่ทำงานโดยจะกระตุ้นให้คนนั่งใช้ความพยายามในการสู้กับแรงต้านของเบาะ โดยออกกำลังกล้ามเนื้อเล็กน้อยเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือด ขั้นตอนแรกสำหรับการใช้เบาะนวดด้านหลังก็คือ ปรับตั้งเบาะให้เหมาะสมกับท่านั่งของคุณให้มากที่สุด หลังจากนั้นซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งจะสั่งงานให้เบาะปรับการดันตัวเล็กน้อย เพื่อช่วยยืดเส้นยืดสาย ระหว่างการทำงานของฟังก์ชั่นนี้ จอภาพจะแสดงให้เห็นท่าทางต่างๆ กับรูปเบาะที่มีให้เลือกหลายแบบ มันใช้งานได้ดีแต่การตั้งค่าเริ่มต้นต้องใช้ความคุ้นเคยพอสมควร หลังจากการนวดผ่านไป คุณจะรู้สึกดีขึ้นและมีท่านั่งที่เหมาะสมสำหรับการนั่งยาวๆ แบบข้ามจังหวัดบนไฮเวย์

740Le xDrive Pure Excellence เป็นการสานต่อความสำเร็จของรถรุ่นพี่ในตระกูล Series-7 ผสานความหรูหราของยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งงานผ่านจอภาพที่ใช้ระบบสัมผัส ปุ่มควบคุมออุณหภูมิแบบสัมผัส จอภาพด้านหลัง 2 จอ พร้อมอุปกรณ์ควบคุมและปรับแต่งที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ฟังก์ชั่นกันพอสมควร เบาะหุ้มหนังแท้สีน้ำตาลปรับไฟฟ้า โดยเฉพาะเบาะหลังด้านซ้ายที่ออกแบบให้เจ้านายหรือเจ้าของรถใช้นั่งโดยสารบนความสะดวกสบายของอุปกรณ์ที่คอยประคบประหงม สมรรถนะและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน ความคล่องแคล่วว่องไวแม้ขนาดตัวถังจะใหญ่โตสุดๆ บวกกับความนุ่มนวลของระบบรองรับแบบแอร์สปริง เบาะแบบ Executive Lounge Seating ให้คุณหรือใครก็ตามที่ได้นั่งลงไปสามารถปรับเอนราบ เพื่อนอนชมท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่าน Panoramic SkyLounge การเชื่อมต่อกับโลกภายนอกด้วยระบบที่ทันสมัยสุดๆ ระบบชาร์จอุปกรณ์โทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่วงล่างแบบถุงลม ที่อาจทำให้ใครบางคนเวียนศีรษะจากความนิ่มนวลชวนฝันของมัน 

ระบบปฏิบัติการ iDrive รุ่นล่าสุด ที่พัฒนาให้สั่งงานได้เร็วและง่ายขึ้น รองรับจอแสดงผลกลาง พร้อมสั่งงานด้วยระบบสัมผัส หรือจอทัชสกรีน และระบบสั่งงานมาตรฐานเฉพาะตัวแบบ gesture control ของ BMW เจ้าของรถสามารถสั่งปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบล่วงหน้าก่อนใช้งานรถ ด้วยระบบพัดลม หรือฮีตเตอร์กับแอร์สำรอง ฟังก์ชั่นแสงสีภายในห้องโดยสาร หรือ Ambient Light รวมถึงไฟส่องนำทางบริเวณประตูฝั่งคนขับ WelcomeLight Carpet ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อม Head-Up Display รุ่นใหม่ที่มีติดตั้งมาให้ในรุ่น 740Le ขณะที่เบาะนั่งแบบพิเศษ ระบบระบายอากาศเบาะ และเบาะแบบนวดที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นออกกำลังกาย Vitality Programme และระบบทำความร้อน Heat Comfort นอกจากนี้ 740Le xDrive Pure Excellence คันทดสอบ ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมหลังคากระจก Sky Lounge Panorama ที่งดงามสุดๆ ในเวลากลางคืน

