วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์ขู่ฟ่อ ถล่มอีกชุด ถ้าซีเรียใช้ก๊าซพิษอีก

สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ชื่นชมผลงานที่ร่วมมือกันถล่มขีปนาวุธใส่ซีเรีย ทรัมป์ทวีตข้อความ “ภารกิจประสบผลสำเร็จ” วลีเดียวกันกับที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยใช้เมื่อครั้งสงครามอิรัก ทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็นเผย ทรัมป์ขู่ฟ่อ หากซีเรียจะใช้ก๊าซพิษอีก สหรัฐฯก็บรรจุกระสุนเตรียมถล่มซ้ำ ด้านทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ประณามเหตุโจมตี ระบุคนทั้งโลกกำลังจ้องมองสหรัฐฯ

ชาวโลกพากันสลดใจกับสถานการณ์ในซีเรีย หลังสหรัฐฯร่วมมือกับอังกฤษและฝรั่งเศส เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายที่เชื่อว่าเป็นศูนย์พัฒนาและการผลิตอาวุธเคมีชานกรุงดามัสกัส และเมืองฮอมส์ในซีเรีย ถือเป็นปฏิบัติการตอบโต้ทางทหารของต่างชาติครั้งใหญ่สุดสำหรับซีเรีย ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นต่างขั้วทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน ท่ามกลางกระแสความหวั่นวิตกว่าจะก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ตามมานั้น

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานอย่างต่อเนื่องว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยต่างชื่นชมในผลงานที่ร่วมมือกัน รัฐบาลสหรัฐฯเชื่อว่า ทางการซีเรียใช้ทั้งก๊าซพิษซารินและก๊าซคลอรีนที่เมืองโดมาในวันที่ 7 เม.ย. นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังทวีตข้อความอ้างคำว่า “ภารกิจประสบผลสำเร็จ” สะท้อนถึงสมัยนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ใช้วลีเดียวกันเมื่อปี 2546 เพื่ออธิบายถึงกรณีสหรัฐฯ ยกพลบุกอิรักจนถูกล้อเลียนเป็นวงกว้างว่าเป็นภารกิจความรุนแรงในอิรัก ที่ลากยาวเป็นเวลานานหลายปี

ส่วน พล.ท.เคนเน็ธ แม็คเคนซี ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ แถลงผลการปฏิบัติการครั้งนี้ ระบุเชื่อว่าสามารถเล่นงานหัวใจสำคัญของโครงการพัฒนาอาวุธเคมีของซีเรียสำเร็จ โดยเฉพาะการโจมตีต่อศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่ย่านบาร์เซห์ ของกรุงดามัสกัส แต่ยอมรับว่ายังมีหน่วยงานอื่นที่ยังคงเหลือและไม่รับประกันว่า ซีเรียจะสามารถกลับมาผลิตอาวุธเคมีไว้โจมตีได้อีกหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พล.ท.แม็คเคนซีเชื่อมั่นว่า ขีปนาวุธถล่มตรงเป้าหมายทั้งหมด 105 ลูก และแม้ฝ่ายรัสเซียเคยให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ต่อการโจมตีใดๆ แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ยืนยันว่า รัสเซียไม่ได้ใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธทางอากาศยิงสกัดกั้น ส่วนซีเรียที่ยิงขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศเพื่อตอบโต้จำนวน 40 ลูก ก็ยิงหลัง 3 ชาติพันธมิตรปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเสร็จสิ้นแล้วและเป็นเรื่องไม่จริงที่ฝ่ายรัสเซียอ้างว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯถูกยิงตก 71 ลูก จากทั้งหมด 103 ลูก

วันเดียวกัน นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวระหว่างการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ว่า นายทรัมป์แจ้งว่า หากซีเรียจะใช้ก๊าซพิษอีก สหรัฐฯก็บรรจุกระสุนเตรียมถล่มซ้ำไว้เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ประณามเหตุโจมตีครั้งนี้ว่า วันนี้ไม่ใช่เป็นวันที่สหรัฐฯ จะมาปัดความรับผิดชอบ คนทั้งโลกกำลังมองสหรัฐฯอยู่ พร้อมเสนอให้มีการลงมติว่า การกระทำของสหรัฐฯและชาติพันธมิตรเป็นการ “รุกราน” ต่อประเทศซีเรีย แต่ได้รับเสียงสนับสนุนเพียง 3 ชาติสมาชิก คือรัสเซีย จีน และโบลิเวีย อีก 8 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน คูเวต โปแลนด์ และไอวอรีโคสต์ ส่วนที่เหลือ 4 ประเทศ ได้แก่ เอธิโอเปีย คาซัคสถาน เปรูและอิเควทอเรียลกินี งดออกเสียง

อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้นำสหรัฐฯอังกฤษและฝรั่งเศส เห็นควรให้มีการร่างลงมติต่อยูเอ็นเอสซี เพื่อหาทางออกทางการทูตกับซีเรีย โดยจะเริ่มร่างในวันจันทร์ที่ 16 เม.ย. คาดว่าเป็นเรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระในการสอบสวนตามข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลซีเรียใช้ก๊าซพิษ จุดประสงค์เพื่อระบุผู้ที่ต้องรับผิดชอบเหตุการณ์นี้ กับเรื่องความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเรียกร้องให้ซีเรียกลับเข้ามาร่วมเจรจาสันติภาพนำโดยยูเอ็น

ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่องข่าว เวสติ 24 ของรัฐบาลรัสเซีย ประกาศเตือนก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ให้ประชาชนกักตุนเสบียงทั้งอาหารและน้ำดื่ม เตรียมพร้อมการเกิดสงครามโลกนิวเคลียร์ จากสถานการณ์สหรัฐฯโจมตีซีเรีย โดยพิธีกรข่าวอ่านรายการอาหารจำเป็น ทั้งข้าว ข้าวโอ๊ตและน้ำตาล รวมถึงน้ำดื่ม 30 ลิตร เพื่อใช้สำหรับดื่ม ประกอบอาหารและใช้ทำความสะอาด ที่ประชาชนควรซื้อเก็บไว้ก่อนสงครามที่อาจจะเกิดขึ้น

ต่อมา พล.อ.เซอร์เก รุดสโกย ประจำกองเสนาธิการกองทัพรัสเซีย ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีซีเรียในวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่จากเหตุการณ์นี้ อาจทำให้รัฐบาลรัสเซียพิจารณาใหม่ ถึงเรื่องการส่งมอบระบบต่อต้านขีปนาวุธและต่อต้านอากาศยานขั้นสูง รุ่นเอส-300 ให้กับรัฐบาลซีเรีย จากที่เคยทำตามคำขอร้องจากกลุ่มประเทศตะวันตกที่ไม่ให้ส่งไปยังซีเรีย พร้อมอาจมีการส่งระบบขีปนาวุธพิสัยไกลไปยังประเทศอื่นที่ไม่ระบุว่าประเทศใด ขณะที่หลายฝ่ายคาดว่าเป็นอิหร่าน จากเดิมที่เคยส่งเอส-300 ให้กับอิหร่านแล้ว

ส่วนนายบอริส จอห์นสัน รมว.ต่างประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลยังไม่มีแผนที่จะโจมตีซีเรียหลังจากนี้ แต่พร้อมจะพิจารณามาตรการขั้นต่อไป กับซีเรีย หากนายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรียยังคงใช้อาวุธเคมีกับประชาชน กระนั้นสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การที่อังกฤษร่วมมือกับสหรัฐฯ และฝรั่งเศสโจมตีซีเรีย ได้สร้างความไม่พอใจแก่กลุ่ม ส.ส. ในรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สั่งเดินหน้าใช้กำลังทางทหาร โดยไม่นำเข้าประชุมต่อรัฐสภาตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ขณะที่นายเซอร์เก เชเลซเนียก ส.ส.รัฐบาลรัสเซีย เข้าหารือนายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ที่กรุงดามัสกัสของซีเรีย พร้อมเผยว่า นายอัสซาดเห็นพ้องร่วมกับรัฐบาลรัสเซีย ว่าการโจมตีของชาติตะวันตกถือเป็นการรุกราน ที่เกิดจากข้อมูลผิดๆ แต่นายอัสซาดยังคงมีอารมณ์ดี และกล่าวชื่นชมระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซีย ที่รัฐบาลซีเรียนำมาใช้สกัดกั้นการโจมตีของชาติตะวันตก

ด้านความเคลื่อนไหวของไทย วันเดียวกัน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ของซีเรียว่า ฝ่ายความมั่นคงของไทยเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินเป็นระยะๆไม่อยากให้ประชาชนวิตกจนเกินไป แต่ก็ไม่ประมาทต้องติดตามสถานการณ์ด้วย เหตุครั้งนี้ทั่วโลกได้รับผลกระทบแน่ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีประเทศมหาอำนาจหลายประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้ามองในแง่ดีเชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าขยายวงกว้างมากขึ้น เพราะสหรัฐฯมุ่งโจมตีศูนย์วิจัยอาวุธเคมีเป็นหลัก ไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีประชาชนพลเรือน อยากเห็นทั้ง 2 ฝ่ายอดทนอดกลั้น ไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย ส่วนคนไทยมีในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอลที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง คิดว่าฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตที่นั่นคอยดูแลอยู่แล้ว ไทยพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติ การใช้อาวุธเคมีเป็นเรื่องที่หลายประเทศไม่เห็นด้วยตามหลักกฎหมายสากล เพราะมีอานุภาพทำลายชีวิตและสร้างความสูญเสียอย่างมาก

สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ชื่นชมผลงานที่ร่วมมือกันถล่มขีปนาวุธใส่ซีเรีย ทรัมป์ทวีตข้อความ “ภารกิจประสบผลสำเร็จ” วลีเดียวกันกับที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยใช้เมื่อครั้งสงครามอิรัก 16 เม.ย. 2561 01:41 16 เม.ย. 2561 05:14 ไทยรัฐ