วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ขายกระจายทำไมนิยมกันจัง เจาะ HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS RALLYE RED

Civic RS สีแดงแสบสัน Rallye Red ราคาค่าตัว 1,199,000 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างแพงแต่ได้สีแดงแสบไส้ซึ่งเป็นสีพิเศษที่ออกขายตามหลังสีมาตรฐานเมื่อสองปีก่อนหน้าโน้น อุปกรณ์ใน Civic รุ่นท็อปสุดที่จัดมาให้ เมื่อเทียบกับค่าตัวเกือบล้านสองแสนบาทแล้วก็นับว่ายังคุ้มค่าใช้ได้ ราคาขายต่อที่ไม่หล่นมากบวกศูนย์บริการที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงกับความเป็นรถ Civic ทำให้ซีดานใหม่สดคันนี้เข้าตากรรมการไม่ใช่น้อยๆ ยอดขาย Civic รุ่น 1.8 แซงหน้ารุ่น 1.5 Turbo RS จากราคาค่าตัวที่ถูกกว่าแต่สมรรถนะของการขับจะด้อยกว่า (เล็กน้อย) 

รูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมของ Civic FC สีแดง Rallye Red ใช้เส้นสายแนวทางการออกแบบที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมอันลงตัว เป็นแนวทางการดีไซน์ใหม่จาก Honda ที่ปรากฏให้เห็นบนซีดานเล็กเวอร์ชั่นล่าสุด Civic มีรูปทรงที่ค่อนข้างเตี้ย แบนกว้างและยาวกว่ารุ่นเดิม ตัวถังมีเส้นตัดเส้นขวางและเส้นทแยงเต็มไปหมด ไฟหน้าแบบ LED ที่แตกต่างจากไฟหน้าของรุ่น 1.8 กระจังหน้าโทนสีดำสัญลักษณ์สำคัญของรุ่น RS ตัดกับสีแดงอย่างจงใจ เป็นรถ Civic ที่เน้นประสิทธิภาพการขับแนวสปอร์ตด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่ขนาดกะทัดรัดอัดอากาศด้วยเทอร์โบ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Honda นำเอาระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์มาติดตั้งใน Civic เพื่อเสริมแรงบิดและทำให้ประสิทธิภาพด้านการใช้งานและความบังเทิงหลังพวงมาลัยดีกว่าเดิม

Civic 1.5 Turbo RS รุ่นท็อปสุดกับสีตัวถังใหม่ Rallye Red มีเรือนร่างที่โดนใจคนไทยไม่น้อย ยอดขายที่ดีส่งผลให้ Honda คว้าตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์นั่งของไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมา มิติตัวถังของ Civic มีความกว้าง 1,799 มิลลิเมตร กว้างขึ้นถึง 74 มิลลิเมตร แต่เมื่อสังเกตรถคันจริงจะพบว่ามันมีรูปทรงที่แบนและกว้างมากกว่า Civic รุ่นเก่าอยู่พอสมควร ความยาวของตัวถัง 4,630 มิลลิเมตร ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 130 มิลลิเมตร ส่วนความสูงเนื่องจากต้องการทำให้เจ้า FC ออกมาในแบบสปอร์ตซีดาน สัดส่วนของความสูงจึงถูกลดลง 20 มิลลิเมตร ตัวเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีตัวเลขของความสูงอยู่ที่ 1,416 มิลลิเมตร มีทั้งความแบน เตี้ยและยาวครบเครื่องเรื่องรถสปอร์ตกันเลยทีเดียว

Honda Civic RS ติดตั้งไฟหรี่ LED Daytime Running Lights กับไฟหน้า LED ทำให้ FC รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบแถมท้ายด้วยคำว่า RS กลายเป็นรถที่วัยรุ่นถวิลหาอยากได้มาครอบครองโดยเฉพาะสีใหม่อย่างสีแดง Rallye Red กระจังหน้าโทนสีดำเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตซีดาน รูปลักษณ์ด้านหน้าออกแนวดุดันจากความเฉียบคมของชุดไฟหน้า สปอยเลอร์แบบสปอร์ต (คล้ายกับรุ่น 1.8EL) เจเนอเรชั่นที่ 10 ในโมเดล Civic ยังคงใช้ปรัชญาการออกแบบ Man Maximum Machine Minimum ซึ่งเป็นแนวคิดหลักการออกแบบรถยนต์ภายในค่าย Honda สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทรงแบบแบนเตี้ยและยาวทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น 12%