มาตรวัดแบบจอภาพ Thin film transistor หรือ TFT สร้างบรรยากาศราวกับกำลังควบคุมอากาศยานส่วนตัว มาตรวัดแบบจอภาพกำลังกลายเป็นที่นิยมของรถยนต์สมัยใหม่ ใน 7-Series ทุกเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กอินไฮบริด ดีเซล หรือเบนซิน มาตรวัดแบบ TFT จะเปลี่ยนไปตามโหมดของการขับเคลื่อน และคอยเรียกร้องความสนใจของคนขับอยู่ตลอดเวลา จากความสวยงามคมชัดน่ามอง ความละเอียดของจอภาพมาตรวัด สีสันและการจัดวางรวมไปถึงการแจ้งข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ขณะขับขี่ที่ถูกใจนักเลง BMW ทำให้มาตรวัดแบบ Thin film transistor ใน BMW ยุคใหม่กลายเป็นของเล่นใหม่ที่ลงตัว มาตรวัดแบบใหม่นี้เริ่มติดตั้งใน Series-6 ลามมาจนถึง New Series-7 และปรากฏอยู่ใน New Series-5 กับ X3 รวมถึง New Series-3 ที่จะออกขายอีกไม่นานนับต่อจากนี้

วิถีทางของ BMW New Series-7 คือการส่งถ่ายความสบาย และความปลอดภัยแบบอภิมหายานยนต์อย่าง Rolls Royce พร้อมไปกับการใส่อารมณ์ของการควบคุมหลังพวงมาลัยให้มีความสนุกสนานตามแบบฉบับของ BMW เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิดดังกล่าว เรือธง 740Le xDrive Pure Excellence ติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลม หรือ Air Suspension พร้อมโหมด Eco-Pro / Comfort / Sport และโหมดใหม่ที่เรียนรู้พฤติกรรมของคนขับ หรือ Adaptive Driving Mode โหมดนี้จะปรุงแต่งการตอบสนองของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง และพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Servotronic ให้เข้ากับสไตล์การขับของคุณ ซอฟต์แวร์ของ Adaptive Driving Mode จะเรียนรู้วิธีการขับ การใช้คันเร่ง และเบรก องศาของพวงมาลัย แล้วปรับแต่งระบบขับเคลื่อนทั้งหมด เพื่อทำให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของคนขับ

ระบบ Driving Stability System ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลกลาง เชื่อมโยงกับระบบช่วยขับ และระบบ Active Safety เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Stability Control หรือ DSC ระบบป้องกันอาการลื่นไถล Dynamic Traction Control และระบบ Hill Start Assist ฟังก์ชั่น Dry Braking หรือการรีดน้ำออกจากจานเบรก ระบบ Driving Stability System จะผสานการทำหน้าที่ของระบบควบคุมต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด

1,000 กิโลเมตร กับระยะเวลา 7 วันที่ได้ร่วมหอลงโรงกับ BMW 740Le ยานปลั๊กอินไฮบริดลำนี้คือความใฝ่ฝันของคนที่บ้ารถแบรนด์ใบพัด ระยะทางอันยาวไกล ไม่ใช่อุปสรรคของรถ BMW รุ่นเรือธง เนื่องจากความเจ๋งของตัวรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับการขับ หรือนั่งโดยสารทางไกล รุ่นฐานล้อยาวกับช่วงล่างแบบถุงลม ทำให้การควบคุมเจ้า 7 ไฟฟ้า ตัวล่าสุด เต็มไปด้วยความละเมียดละไมนุ่มนวลชวนฝัน ระบบ Adaptive Cruise Control มีการทำงานพ่วงต่อกับฟังก์ชั่น Stop and go ทำให้ไม่ต้องเหยียบคันเร่งขณะขับเคลื่อน ท่ามกลางสภาพการจราจรที่หนาแน่น และเข้ามาช่วยลดภาระของคนขับ ซึ่งออกมาในแนวสบายตัวมากจนเกินเหตุ!!

พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Servotronic ใหม่ล่าสุด ควบคุมทิศทางของเรือธง พยายามปรับน้ำหนักตัวเองไปตามโหมดของการขับเคลื่อน พวงมาลัยกับช่วงล่างแบบถุงลมส่งถ่ายประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมไปตามโหมดการขับเคลื่อน การใช้ความเร็วสูงในยานแห่งอนาคตคันนี้ ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับ Mercedes Benz S-Class หมายถึง ความตั้งอกตั้งใจที่จะปรับปรุง 7 รุ่นใหม่ให้มีความเหนือชั้น โดยแสดงออกมาในลักษณะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อคุณต้องการไปให้เร็วขึ้น การควบคุมที่มีความโดดเด่นมากกว่ารถคู่แข่ง เกิดขึ้นจากความสดใหม่ของเทคโนโลยีในระบบขับเคลื่อน บวกกับนวัตกรรมล่าสุดของระบบอำนวยความสะดวกสบายที่ BMW Group ขนมาใส่เอาไว้ใน 740Le โดยหมายมั่นปั้นมือว่า รถเรือธงรุ่นนี้จะสามารถเอาชนะรถคู่แข่งร่วมสัญชาติเยอรมนีได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแบบหาตัวจับได้ยากของ New Series-7 

หลังจากชาร์จไฟทิ้งไว้ทั้งคืนจนแบตเตอรี่เต็ม เจ้า 7-Series รุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายคันนี้ จะทำให้คนขับไม่อยากลงจากรถ การใช้ความเร็วในโหมด MAX eDRIVE ท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในเมืองนั้นขึ้นตรงกับกำลังในรูปของแรงบิดจากมอเตอร์ล้วนๆ เทคนิคใหม่ๆ ของ New 7-Series รุ่นปลั๊กอินไฮบริดในด้านไดนามิกของแชสซีส์ที่เป็นโครงสร้างน้ำหนักเบา ทำให้น้ำหนักตัว 1.9 ตัน ไม่สร้างภารกรรมให้กับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบคู่มากจนเกินไป แชสซีส์อัลลอย ผสมเหล็กกล้าและคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้น้ำหนักตัวของหมอนี่หายไป 111 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Series-7 รุ่นที่ผ่านมา

น้ำหนักที่หายไปพร้อมกับการออกแบบแชสซีส์ใหม่ การวางตำแหน่งของแบตฯ และการปรับเปลี่ยนระบบรองรับใหม่หมด ทำให้ BMW 740Le เมื่อขับในเมืองเต็มไปด้วยความปราดเปรียวว่องไว แม้แรงบิดจะเป็นรองรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อไม่รวมกับแรงบิดจากมอเตอร์ แต่การพุ่งทะยานไปตามฝ่าเท้าของ 740Le บ่งบอกถึงพลัง และสุนทรียภาพของการขับรถลีมูซีนเครื่องยนต์ลูกผสมยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี แบตเตอรี่ที่มีไฟเต็ม ทำให้มันขับใช้งานในเมืองได้ไกลประมาณ 26 กิโลเมตร โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ประหยัดเอาเรื่องถ้าบ้านอยู่ไกลจากที่ทำงานไม่เกิน 30 กิโลเมตร เครื่องยนต์จะเสริมแรงบิดทันทีที่กดคันเร่งลงลึก หรือเมื่อไฟในแบตฯ เริ่มเหลือน้อย นับเป็นรถยักษ์คันโตที่มีอัตราสิ้นเปลืองหรูหราเอาเรื่อง หากไฟในแบตเตอรี่ยังมีพอให้ใช้งาน 

