วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักเลงวิเศษชัยชาญ


เกร็ดประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา พระเจ้าเสือปลอมพระองค์ไปชกมวยกับนักมวยวิเศษชัยชาญ แต่โบราณนานมา เมืองนี้ได้ชื่อว่า เป็นเมืองคนดีมีฝีมือ

เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่องดงนักเลงไว้ในหนังสือ อยู่อย่างคน สยาม (สำนักพิมพ์แสงแดด พ.ศ.2541) เล่าเรื่องคนวิเศษชัยชาญ ที่ ยังสืบสานวิชานักสู้ เอาไว้

ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ คนรุ่นเก่าร้องรำเพลงฉ่อย เพลงอีแซว ฯลฯ ฝีมือขนาด “หวังเต๊ะ” กินไม่ลง เป็นศิลปินเต็มตา ในตัวตนคนเดียวกัน พ่อบัวเผื่อน พ่อเพลงวิเศษชัยชาญ ยังเป็นนักเลงเต็มตัว

พ่อบัวเผื่อนเป็นคนบ้านห้วยโรง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ตอนที่แกยังไม่ตาย เอนกนั่งรถ บขส.ไปฟังพ่อบัวเผื่อนเล่า สมัยยังเป็นเด็ก (พ่อบัวเผื่อนเกิดปี 2460) นานๆที ก็จะมีพวกปล้น

บ้านห้วยโรงเลี้ยงควาย ขึ้นชื่อว่าเป็นดงนักเลง บังเอิญบ้านช่องน้ำไหลที่อยู่ใกล้กันนิยมเลี้ยงวัว ก็เป็นดงนักเลงเหมือนกัน จึงมักมีเรื่องตีกัน

หนุ่มบ้านนี้ไปติดสาวบ้านโน้น เดินสวนกันก็ตีกันเลยต้องตีทุกคน ยกเว้นต้องไปขึ้น คือฝากเนื้อฝากตัวคนบ้านที่ไปไว้ก่อน “เวลามีงานบุญ ช่องน้ำไหลอยู่แถบ พวกห้วยโรงอยู่อีกแถบ “พ่อบัวเผื่อนเล่า”

ต้นเหตุพ่อบัวเผื่อนไม่บอก แต่บอกว่าได้เมียมาจากบ้านช่องน้ำไหล พวกช่องน้ำไหลก็มาได้เมียห้วยโรง จึงพอเดาได้ เขม่นกันเรื่องผู้หญิง

“แต่ก่อนเขารำนี่ เขาจะตีกัน” ฟังแล้วแปลกใจ จะตีกันทั้งที ทำไมต้องมีร่ายรำ

“รำดาบรำกระบอง ไม่ใช่ว่าอึกอักตีหรอก” พ่อบัวเผื่อนเฉลย เขามีเต้นมีท่ามีโดดมีล่อ ย่างสองขุม ย่างสามขุม ถ้ามีดาบเขาจะรำดาบ ทางโน้นรำเข้ามา ทางนี้ก็รำเข้าไป พอใกล้ได้ท่าก็ฟัน

ถ้ามีไม้ตะพด ก็ใช้ตะพดตี เขาเอาพอเจ็บ เจ็บแล้วก็เลิกกันไป

ไม้ตะพด ใช้ไม่เปร็ง เป็นไม้ไผ่อย่างไม้รวก แต่ข้อถี่ๆ มีคนแบกเอามาขายถึงบ้าน อันหนึ่งๆตกราว 50 สตางค์ ที่สวยหน่อยก็หนึ่งบาท (คำเรียกนักเลงหัวไม้ น่าจะมาจากตรงนี้)

ไปไหนถือไม้ตะพดต้องถือด้าม ใครถือปลาย จะถือว่าเป็นนักเลง ถูกตีทันที

มีดที่มีคนมาขายเรียกความยาวเป็นกำ กำตั้งแต่ส่วนเข้าด้ามไปจนสุดถึงปลาย ได้ 2 กำ 3 กำ ก็เรียกตามนั้น การฟันฟันกันเป็นคู่ๆ ตรงหน้าใครหน้ามัน ตั้งแถวกัน ก่อนตีเขายืนเข้าตับกันเลย คนมากคนน้อยสู้ สองต่อหนึ่งก็สู้ ได้ไม่ได้ก็ต้องสู้ “ก็นักเลง ไม่สู้เขา อายคนตาย”

พ่อบัวเผื่อนว่าแล้ว แสดงท่าถือมีดสั้น ขยับมีดยังงี้ ฝักมีดเขาถืองี้ ถ้าฟันมาก็รับ แทงมาก็ปัด ถ้ามีหอกแทงมาก็ปัด ขยับไป เต้นมา

ถ้ามีดยาว เขาถือให้ปลายอยู่ตรงหน้า ถ้ามีดสั้นให้ปลายชี้ลงข้างตัว...ตะพดมีด้ายดิบคล้องข้อมือขยับให้ป้อม ควงกันให้ป้อม พลาดท่าก็ปุ๊ ลางคนตีขึ้น ลางคนตีลง

พ่อบัวเผื่อนเล่าถึงตรงนี้ ทำให้คิดว่าคนแถวนี้คงมีเชื้อสายนายดอกนายกรับ ชาวเมืองวิเศษชัยชาญ ที่ร่วมสู้อยู่ในหมู่บ้านบางระจัน

เอนกค้นเรื่องนักเลงรุ่นเก่าไว้ยืดยาว แล้วอยากให้คุณเชิด ทรงศรีเอาเรื่องนี้ไปทำหนัง บรรยากาศสองหมู่บ้านเข้าเค้าเรื่องแผลเก่า ของไม้ เมืองเดิม ที่เป็นหนังดังระดับตำนาน ผูกเป็นเรื่องนิยาย ทำหนังทำละครได้สบาย

ถ้าคนทำฝีมือดี ก็ไม่แน่ว่า จะดังได้น้องๆ ละครบุพเพสันนิวาส ที่กำลังจะจบลง

บรรยากาศบ้านเมืองเราตอนนี้ มีแต่เรื่องนักเลงการเมือง กำลังแยกพวกตีกัน นักเลงการเมืองบางพวก หัวใจไม่ถึงนักเลงวิเศษชัยชาญ ตั้งท่าแล้ว ยังไม่ประกาศว่าจะอยู่กับพวกใด

พวกที่หาจังหวะ ฝ่ายไหนชนะเข้าด้วย...ช่วยกระพือนั้น...กองเชียร์อย่างผมรำคาญ ก็เพราะหัวใจมีแค่นี้ รบเมื่อไหร่ก็เห็นแพ้เขาได้ทุกทีไป.

กิเลน ประลองเชิง

เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่องดงนักเลงไว้ในหนังสือ อยู่อย่างคน สยาม (สำนักพิมพ์แสงแดด พ.ศ.2541) เล่าเรื่องคนวิเศษชัยชาญ ที่ ยังสืบสานวิชานักสู้ เอาไว้ 16 เม.ย. 2561 10:50 16 เม.ย. 2561 10:50 ไทยรัฐ