ฐานล้อถูกขยายออกอีก 30.5 มิลลิเมตร ช่วงความกว้างของล้อหน้าและหลังเพิ่มขึ้นอีก 48 และ 41 มิลลิเมตร ห้องโดยสารของ FC จึงมีขนาดความกว้างที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย พื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มอีก 165 ลิตร รองรับพวกชอบขนของใส่ท้าย สำหรับพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้นแต่ยังคงมีแนวหลังคาที่เตี้ยลงกลับไม่สร้างความรู้สึกอึดอัด การวางเท้าของผู้โดยสารที่เบาะหลังเป็นไปอย่างสบายๆ มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการนั่งโดยสารทางไกล โปรดสังเกตพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายที่กว้างยังกับสนามฟุตซอล! สำหรับแม่บ้านนักช็อป พื้นที่เก็บของกว้างๆ ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการขนสัมภาระ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายกับข้าวหรือพาลูกไปเที่ยวในวันหยุดก็สามารถขนของใส่รถได้อย่างจุใจ 

ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วสีเงินสลับสีดำทำออกมาได้ดี แต่คนที่ซื้อ Civic Turbo RS มักนำไปเปลี่ยนเป็นล้อขอบ 18 ที่อวบเต็มซุ้มมากกว่า ล้ออัลลอยจากโรงงานขนาด 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางลดแรงต้านทานผิวถนนยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ไซส์ 215/50R17 91V ทั้งสี่ล้อ เนื่องจากเป็นรถขับหน้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่แต่อย่างใดทั้งสิ้น ล้อ 17 นิ้วจะถูกถอดออกอย่างรวดเร็วสำหรับเจ้าของที่ชอบตกแต่งรถยนต์ส่วนตัว แล้วแทนที่ด้วยล้อทรงซิ่งที่ชื่นชอบขนาดขอบ 18 นิ้ว บางคนกลัวไม่เต็มซุ้มเล่นจัดล้อ 19 นิ้วแบบใหญ่ไว้ก่อน ล้อไซส์ยักษ์อาจให้ความสวยงามบาดตาบาดใจแต่ขับใช้งานได้ไม่ดีเท่ากับล้อเดิมๆ ส่วนบั้นท้ายทรงเหลี่ยมวางไฟท้ายรูปตัว C พร้อมวิงหลังดักอากาศเพื่อกดส่วนท้ายของรถให้นิ่งเมื่อใช้ความเร็ว วิงหลังของ RS ยังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 แถมมาให้แบบจัดเต็ม ไฟท้ายรูปตัว C หลอดไฟท้าย LED สว่างไสวเห็นได้ไกลช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ไฟท้ายของ New Civic ออกแบบได้อย่างลงตัวสอดคล้องกับฝาท้ายเหลี่ยมๆ สปอยเลอร์หลังหรือกันชนหลังคลุมปิดทับส่วนท้ายด้านล่างเกือบทั้งหมด ที่เจ๋งมากก็คือท่อระบายไอเสียของรุ่น 1.5 Turbo RS เป็นท่อแบบแยกฝั่งซ้ายขวาที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ท่อปลอมๆ ที่ใช้ตกแต่งเพื่อให้ดูสวยงามเหมือนรถบางยี่ห้อที่พอก้มลงไปมองก็เห็นว่าแปะท่อหลอกๆแบบแหกตาลูกค้ากันซึ่งๆ หน้า!

ห้องโดยสารของ Civic แต่ละยุคแต่ละสมัยมักอุดมไปด้วยพลาสติกซึ่งใช้ตกแต่งประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด พลาสติกภายในของ New Civic มีเกรดดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ดคอนโซล แผงประตูและชิ้นงานที่ใช้คาดกลางคอนโซลก็ยังให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว พลาสติกภายในของ Civic Turbo RS ถูกปรับปรุงให้ดูดีมีราคามากกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความน่าใช้ การออกแบบภายในยังคงเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม โดยเฉพาะคอนโซลและมาตรวัดที่แปลกตาออกแนวอวกาศทันสมัยกันสุดๆ ด้วยมาตรวัดแบบใหม่กลายเป็นจอภาพ TFT Thin Film Transistor

ภายในโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกในการปรับตั้ง เบาะแบบสปอร์ตเดินตะเข็บด้ายสีขาว มีขนาดกะทัดรัดนั่งขับหรือโดยสารยาวๆ ได้ โดยไม่มีอาการเมื่อยขบจากการออกแบบจัดวางตำแหน่งของท่านั่งที่ดี คอนโซลแบบสองชั้นในรุ่นที่แล้วหายไป และแทนที่ด้วยคอนโซลทรงทันสมัยที่เน้นเหลี่ยมมุมมากเป็นพิเศษ งานตกแต่งภายในของ Civic Turbo RS ยังแสดงออกถึงความประณีตบรรจง ช่องแอร์กรุด้วยพลาสติกสีเงิน ซุ้มเกียร์ออกแบบให้กั้นพื้นที่ระหว่างตำแหน่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าแยกออกจากกันอย่างชัดเจนโดยไม่ลืมใส่ที่วางแก้วน้ำหรือเครื่องดื่มมาให้เหมือนเดิม   