ออกทางไกลไปหุบป่าตาดในจังหวัดอุทัยธานี บนระยะทาง 289 กิโลเมตร โหมดขับเคลื่อน Comfort ถูกใช้งานร่วมกับโหมด ECO PRO และมีบางจังหวะที่ผมดันขึ้นไปที่ Sport Mode ทางแบบสองเลนสวนกันที่ค่อนข้างโล่ง ปราศจากรถราร่วมทางทำให้มันดูร้างๆ พิกล ทางหลวงชนบทแถบอำเภอบ้านไร่ไปลานสักเต็มไปด้วยโค้งวกวนท่ามกลางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยหุบเขา บนเส้นทางหมายเลข 340 ต่อเชื่อม 3050 สุพรรณบุรี - ด่านช้าง-บ้านไร่ แม้จะเป็นทางลาดยางสองเลนสวนกันแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อมานั่งขับอยู่ใน 7-Series มันเป็นรถลีมูซีนยาว 5 เมตร ที่มีแรงยึดเกาะสูงในแบบที่ควรจะเป็น

มวลน้ำหนักที่พอดิบพอดีกับย่านกำลัง การกระจายน้ำหนักที่ดีด้วยการย้ายแบตฯ ไปไว้ใต้เบาะหลัง ทำให้เกิดความคล่องตัวในการควบคุม พื้นฐานอันโดดเด่นของระบบรองรับแบบแอร์สปริง และชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า Servotronic ช่วยให้การหักเลี้ยวลัดเลาะไปตามทางโค้ง รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางนั้นรวดเร็วทันอกทันใจ 740Le xDrive Pure Excellence มีเครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบคู่กำลัง 258 แรงม้าที่ปราศจากอาการอืดอาด แถมยังเกาะถนนแบบได้ใจ แม้บางช่วงบางตอนจะโดนพายุฝนหลงฤดูสาดซัดกันชนิดเต็มเหนี่ยวแบบไม่ลืมหูลืมตา แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ผสานการทำงานกับมอเตอร์ในเกียร์ กลายเป็นแรงฉุดลากที่นำพามวลขนาดใหญ่ของมันตะกายขึ้นทางชันสลับเนินเตี้ยๆได้แบบสบายๆ แรงบิดที่ถาโถมถ่ายเทมาจากเพลากลางลงไปยังล้อทั้งสี่ บางจังหวะจะโคนที่ใส่มาเร็วเกินไป ทำให้เจ้าเรือธงเกิดอาการลื่นไถลเล็กๆ หากมีพื้นที่มากพอ (ไม่ใช่ทางแบบภูเขา) คุณสามารถกวาดท้ายของหมอนี่ได้อย่างสะใจ แม้น้ำหนักตัวจะมากกว่า Series-5 G30 เกือบๆ 300 กิโลกรัม แต่ขับสบายควบคุมได้ง่าย และมั่นใจแทบจะไม่แตกต่างไปจากการขับ BMW 330i M-Sport

อากาศพลศาสตร์ที่ดีของรถคันนี้ ช่วยทำให้เกิดความลู่ลมมากกว่า Series-7 รุ่นเก่าทุกเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะกระจังหน้าคู่ที่ปิด-เปิดเองได้แบบอัตโนมัติ หรือ Active Air Stream Kidney Grille กระจังไตคู่จะปิดตัวเองเมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์พอดี ไม่ร้อนจนเกินไป และเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้น มันจะสั่งให้เปิดช่องบริเวณซี่กระจังเพื่อนำอากาศมาช่วยระบายความร้อนร่วมกับพัดลมไฟฟ้า การออกแบบกระจังในลักษณะดังกล่าวมีส่วนในการลดแรงต้านของกระแสลมที่ปะทะส่วนหน้า ส่วนตะแกรงใต้ไฟหน้านั้น ออกแบบให้เป็นช่องสำหรับเหนี่ยวนำกระแสลมไประบายความร้อนให้กับจานเบรก อาการโคลงตัวน้อยลงมาก รวมถึงอาการหน้าทิ่มขณะเบรกหนักๆ หรือท้ายยก เมื่อออกตัวแรงๆ ก็แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น การกระจายน้ำหนักที่สมดุลทำให้การเคลื่อนย้ายมวลหนักเกือบๆ 2 ตัน และยาวถึง 5 เมตรบนเส้นทางคดเคี้ยวไม่ได้สร้างภารกรรมอะไรให้กับคนขับ BMW 740Le ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์ และมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ช่วงล่างแบบถุงลมส่งถ่ายความนิ่มนวล เมื่อผมไหลผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบมันก็วิ่งแบบเนียนๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งขับก็ยิ่งชอบเจ้า 7 ซึ่งเป็นรถเรือธงทั้งสามรุ่นของ BMW ไล่จาก 740Li เครื่องเบนซินกับ 730Ld M-Sport เครื่องดีเซล จนมาถึงการขับทางไกลใน 740Le ยานลีมูซีนไฟฟ้าชั้นเลิศที่มีความประหยัดแถมพกมาให้จากโรงงาน 