พวงมาลัยวงเล็กกะทัดรัดแบบสปอร์ตทรงสามก้านติดตั้งสวิตช์เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift และสวิตช์สั่งงานระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ในระบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปุ่มควบคุมระบบสั่งงานด้วยเสียง พวงมาลัยไฟฟ้าของ Civic FC ปรับได้สี่ทิศทางทั้งไกล-ใกล้-สูง-ต่ำ ครอบคลุมสรีระเรือนร่างของผู้ขับ ไม่ว่าจะสูงยาวอวบอ้วนหรือตัวเตี้ยม่อต้อแบบมะขามข้อเดียวหรือตัวสูงปรี๊ดเป็นเสาไฟฟ้าก็สามารถนั่งและปรับเบาะกับตำแหน่งของพวงมาลัยให้เข้ากับเรือนร่างเพื่อการควบคุมด้วยท่านั่งที่ถูกต้องจากความง่ายของกลไกปรับเบาะแบบไฟฟ้า 

ของเล่นใหม่เป็นจอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว ใช้ระบบสัมผัสไปที่หน้าจอในการสั่งงาน เชื่อมโยงกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดขึ้นมาก (แต่ก็ยังใช้งานยากอยู่ดี) เชื่อมต่อระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ในรถ เช่น CD DVD MP3USB AUX พร้อมภาครับวิทยุ AM/FM กับสารพัดลำโพงหลากขนาดจำนวน 8 ตำแหน่ง ช่วยขับกล่อมคอยสร้างบรรยากาศดีๆ เมื่อขับใช้งาน จอแสดงผลกลางยังเชื่อมต่อกับระบบให้ข้อมูลรายละเอียดของการขับ เช่น อัตราสิ้นเปลืองหน่วยเป็นลิตรต่อกิโลเมตร คำนวณปริมาตรเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง เป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ถอย เป็นจอมอนิเตอร์ของกล้องด้านข้างใต้กระจกมองข้างด้านซ้าย หรือระบบ (Honda LaneWatch) คอยส่งภาพมุมซ้ายทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางเมื่อผู้ขับเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวด้านซ้าย แต่ไม่ยักกะติดมาให้ที่ด้านขวา!! จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ยังมีเมนูภาษาไทยเพื่อความสะดวกในการเข้าและออกจากโปรแกรมการทำงาน

มาตรวัดแบบเก่าใน Civic รุ่นที่แล้วซึ่งใช้เข็มวัดรอบและความเร็วถูกเปลี่ยนมาเป็นจอภาพ TFT มาตรวัดแบบจอภาพมีความคมชัด ประกอบไปด้วยมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วอยู่ในกรอบเดียวกันเพื่อความสะดวกในการอ่านค่า มาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มดิจิตอล ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบตัวเลข กึ่งกลางจอภาพมาตรวัด TFT ยังสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระดับการบูสของเทอร์โบ Mono Scroll เข็มทิศ การแจ้งเตือนและคำนวณการใช้เชื้อเพลิง การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อุณหภูมิภายนอก ทริปมิเตอร์แจ้งระยะทางการวิ่ง นาฬิกาดิจิตอล น้ำมันหล่อลื่นและระยะทางในการเติมครั้งต่อไป คำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง กรอบมาตรวัดด้านขวาแจ้งระดับของเชื้อเพลิง ส่วนด้านซ้ายแจ้งอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์

Civic Turbo RS รหัสตัวถัง FC วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงขนาดเล็กความจุ 1.5 ลิตร แบบ 4 กระบอกสูบแคมคู่ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว บล็อกเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมินั่มอัลลอยทั้งตัว มีปริมาตรความจุ 1,496 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 73.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.4 มิลลิเมตร มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.6:1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงเข้าไปในห้องเผาไหม้แบบไดเรคอินเจคชั่น ผ่านการควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงด้วยสมองกลไฟฟ้า หรือ ECU ของ Honda ที่เรียกกันว่า PGM-F1

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบบล็อกล่าสุดของ Honda ใช้ชุดเพลาราวลิ้นพร้อมระบบ Dual-VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยระบบจะแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) โดยไม่ต้องใช้ระบบ VTEC เนื่องจากใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวแบบ Mono Scroll พร้อมเวสเกตแบบไฟฟ้า Electrical Waste - gate ชุดเทอร์โบและเวสเกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินที่รวดเร็วสอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ในทุกจังหวะและทุกช่วงเวลาของการปิด-เปิดวาล์วไอดีและไอเสีย เทอร์โบตัวเล็กสร้างแรงบูสได้สูงสุดที่ 16.5 psi เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร เค้นกำลังสูงสุดออกมาได้ 174 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังหันมาคบหากับเกียร์สายพานพูเลย์ CVT เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น เกียร์ CVT อัตราทดแปรผันยัดแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift มาให้สับเกียร์เล่นอีกต่างหาก ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมมาให้อยู่ที่ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร (นอกเมือง) ใกล้เคียงกับอัตราสิ้นเปลืองของเครื่อง 2 ลิตร ใน Civic รุ่นที่ผ่านมา สำหรับมาตรฐานมลพิษของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบอยู่ในระดับ EURO-6 มีทั้งความสะอาดและประหยัดควบคู่กันไป

ระบบส่งกำลังแบบ CVT นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมด เพื่อปรับให้เกียร์มีความสมรรถนะด้านอัตราทดที่สอดรับกับแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์ เกียร์ CVT หรือเกียร์อัตราทดต่อเนื่องแปรผันใน Civic FC รุ่น 1.5 เทอร์โบ ยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยการติดตั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift มาให้หลังพวงมาลัย จุดเด่นของเกียร์ลูกนี้อยู่ที่ความลื่นไหลไร้รอยต่อ การทำงานตัดต่อขึ้นลงเรียบเนียน แถมยังกดแป้น Paddle Shift เพื่อล็อกเกียร์ไว้ในตำแหน่งต่างๆ เช่น เมื่อขับลงจากทางลาดชันหรือเส้นทางบนภูเขาที่ต้องใช้เกียร์ต่ำขึ้น-ลง เกียร์ CVT ของ Civic Turbo RS สามารถล็อกตำแหน่งของเกียร์ได้ด้วยการเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง S หรือ Sport การส่งกำลังใช้สายพายโลหะที่มีความคงทนสองเส้น เกียร์ CVT ลูกนี้ยังทำให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความกระชับฉับไวรวดเร็วมากขึ้น เมื่อทดลองขับ เกียร์ CVT ลูกใหม่ของ Civic Turbo RS มีส่วนช่วยสร้างอัตราเร่งที่ดีขณะออกตัวจากสัญญาณไฟ การทำงานของเกียร์ออกแบบมาให้เพิ่มความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ย่านความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ เกียร์ CVT ช่วยปรับให้รอบเครื่องยนต์ต่ำลง โดยใช้อัตราทดต่ำที่ 0.408 ซึ่งช่วยลดรอบเครื่องยนต์ลงได้มาก เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงกว่าเครื่อง 2.0 ลิตร ของ Civic รุ่นที่แล้ว อัตราสิ้นเปลืองที่ลดลงยังทำให้ค่าการปล่อย Co2 ต่ำลงอีกด้วย

ระบบรองรับของ Civic Turbo RS ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง สำหรับกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ช่วงล่างชุดใหม่ทำให้สัดส่วนความสูงลดลงอีก 14 มิลลิเมตร เหล็กกันโคลงมีการเพิ่มความหนาขึ้นอีกนิดเพื่อความแข็งแรง กันโคลงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.5 มิลลิเมตร หลัง 16.5 มิลลิเมตร เบ้ายึดซับเฟรมช่วงล่างติดกับตัวถังถูกขั้นด้วย Hydraulic Suspension Bushing ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยวยังคงใช้พวงมาลัยไฟฟ้า Dual Pinion Variable Ratio Electric Power Assisted Rack and Pinion Steering มีการทำงานคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นๆ ก็คือนอกจากจะใช้มอเตอร์ผ่อนแรงหมุนเหมือนกันแล้ว อัตราทดของพวงมาลัยยังแปรผันไปตามความเร็วได้แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มเติมประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา น้ำหนักที่ผกผันไปตามความเร็วมีทั้งเบาสบายมือในย่านความเร็วต่ำ และตึงกระชับสอดรับกับการใช้ความเร็ว ส่วนห้ามล้อใช้ดิสเบรกหน้า-หลัง จานดิสหน้ามีช่องระบายความร้อน พร้อมกับระบบช่วยเบรก เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA

ลองขับออกทางไกลเพื่อดูประสิทธิภาพของการวิ่งใช้งานในชีวิตจริง หลังจากขับออกนอกเมือง Civic Turbo RS สามารถรับมือกับสภาพผิวถนนที่มีความหลากหลายของทางหลวงหมายเลข 340 กรุงเทพฯ-สุพรรญบุรี ซึ่งมีทั้งทางลาดยางและทางปูนซีเมนต์ ช่วงล่างที่เซตค่ามากลางๆ จะแข็งก็ไม่ใช่จะนิ่มไปก็ไม่เชิงเหมาะกับการขับบนถนนสารพัดรูปแบบของประเทศไทย เจ้าของบางคนอาจชอบหรือไม่ชอบช่วงล่างที่มีค่ากลางๆ แต่สำหรับคนที่ชอบขับแบบเดิมๆ ช่วงล่างจากโรงงานก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรและเหมาะกับสภาพผิวถนนที่ไม่ค่อยจะมีความสม่ำเสมอ ยางติดรถ Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ไซส์ 215/50R17 91V มีประสิทธิภาพดีพอใช้ได้ โดยเฉพาะเสียงการทำงานเมื่อบดลงไปบนพื้นถนนที่เงียบขึ้น (นิดๆ) การยึดเกาะของยางขณะที่อุณหภูมิพื้นผิวถนนทะลุ 50 องศาท่ามกลางแดดจัดแบบนี้ถ้ายางไม่เกาะก็หมดกันละครับ! 