ยาง pirelli รุ่น p zero ถือว่าใช้งานได้ดีบนถนนที่มีความหลากหลายของเส้นทางจากสุพรรณบุรีไปยังอุทัยธานี โดยภาพรวมยาง pirelli p zero สร้างแรงยึดเกาะได้ดีบนถนนแห้ง แต่เมื่อต้องผจญกับน้ำฝนในช่วงขากลับกับจังหวะที่ผมต้องทะยานผ่านน้ำและต้องพบกับอาการ hydroplaning หรืออาการเหินน้ำจนต้องลดความเร็วลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย BMW Series-7 ทำตัวได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ขับออกจากบ้านไปยังหุบป่าตาด จนกระทั่งขับกลับบ้านด้วยความเร่งรีบ เป็นรถที่ยอดเยี่ยมเมื่อคุณต้องเผชิญกับเส้นทางที่หลากหลาย มันคือพาหนะรุ่นใหม่ที่มอบการเชื่อมโยงด้วยพวงมาลัยที่สื่อสารระหว่างสภาพเส้นทางผ่านมายังมือของคนขับ เป็นจักรกลขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมั่นคง มีส่วนทำให้ผมออกอาการมั่นใจจนเกินเหตุและเผลอขับมันเร็วขึ้นแบบไม่รู้ตัว BMW Series-7 รุ่นปลั๊กอินฯ แม้จะประหยัดในเมืองและเป็นรถที่คล่องแคล่วว่องไว แต่เมื่อไฟหมด แบตฯ มันก็จะเริ่มรับประทานเชื้อเพลิงทันที 

อัตราสิ้นเปลืองทำได้ 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อขับด้วยเครื่องยนต์เพียวๆ หลังจากใช้ไฟจนหมด มันเป็นรถที่มีทุกอย่างเท่าที่คุณคาดหวังด้วยการจ่ายเงินเกือบ 7 ล้านบาท เพื่อแลกกับรถเรือธงคันยาว การขับเคลื่อนที่ดีของมันทำให้เชื่อได้ว่าเกิดจากขนาดของตัวรถที่มีฐานล้อยาวกว่ารถเก๋งทั่วไป ระบบบังคับเลี้ยวกับช่วงล่างประสานเป็นหนึ่งเดียวเพื่อส่งถ่ายความเสถียร ทำให้เกิดอาการยิ่งขับไปเรื่อยๆ คุณก็จะยิ่งสนุกจนแทบไม่อยากลงจากรถ แม้จะตัวโตและยาวมากถึง 5 เมตรเศษ แต่ไดนามิกที่ดีเยี่ยมของเรือธงคันนี้ ไม่เคยทำให้รู้สึกน่าเบื่อ และทำให้เกิดอารมณ์สุนทรีย์เมื่อต้องควบคุมรถคันโตท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น