ช่วงล่างที่นุ่มไปสำหรับบางคนกลับให้ความรู้สึกสบายตัวเมื่อต้องขับทดสอบกันทั้งวันแบบลากยาวไป-กลับ 430 กิโลเมตร เมื่อลงคันเร่งหนักๆ เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบมีอาการรอรอบเล็กน้อยพอให้รู้สึก เมื่อเทอร์โบเริ่มต้นการบูสมันจะพุ่งลิ่วๆ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัยขณะออกตัวแรงๆ เบาบางจนแทบไม่รู้สึกเนื่องจากไม่ใช่ Civic Type R ที่มีม้ามากถึง 300 ตัว ม้าแค่ 173 ตัวของ Civic RS ไม่ได้ดึงหนักจนทำให้พวงมาลัยออกอาการไม่พึงประสงค์ แค่กดคันเร่งลงไปพอเทอร์โบบูสติดความสนุกก็จะบังเกิดขึ้นมาเอง Civic RS ต้องการถนนที่โล่งพอสมควรในการปลดปล่อยพลังงาน 220 นิวตันเมตร หากตำแหน่งเกียร์ D ทำให้รู้สึกช้าไปก็แค่ลากคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง S หรือ Sport เท่านั้นความมันก็จะเกิดขึ้นเอง

ตำแหน่ง S ในเกียร์ CVT แบบแปรผันนั้นคุณสามารถจัดการกับอัตราทดของเกียร์ด้วยตัวคุณเองผ่านแป้น Paddle Shift เกียร์จะทดรอบให้จัดจ้านหรือพูดง่ายๆ ก็คือ ECU ที่ควบคุมเกียร์จะยอมให้ขับแบบลากรอบมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างอัตราเร่ง การขับแบบนี้จะกินเชื้อเพลิงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรจนทำให้รู้สึกว่าซด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อขับออกทางไกลทำได้ที่ 11.9 กิโลเมตรต่อลิตร และเมื่อขับเร็วๆในตำแหน่งเกียร์ S อัตราสิ้นเปลืองหล่นลงมาเหลือ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่ารับได้ไม่กินจุกินเปลืองเหมือนที่คิดเอาไว้แต่แรก! 

แรงม้าระดับอนุบาลที่ 173 แรงม้าสมน้ำสมเนื้อกับขนาดและน้ำหนักตัวทำให้ Civic RS เป็นรถซีดานที่คล่องตัว ความเร็วไหลขึ้นไปเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงหากยังคงกดคันเร่งแบบไม่ยอมคลายน้ำหนักฝ่าเท้า VTEC เปิดการทำงานแล้วตามสมทบด้วยเทอร์โบ ส่งประสานพลังงานแบบทวีคูณ มันไม่ได้ดึงคุณจนหลังติดเบาะแต่ก็พุ่งลิ่วๆ ไปตามแรงเท้าจนทำให้ต้องระวัง รอบสูงสุดของเกียร์ 3 ลากไปได้ถึง 5900 รอบต่อนาทีจนเกียร์เปลี่ยนขึ้นไปสู่ตำแหน่งเกียร์ 4 คุณสามารถคาเกียร์เอาไว้ด้วยการยัดเกียร์ในตำแหน่ง S แล้วใช้แป้น Paddle ล็อกตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวคุณเอง เกียร์ CVT แปรผันใน Civic RS ปรับอัตราทดมาให้ถึง 7 ตำแหน่งโดยที่เกียร์ 7 จะเป็นตำแหน่งเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อขับอยู่บนไฮเวย์ เทอร์โบที่ติดตั้งเข้ามาทำให้รอบเครื่องยนต์ลดความจัดจ้านลงแต่แรงบิดจากการบูสก็เพียงพอต่อความต้องการที่จะไปให้เร็วขึ้น 