BMW 740Le xDrive Pure Excellence เป็นรถใหญ่ที่มีความสุดยอดในตัวเอง ไม่ได้ประหยัดอะไรมากนัก เมื่อขับออกทางไกล แต่การควบคุมที่ยอดเยี่ยมของมันจะทำให้คุณหลงรัก นอกจากขับได้ดีแล้ว ของเล่นในรถก็ยังเยอะมากพอที่เจ้าของรถจะทำตัวเป็นเด็กเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ และไม่ควรนั่งอยู่แค่เบาะหลังเท่านั้น เมื่อต้องจ่ายหนักเกือบ 7 ล้านบาท ก็ต้องขับเองดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าที่บรรยายมานั้นถูกต้องหรือเปล่า BMW 740Le เพรียบพร้อม แม่นยำ และสมบูรณ์แบบ การผสมผสานอย่างเป็นธรรมชาติของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเนียนจนทำให้คุณไม่รู้ว่าอะไรกำลังทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน มันไม่เพียงแค่ปราดเปรียวแต่ยังเร็วจี๋ แรงและประหยัด เมื่อแบตฯ มีกระแสไฟเต็ม ให้อารมณ์ของการควบคุมที่ลื่นไหลมีสมดุล โหมดสูงสุดแสดงออกถึงแรงบิดที่โดดเด่นระดับ 500 นิวตันเมตร แม้จะเป็นเรือธงที่ต้องทำตัวให้สุภาพเข้าไว้ แต่เมื่อถึงจังหวะที่จะต้องจัดหนักปล่อยม้ากันชนิดหมดคอก มันก็ทำออกมาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด บางช่วงบางตอนที่หวดขึ้นไป ผมสามารถทะยานผ่าน BMW X3 xDRIVE 20d หรือแม้แต่ Mercedes Benz E200 Exclusive ชนิดทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่น เป็นรถคันโตที่ขับง่ายกว่าเดิมเยอะมาก และเป็นจักรกลที่ BMW Group มีความภาคภูมิใจในการนำเสนอ ควรค่ากับการใช้เป็นยานพาหนะของผู้บริหารระดับสูง หากขับในเมืองมากกว่าออกทางไกลก็น่าใช้มากๆ แต่ถ้าออกทางไกลบ่อยๆ แนะนำให้ไปที่ 730Ld รุ่นดีเซลจะเหมาะมากกว่านะครับ.

BMW 740Le xDrive Pure Excellence ราคา 6,699,000 ล้านบาท

BMW iPerformance
BMW 740Le xDRIVE Pure Excellence 2017
Consumption
Combined in l/100 km 2.2–2.0
Electricity consumption in kWh/100 km 13.3–12.6
CO2 emissions combined in g/km 51–45
Tank capacity, approx. in L 46
Range and battery Electric range in km 48
Gross capacity of lithium-ion battery in kWh 9.2
Charging time of high-voltage battery in h at 3.7kW /16 A, BMWi Wallbox (100 %) 2.4
Charging time of high-voltage battery in h at 2.7 kW/12 A, Socket (100 %) up to 4


Performance
Top speed in km/h 250
Acceleration 0–100 km/h in s 5.5
Top speed electrical in km/h 140

Weight
Unladen weight EU in kg 2,015
Max. permissible weight in kg 2,600
Permitted load in kg 660
Permitted axle load front/rear in kg 1,160/1,475

Combustion engine
Cylinders/valves 4/4
Capacity in ccm 1,998
Stroke/bore in mm 94.6/82.0
Engine power in kW (PS) at 1/min 190 (258)/5,000–6,500
Engine torque (Nm) at 1/min 400/1,550–4,400
Compression ratio : 10.2:1


Electric engine
Peak power in kW at 1/min 83 (3,170)
Max. torque in Nm at 1/min 250/0–3,170
System Engine power (cumul.) in kW (PS) 240 (326)
Engine torque (cumul.) in Nm 500

Wheels
Tyre dimensions front 245/45 R20 pirelli p zero
Tyre dimensions rear 275/35 R20 pirelli p zero
Wheel dimensions and material front 8.5 J x 20 inches, light-alloy
Wheel dimensions and material rear 10 J x 20 inches, light-alloy

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้