เครื่องยนต์ VTEC รุ่นเก่าที่ไม่มีระบบอัดอากาศจะมีซุ่มเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่เร้าใจกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องใหม่ตัวเล็กความจุแค่ 1.5 ลิตร เครื่องยนต์รุ่นใหม่ไม่ได้มีรอบสูงเหมือนในอดีต เมื่อขับแบบลากรอบ เสียงเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบออกแนวหวานๆไม่ครางกระหึ่มหนักแน่นเหมือนกับเครื่องยนต์ 2 ลิตรหายใจเองใน Honda Integra ไส้ในของ Civic สีแดงแสบตาคันนี้ใช้ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบเดี่ยวหรือ Mono Scroll พร้อมเวสต์เกตไฟฟ้า Electrical Waste - gate ชุดเทอร์โบและเวสต์เกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินรวดเร็วยิ่งขึ้น สอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC การตอบสนองของเครื่องยนต์ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองก็ไม่ได้มากมายอะไรเนื่องจากการปรับจูนมาจากโรงงานเพื่อทำให้เครื่องยนต์ตัวนี้กินเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น เชื้อเพลิงแบบ E10/E20 หรือโซฮอล 91 ก็เพียงพอต่อความต้องการไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปเติมของแพง

หน้าตาของ Civic รุ่นใหม่นั้นมีส่วนอย่างมากที่ทำให้รถรุ่นนี้ขายดีจนเห็นวิ่งกันให้ทั่วแบบกราดเกลื่อน! รถยนต์หน้าตาแบบนี้ค่อนข้างจะตรงกับรสนิยมของคนไทยที่ชอบของแปลกใหม่ซึ่งต้องมีรูปลักษณ์ลงตัวสวยงามและมีการขับที่ดี ลูกค้าหลายคนที่ชอบ Civic จนอดใจไม่ไหวต้องยอมควักเงินเกือบล้านหรือล้านสองเพื่อสอยเอามาเป็นเจ้าของ หลายอย่างใน Honda Civic ทำให้นึกถึงยุครุ่งเรืองของแบรนด์ในกีฬามอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะความสามารถของระบบส่งกำลัง เป็นแนวคิดของลูกค้า Honda ที่ชอบความเรียบง่ายและทันสมัยกลับกลายเป็นตัวเลขยอดขายที่วิ่งแซงหน้ารถคู่แข่ง ถึงแม้ว่าคู่ต่อสู้ที่เป็นมวยบู๊อย่าง Mazda 3 จะขับได้ดีพอฟัดพอเหวี่ยงกันหรือดีกว่าในบางจุดบางตำแหน่ง แต่มวยจอมชั้นเชิงอย่าง Civic สามารถสร้างยอดขายที่กลายเป็นเครื่องมือวัดหรือตัวตัดสินใจของลูกค้า แสดงให้เห็นถึงความชอบในตัวรถ Civic ที่มีมากกว่า Mazda 3 อย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นการบ้านที่ Mazda จะต้องกลับไปแก้ลำให้ดีกว่านี้หากคิดจะเอาชนะคะคานรถเจ้าตลาดซีดาน 4 ประตูของไทยอย่าง Civic

ขณะทำความเร็วบนไฮเวย์ Civic ทรงตัวได้ดีบนทางตรงและให้ความรู้สึกมั้นใจเมื่อขับเข้าโค้งเร็วๆ โช้คอัพแบบสปอร์ตให้ความรู้สึกหนึบๆแน่นๆ จุดยึดในช่วงล่างหลังบางตำแหน่งทำจากอัลลอยเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริงและส่งผลดีต่อการยึดเกาะ ผมชอบช่วงล่างของรุ่นแฮตช์แบ็ค 5 ประตูมากกว่ารุ่นซีดาน 4 ประตูแต่ทุกสิ่งทุกอย่างของช่วงล่างในรถ Civic ทั้งสองรุ่นกลับเหมือนกันราวกับฝาแฝด บางจังหวะอาจมีอาการย้วยออกมาให้รู้สึกหากใส่มาเต็มๆ ทางหลวงชนบทหมายเลข 3306 ที่มุ่งตรงไปยังอำเภอหนองปรือในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ผมไม่มีโอกาสได้จัดเต็มเท่าใดนักเนื่องจากมีทั้งรถบรรทุกอ้อยและมันสำปะหลังวิ่งกันให้เกลื่อนบนถนน ช่วงล่างที่มีค่ากลางๆ ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่ให้สัมผัสคล้ายกับ Mazda 3 ช่วยทำให้ช่วงล่างและพวงมาลัยจัดการกับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ 

ถ้าคิดว่ามันย้วยหรือนิ่มเกินไปก็สามารถปรับแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนโช้ค เปลี่ยนสปริงรวมถึงล้อและยางให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นรวมถึงการลดความสูงของช่วงล่างก็จะช่วยทำให้การยึดเกาะดีขึ้นแต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนด้วยอาการกระด้างที่มักจะตามมาในช่วงล่างที่ให้ค่าแข็งกว่าช่วงล่างเดิมๆจากโรงงาน คอสะพานดุๆ หรือรอยต่อของถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมออาจทำให้เจ้า Civic ออกอาการอยู่บ้างเมื่อซัดมาเร็วๆ แต่ล้อทั้ง 4 ของมันก็ยังคงสัมผัสกับถนนเท่ากันอยู่ตลอดเวลาซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากคุณชอบขับเร็วๆ การมีช่วงล่างที่มั่นคงช่วยทำให้รถปลดปล่อยแรงบิดได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าผิวถนนจะเป็นลอนคลื่นหรือไม่เรียบ ทางขึ้นลงเขา ทางโค้ง หรือการเร่งความเร็วออกตัวบนผิวถนนที่ชื้นแฉะ ทำให้ไม่ต้องมานั่งประคับประคองพวงมาลัยแต่งโน่นเติมนี่กันให้มากเรื่อง 

ยิ่งขับมากเท่าไร คุณก็จะพบว่า Civic Turbo RS เป็นรถซีดาน 4 ประตูที่มีสมดุลดีใช้ได้เลยทีเดียว พวงมาลัยสื่อสารกับคนขับได้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน หน้ารถไม่หนักมากจนเกินไปแม้จะวางเครื่องล้ำไปด้านหน้ามากเกินไปหน่อย ทำให้การบังคับพวงมาลัยผ่านโค้งยาวๆด้วยความเร็วสูงมีความมั่นใจ อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักของรถขับเคลื่อนล้อหน้ามักจะมีน้ำหนักตกไปที่ส่วนหน้ามากกว่ารถขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ เห็นได้ชัดว่า Civic Turbo RS มีความสมบูรณ์แบบของแชสซีส์และระบบรองรับ เป็นรถที่ให้ความจี๊ดจ๊าดเมื่อคุณต้องการไปให้เร็วกว่าเดิม รูปทรงและขนาดของมันไม่เป็นอุปสรรคในเมือง แถมยังเป็นรถที่วิ่งทางไกลได้อย่างที่ต้องการ เจ้าของรุ่น RS มักทนกับความยั่วยวนของเครื่องยนต์อัดเทอร์โบไม่ไหว ชอบเติมความเร้าใจลงไปในการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งพวกล้อและแอร์โรพาร์ทที่ทำออกมาขายกันอย่างครึกโครม ความแรงที่ควบคุมได้ง่าย แต่ต้องจ่ายถึง 1.2 ล้านบาท ทำให้แฟนเก่าแก่ของ Civic ถึงกับน้ำลายฝืดคอ

การขับขี่ที่ดีของ Civic Turbo RS เทียบเคียงคู่แข่งมากความสามารถอย่าง Mazda 3 เวอร์ชั่นซีดานได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกของพวงมาลัย การทำงานของช่วงล่าง ขนาดและน้ำหนัก มีเพียงสิ่งเดียวที่ Mazda เป็นรองก็คืออัตราเร่ง น้ำหนักตัว 1,317 กิโลกรัมของ RS 1.5 เทอร์โบ ตัวหนักกว่า Mazda 3 SkyActiv-G 2.0L เล็กน้อย เครื่องยนต์ติดตั้งระบบอัดอากาศ สร้างความเร้าใจให้กับพวกเสพติดอัตราเร่ง คุณสามารถลากรอบเครื่องยาวๆ แต่ก็ไปได้แค่ 5,600 รอบต่อนาที ก่อนที่อัตราทดของเกียร์ CVT จะไหลขึ้นสู่อัตราทดที่สูงกว่า สายพานโลหะสองเส้นคล้องอยู่กับลูกรอกทำงานไหลขึ้น-ลงได้เนียนไม่มีรอยต่อของเกียร์ให้สัมผัส แต่ทำให้พวกชอบการกระตุกบางๆ ในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ออโตฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ออกอาการง่วงเหงาหาวนอนอยู่เหมือนกัน

Civic เดินสายกลางด้วยเครื่องยนต์ตัวเล็กอัดเทอร์โบพร้อมกับเรือนร่างทรงแหวกแนวที่โดนใจใครหลายคน รูปลักษณ์จากภายนอกเป็นแค่เพียงบางส่วนที่กลายเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ Civic ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้คนในประเทศไทยได้ดี สิ่งที่ Civic รุ่นใหม่สืบทอดจากรถรุ่นเก่าก็คือความเป็นรถซีดานที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมรอบด้าน มีศูนย์บริการอยู่ทั่วทุกหัวระแหง แถมด้วยราคาขายต่อที่ไม่ร่วงมาก (แต่ก็ร่วงอยู่ดี!) แม้จะไม่ได้แรงสุดกู่เหมือน Civic Type R แต่ Civic RS เหมาะสมกับการใช้งานจริงๆ จังๆ ท่ามกลางตัวเลือกมากมายในตลาด มันไม่ได้ทรหดอดทนหรือวิ่งใช้งานเป็นล้านกิโลเมตรเหมือน Toyota Altis มันไม่ได้เป็นรถที่พอได้ขับแล้วรู้สึกแม่นแบบสั่งได้เหมือน Mazda 3 แต่ Civic ก็เป็นรถที่มีประสิทธิภาพดีรอบด้าน โดยเฉพาะการตอบโจทย์เมื่อขับใช้งานจริงๆจังๆของผู้คนในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถคู่แข่งแม้แต่น้อย แล้วคุณล่ะ มีมันอยู่ในโรงจอดรถแล้วหรือยัง. 

ราคา Honda Civic
Honda Civic รุ่น 1.8 E AT 869,000 บาท
Honda Civic รุ่น 1.8 EL AT 959,000 บาท
Honda Civic รุ่น 1.5 TURBO 1,099,000 บาท
Honda Civic รุ่น 1.5 TURBO RS 1,199,000 บาท


HONDA CIVIC TURBO RS RALLYE RED SPECIFICATIONS
แบบตัวถัง.................................................ซีดาน 4 ประตู
ผู้ผลิต........................................................Honda
แบบเครื่องยนต์.........................................เบนซินแถวเรียง 4 สูบ DOHC
วาว์ล.........................................................4 วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว
ระบบอัดอากาศ........................................เทอร์โบเดี่ยวแบบซิงเกอร์สคูล
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง.....................................ไดเรคอินเจคชั่น สมองกล PGM-F1
ปริมาตรควมจุกระบอกสูบ.........................1,498 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก...............................73.0 มิลลิเมตรx89.5 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด.....................................10.6:1
กำลังสูงสุด................................................127 กิโลวัตต์ 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..............................................220 นิวตันเมตร 22.4 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง............................................CVT แปรผัน 7 สปีด พร้อม Paddle Shift
อัตราทดเกียร์...........................................2.645 - 0.405
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง.............................1.858 - 1.726
ระบบบังคับเลี้ยว......................................พวงมาลัยไฟฟ้าดูอัลพีเนียน DP-ESP
รัศมีวงเลี้ยว..............................................5.33 เมตร
ระบบเบรค
ด้านหน้า....................................................จานดิสเบรคแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง.....................................................ดิสเบรค
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า....................................................แมคเฟอร์สันสตัทร สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง....................................................มัลติลิงค์ เหล็กกันโคลง


มิติตัวถัง
ความกว้าง................................................1,799 มิลลิเมตร
ความยาว..................................................4,630 มิลลิเมตร
ความสูง....................................................1,416 มิลลิเมตร
ระยะห่างดุมล้อหน้า...................................1,547 มิลลิเมตร
ระยะห่างดุมล้อหลัง...................................1,563 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อ........................................2,698 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.........................125 มิลลิเมตร
น้ำหนัก......................................................1,317 กิโลกรัม
ล้อและยาง.................................................อัลลอย 7Jx17 ยาง Bridgestone Turanza 215/50R17
ขนาดยางอะไหล่........................................T125/60D16
ความจุถังเชื้อเพลิง.....................................47 ลิตร

อุปกรณ์ภายนอก
โคมไฟหน้า LED
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights
ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED
มือจับประตูด้านนอกโครเมี่ยมรมดำ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ระบบปัดน้ำแบบหน่วงเวลาและอัตโนมัติ
ท่อไอเสียแบบแยกซ้าย-ขวา
สปอยเลอร์หน้า กระจังหน้าแบบสปอร์ตสไตล์ RS
วิงหลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน
ภายในโทนสีดำ
เบาะหุ้มหนังแท้และวัสดุสังเคราะห์
พวงมาลัยหุ้มหนัง
วัสดุตกแต่งคอนโซลเปียโนแบลค
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์อัจฉริยะ
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมระบบปรับอากาศที่กุญแจรีโมต
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ระบบควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple carPlay
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับและวางโทรศัพท์
รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SiRi
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
ช่องเชื่อมต่อ USB
ช่องเชื่อมต่อ HDMI
ลำโพง 8 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัย
ระบบแสดงภาพมุมอับขณะเปลี่ยนเลนด้านซ้าย
กล้องมองภาพด้านหลัง
ระบบเบรคมือไฟฟ้า
ระบบ Auto Brake Hold
สัญญาณไฟฉุกเฉินติดอัตโนมัติเมื่อใช้เบรกกะทันหัน
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า
ม่านถุงลมด้านข้าง
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
จุดยึดเบาะนั่งเด็กเล็ก
ระบบป้องกันล้อล็อก
ระบบกระจายแรงเบรก
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับเข้าโค้ง
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากรถ
ระบบกุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันขโมย

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รีวิวซีดานตัวสุดที่คุณอยากได้ Honda Civic 1.5 Turbo RS สีแดงแสบตา Rallye Red ราคา 1,199,000 บาท 17 เม.ย. 2561 14:15 20 เม.ย. 2561 10:11 ไทยรัฐ